สาน..สร้างรายได้ : สุรินทร์ นิลศรี ต.บางเจ้าฉ่า จ.อ่างทอง

           ใครจะคิดบ้างว่า จากวันที่เคยก้มหน้าก้มตาทำนาหลังขดหลังแข็ง ต้นทุนต่างๆ ถีบตัวสูงขึ้น ราคาข้าวที่ดูว่าแพงก็ไม่ได้ช่วยให้คุ้มทุนหากเจอกับสภาพนาล่มในยามหน้าฝน หรือมีกำไรก็ไม่มากนักหากปีนั้นผลผลิตดี ว่างจากหน้านา ก็ต้องหางานพิเศษทำ เครื่องไม้เครื่องมือ ที่เคยทำขึ้นมาใช้สอยในครัวเรือนและงานไร่นา กลับพลิกฟื้นชีวิต ทำให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น ตามกระแสตอบรับ เครื่องจักสานไม้ไผ่ จาก ต.บางเจ้าฉ่า ซึ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ

          ตำบลบางเจ้าฉ่า อยู่ในพื้นที่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ที่นี่ชาวบ้านมีอาชีพเกษตรกรรม ว่างจากทำนาก็เอาไม้ไผ่ที่มีอยู่เยอะแยะ มาสานกระบุงหว่านข้าว ไปจนถึงตะกร้า กระจาด ไว้ใช้ในครัวเรือน

          จนวันหนึ่ง ลุงสุรินทร์ นิลศรี ที่กลายเป็นอดีตกำนันไปแล้ว ที่ชาวบ้านยกให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็เลือกมาเป็นกำนัน ได้หันมาผลักดันให้ชาวบ้านทำจักสานในรูปแบบอื่นๆ หาครู หาช่าง มาฝึกมาสอน มีการดัดแปลงลวดลายต่างๆ หรือไม่ก็ต่อเติมกับวัสดุอื่นๆ แลดูสวยงาม กลายเป็นความต้องการของตลาดไป

           ตอนนี้เรามีตลาดหลักๆ 3 ตลาด คือ ตลาดบางเจ้าฉ่า ที่มีคนมาดูงานและซื้อติดไม้ติดมือกลับไป, ตลาดในประเทศที่มีการสั่งผลิตเข้ามา และตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น ที่มียอดสั่งซื้อเข้ามา“ 

           อดีตกำนันสุรินทร์เล่าให้ฟังถึงผลพวงของความพยายามผลักดันให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันทำจักสาน มีการพัฒนาฝีมือ จากงานหยาบๆ แบบเดิมๆ เป็นจักสานรูปแบบใหม่ ส่วนตัวเองเวลาไปไหนมาไหน หรือไปประชุมก็จะติดเครื่องจักสานพวกนี้ไปด้วย เอาไปโชว์ เอาไปบอกให้เขาได้รู้ว่าเราก็มีของดี

            อดีตกำนัน วัย 60 ปีผู้นี้ยังบอกด้วยว่า จักสานพวกนี้ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ติดตัวกันมาแต่ไหนแต่ไร ไผ่ข้างรั้ว เราก็มาตัดมาเหลา คัดเลือกประเภทไผ่ สานเสร็จแล้วก็ยังต้องมารมควัน หรือย้อมสีเพื่อความสวยงาม ไม่ให้มอด ปลวกกัดกิน หรือเกิดเชื้อรา

            ก็เป็นการพัฒนากันขึ้นมาเรื่อยๆ จนจักสานบางเจ้าฉ่ากลายเป็นสินค้าโอท็อปที่มีชื่อเสียง จากกระบุงราคา 20 บาท ก็มีรูปแบบที่พัฒนาใหม่จนเป็นที่ต้องการของตลาด ราคาก็ขยับขึ้นตาม สร้างรายได้กลับสู่ครัวเรือน

            “มีบ้าน มีมอเตอร์ไซค์ มีตู้เย็น ก็เพราะจักสาน ส่งลูกไปเรียนจนจบก็เพราะจักสานนี่แหละ” พี่แมวที่กำลังนั่งสานกระบุงอยู่ไม่ไกลตะโกนขึ้นมา เรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้าง คำพูดง่ายๆ ตรงไปตรงมาช่วยให้เราเห็นภาพชัดมากขึ้น จากรายได้เสริมในสมัยก่อน กลายมาเป็นรายได้หลักในวันนี้

           “เราต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่าง พอชาวบ้านเห็นว่าไปได้ดี การชักชวนมารวมกลุ่มกันก็ทำได้ง่ายขึ้น”

           จากเมื่อก่อน สาน…บ้านใครบ้านมัน ต่างคนต่างขาย ก็เลยกลายมาเป็นการรวมกลุ่มกัน หลังจากเห็นแล้วว่า เครื่องจักสานของตัวเองขายได้ มีช่องทางตลาดกว้างไกลไปถึงต่างประเทศ

           และยังทำให้ทุกวันนี้ ที่ ต.บางเจ้าฉ่า กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ ดูงาน ของคนจากถิ่นอื่น จนงานจักสานขยายวงออกไปสู่โฮมสเตย์ เพื่อรองรับคนที่มาดูงานเป็นหมู่คณะ

           การขยายไปสู่การรองรับท่องเที่ยว วันนี้อาจจะยังไม่สะดวกนัก แต่เชื่อว่า เมื่อทุกอย่างเกิดความเข้มแข็งมากขึ้น บางเจ้าฉ่าก็พร้อมจะเปิดประตูรับการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและอนุรักษ์ อย่างเต็มรูปแบบ.

…………………………………………………………….

ที่มา : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม คมชัดลึก

 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2014 Welovethaiking.com , all rights reserved