พระราชทาน “แกล้งดิน” …นับวันเขาจะดีขึ้น อันนี้สิเป็นชัยชนะ ที่ดีใจมาก ที่ใช้งานได้แล้ว




    พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เมื่อครั้งที่เสด็จฯ มาในพื้นที่บ้านโคกอิฐ-โคกใน เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2533 ความตอนหนึ่งว่า

“…เราเคยมาโคกอิฐ-โคกใน มาดูเขาชี้ตรงนั้นๆ เขาทำ แต่ว่าเขาได้เพียง 5 ถัง 10 ถัง

แต่ตอนนี้ ได้ขึ้นไปถึง 40-45 ถัง ก็ใช้ได้แล้ว ต่อไปจะไม่เปรี้ยวแล้ว

เพราะว่าทำให้เปรี้ยวเต็มที่แล้ว โดยที่ขุดอะไรๆ ทำให้เปรี้ยวแล้วก็ระบาย

รู้สึกว่านับวันเขาจะดีขึ้น อันนี้สิเป็นชัยชนะ ที่ดีใจมาก ที่ใช้งานได้แล้ว

ชาวบ้านเขาก็ดีขึ้น แต่ก่อนชาวบ้านเขาต้องซื้อข้าว เดี๋ยวนี้เขามีข้าว อาจจะขายได้”

..............................................


ขอขอบคุณ ยูทูป Pacific Inspiration Channel : PIC : เสียงที่อยากได้ยิน ภาพที่อยากเห็น - ข้าว...ที่ตากใบ

  .....

อย่างที่ประชาชนคนไทย หรือแม้ชาวต่างชาติเองทราบกันดีว่า ไม่ว่าพื้นที่ใดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนินไป เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่

      เพื่อความผาสุกของราษฎรในพื้นที่นั้น พระองค์จะพระราชทานพระราชดำริต่างๆ เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ประชาชนได้พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถอยู่ดีกินดีมีความสุขด้วยความพออยู่พอกิน

      โดยพระราชทานเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากกว่า 4,500 โครงการ ในทุกจังหวัด ทุกภาคของประเทศไทย

     แปลงนาของเกษตรกรบ้านโคกอิฐ-โคกใน อยู่ในเขตพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลุ่มน้ำโก-ลกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระราชดำริพัฒนาดิน พื้นที่บริเวณ อ.ตากใบ ดังกล่าว

a90

     ได้น้อมนำเรื่องแกล้งดิน มาใช้ปรับปรุงดินในพื้นที่จากที่ไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้ หรือได้ผลผลิตน้อย

     วันนี้พื้นที่เปลี่ยนไปเป็นนาข้าวที่อุดมสมบูรณ์และสมบูรณ์มาเป็นสิบๆ ปีแล้ว เฉพาะปีนี้กำลังรอการเก็บเกี่ยว เติมเต็มชีวิตให้ชาว บ้านโคกอิฐ-โคกใน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

     โครงการ “แกล้งดิน”  เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับการแก้ปัญหาดินเปรี้ยว หรือดินเป็นกรด โดยพระราชทานแนวทางปฏิบัติที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น การขังน้ำไว้ในพื้นที่จนกระทั่งเกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้ดินเปรี้ยวจัด

     จนถึงที่สุด แล้วจึงระบายน้ำออกและปรับสภาพฟื้นฟูดินด้วยปูนขาว จนกระทั่งดินมีสภาพดีพอที่จะใช้ในการเพาะปลูกได้ ดั่งพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ความว่า

     “..ให้มีการทดลองทำดินให้เปรี้ยวจัด โดยการระบายน้ำให้แห้งและศึกษาวิธีการแก้ดินเปรี้ยว เพื่อนำผลไปแก้ปัญหาดินเปรี้ยวให้แก่ราษฎรที่มีปัญหาในเรื่องนี้ในเขตจังหวัดนราธิวาส โดยให้ทำโครงการศึกษาทดลองในกำหนด 2 ปี ..”

72943_3394483215603_580034805_n


     พื้นที่บ้านโคกอิฐ-โคกใน มีกว่า 6,915 ไร่ ที่ถูกทิ้งร้างว่างเปล่าไม่สามารถทำการเกษตรได้มานาน

      หลังจากเกิดศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการด้วยการน้อมนำพระราชดำริเรื่อง แกล้งดินมาให้ความรู้สู่ปฏิบัติใช้ในพื้นที่

     ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่สามารถนำที่ดินทั้งที่เป็นที่ราบลุ่มและที่ดอนมาทำการเพาะปลูกได้ และให้ผลผลิตเป็นอย่างดี

     ราษฎรสามารถปลูกข้าวได้ผลผลิตสูงถึง 41-50 ถังต่อไร่ และสามารถปลูกพืชผักได้อีกหลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มในการผลิตข้าวซ้อมมือ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดสร้างรายได้ให้กับราษฎรเฉลี่ยครัวเรือนละ 43,174 บาทต่อปี จากเดิมที่ผลผลิตแทบไม่พอต่อการบริโภคในครัวเรือนเลย

a85

     ปัจจุบันแปลงนาข้าวบ้านโคกอิฐ-โคกใน เป็นต้นแบบของการพัฒนาดินเปรี้ยว หรือที่เรียกว่า แกล้งดินที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาดำเนินการ

     นางหม็อง ทองเครือ เกษตรกรในพื้นที่ เล่าให้ฟังว่า  เมื่อก่อนพื้นที่แถบนี้ดินเปรี้ยวจัด ปลูกข้าวก็ได้ผลผลิตน้อย ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงหันไปเลี้ยงวัวควบคู่กับการปลูกข้าว ผลผลิตน้อยรายได้จึงไม่มาก

     แต่เมื่อมีโครงการพระราชดำริฯ ขึ้นมาให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ นำผลการศึกษา วิจัย เพื่อแก้ไขเกี่ยวกับด้านการเกษตร มาดำเนินการให้ความรู้แก่ชาวบ้านในการแก้ปัญหาดินเปรี้ยวในพื้นจนเกิดผลผลิตดังปัจจุบัน


d0815aa-1_20

     “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ นำโครงการแกล้งดินมาทำ ก็สามารถแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวได้สำเร็จ รวมถึงทางศูนย์ฯก็ยังได้มีการส่งเสริมเกษตรกรปลูกพืชผักสวนครัว ทำให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรสมบูรณ์มากขึ้นในท้องถิ่น  รวมถึงข้าวที่แต่ก่อนได้ผลผลิตน้อย ในปัจจุบันก็มีมากขึ้นจนนอกจากจะเก็บไว้กินในครอบครับ ก็ยังสามารถส่งไปขายยังชุมชนอื่นได้ ซึ่งโครงการในพระราชดำริฯ ก็ทำให้คนในพื้นที่มีรายได้ดี ภายใต้การดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริฯเศรษฐกิจพอเพียง ดีใจมากที่องคมนตรีมาเยี่ยมพื้นที่และชาวบ้านยิ่งปลื้มที่องคมนตรีได้ตรวจเยี่ยมพบปะประชาชนในพื้นแล้วได้ลงเกี่ยวข้าวร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ด้วย” นางหม็อง กล่าว

a86

     วันนี้ชาวบ้านโคกอิฐ-โคกใน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถใช้พื้นที่ที่แต่เดิมไม่สามารถใช้ระโยชน์กลับมามีประโยชน์อีกครั้ง มีรายได้ มีอาชีพ สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้โดยไม่ต้องทิ้งพื้นที่ให้เปล่าประโยชน์

      นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยประชาชนทุกคนความอยู่ดีกินดีของราษฎรส่วนใหญ่เกิดขึ้นได้เพราะพระราชหฤทัยห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยแท้จริง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว_29


       

a87

………………………………….


ที่มา : รายงานของคุณณพาภรณ์ ปรีเสม จากสยามรัฐ

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved