มั่นคงจากฐานราก..สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน แนวพระราชดำริอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา


“การจะพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่างให้เจริญขึ้นนั้น จะต้องสร้างและเสริมขึ้นจากพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ก่อนทั้งสิ้น ถ้าพื้นฐานไม่ดีหรือคลอนแคลนบกพร่องแล้ว ที่จะเพิ่มเติมเสริมต่อให้เจริญขึ้นไปอีกนั้น ยากนักที่จะทำได้ จึงควรจะเข้าใจให้แจ้งชัดว่า นอกจากจะมุ่งสร้างความเจริญแล้ว ยังต้องพยายามรักษาพื้นฐานให้มั่นคงไม่บกพร่องพร้อมๆ กันไปด้วย”

 พระบรมราโชวาทใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ สะท้อนถึงแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานด้านการพัฒนาของพระองค์ ที่ทรงมุ่งเน้นการสร้างปัจจัยพื้นฐานของประเทศให้มีความมั่นคง ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ความเจริญในลำดับต่อไป



เกษตรกรรมนั้นเป็นอาชีพพื้นฐานของคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย ดังนั้นการพัฒนาการเกษตรจึงเป็นเป้าหมายที่สำคัญของการพัฒนาประเทศ จากความสำคัญดังกล่าวนี้จะเห็นได้ว่าพระราชกรณียกิจด้านเกษตรกรรมเป็นพระราชกรณียกิจลำดับต้นๆ ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความสำคัญ

 พระองค์ทรงอุทิศกำลังพระวรกายในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า แม้ราษฎรเหล่านั้นจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลเพียงใด พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ก็จะเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรเพื่อรับฟังปัญหาความทุกข์ยากของราษฎร หลังจากทราบถึงปัญหาแล้ว จะทรงรวบรวมข้อมูลไว้เป็นแนวทางพระราชทานแนวพระราชดำริให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินงานเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับราษฎร



 ราษฎรในพื้นที่ชนบทล้วนแต่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นรากฐานทางสังคมและเศรษฐกิจไทย ซึ่งในอดีตนั้นราษฎรเหล่านี้โดยเฉพาะพื้นที่อยู่ห่างไกลความเจริญมักจะประสบปัญหาเรื่องดิน น้ำ และสิ่งแวดล้อม จึงพระราชทานแนวทางช่วยเหลือหลากหลายด้าน  เพื่อพัฒนาเกษตรกรรม ส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสม ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างเสริมให้ราษฎรในแต่ละท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเอง พออยู่พอกิน มีความสุข ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันในการพัฒนาประเทศให้มั่นคงและสร้างความเจริญก้าวหน้าให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงต่อไป ดังพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร และอนุปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ๙ กรกฎาคม ๒๕๐๗ ความว่า

 “…เศรษฐกิจของเราขึ้นอยู่กับการเกษตรมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว รายได้ของประเทศที่ได้มาใช้สร้างความเจริญด้านต่างๆ เป็นรายได้จากการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ จึงอาจกล่าวได้ว่า ความเจริญของประเทศต้องอาศัยความเจริญของการเกษตรเป็นสำคัญ และงานทุกๆ ฝ่ายจะดำเนินก้าวหน้าไปได้ก็เพราะการเกษตรของเราเจริญ…”

  แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการส่งเสริมชุมชนหรือการพัฒนาชนบทที่ดำเนินการอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศนั้น ล้วนแต่มีเป้าหมายอยู่ที่ประชาชนพึ่งตนเองได้ทั้งสิ้น พระองค์ทรงเน้นเรื่องการค้นคว้าทดลอง และวิจัยหาพันธุ์พืชต่างๆ ทั้งพืชเศรษฐกิจ เช่น หม่อนไหม ยางพารา รวมถึงพืชเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน และพืชสมุนไพร ตลอดจนการศึกษาเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืช รวมทั้งพันธุ์สัตว์ต่างๆ ที่เหมาะสม เช่น โค กระบือ แพะ แกะ พันธุ์ปลา และสัตว์ปีกทั้งหลายด้วย เพื่อแนะนำให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติได้ โดยมีต้นทุนไม่สูงและใช้เทคโนโลยีที่ง่าย ไม่สลับซับซ้อน และที่สำคัญคือ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ หรือเทคนิควิธีการดูแลต่างๆ นั้น จะต้องเหมาะสมกับสภาพสังคมและสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย ศูนย์การศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อจัดการความรู้ท้องถิ่นให้เป็นระบบระเบียบให้ง่ายต่อการพัฒนายิ่งขึ้น ศูนย์การศึกษาฯ แห่งแรกเกิดขึ้นที่ตำบลเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อแก้ไปปัญหาและส่งต่อความรู้ด้านการเกษตรแก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ศึกษา ๖ แห่งกระจายอยู่ในแต่ละภูมิภาค



 นอกจากนี้ยังทรงก่อตั้งโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๘ โดยใช้พื้นที่ในสวนจิตรลดาจำลองสภาพการเกษตรในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคเพื่อทดลองหาวิธีแก้ปัญหาและพัฒนาการเกษตร เช่น โครงการนาข้าวทดลอง โครงการบำบัดน้ำเสีย โครงการเชื้อเพลิงสีเขียว รวมถึงโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาย่อมเยา เช่น โครงการโรงโคนมสวนจิตรลดา โครงการโรงนมผงสวนจิตรลดา เป็นต้น นั่นทำให้สวนจิตรลดาเป็นพระราชวังที่ไม่เหมือนพระราชวังใดในโลก

 ส่งผลให้เกษตรกรมีโอกาส ในการเข้าถึงแหล่งความรู้ในด้านเทคนิคและวิชาการเกษตรสมัยใหม่มากขึ้น รวมทั้งยังได้มีโอกาสเรียนรู้ และเห็นตัวอย่างของความสำเร็จของการผลิตในพื้นที่ต่างๆ และสามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่เกษตรของตนเองอย่างได้ผล

 จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ทรงทุ่มเทพระกำลังกายและพระกำลังสติปัญญาศึกษาคิดค้นทดลองจนเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้ และเกษตรกรรมของไทยยืนหยัดได้อย่างมั่นคงแข็งแรง นำไปสู่การพัฒนาและการสร้างความเจริญให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนสืบไป

 .........................


ข้าพระพุทธเจ้า มูลนิธิบุคคลพอเพียง ชมรมคนรักในหลวง

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved