จากหลักการทรงงานสู่การปฏิบัติและผลสัมฤทธิ์แห่งการพัฒนา (3)

โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป

        ย้อนเวลากลับไปเมื่อราวปี 2507 ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้เวลาในช่วงฤดูหนาวเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปจังหวัดเชียงใหม่ พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขาในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปลูกข้าวเพื่อบริโภคควบคู่ไปกับการปลูกฝิ่นซึ่งเป็นสิ่งเสพติดที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของชาวบ้าน ทำให้เกิดปัญหาการทำลายป่าไม้จากการทำไร่เลื่อนลอย และที่สำคัญคือปัญหายาเสพติดที่แพร่กระจายจากชนบทไปสู่เมือง และลุกลามกลายเป็นปัญหาต่อความมั่นคงของประเทศ

         ด้วยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพระราชประสงค์จะ “ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก” พระองค์มีพระราชดำริว่า ถ้าจะให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นก็ต้องหาพืชอื่นที่ขายได้ราคาดีกว่าและมีความเหมาะสมที่จะปลูกในที่สูงมาให้ชาวเขาปลูกทดแทน จึงเป็นที่มาในการริเริ่ม “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” ใน พ.ศ. 2512 ซึ่งใช้วิธีการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสอนเทคนิคการเพาะปลูกพืชเมืองหนาวที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เช่น มะเขือเทศ ลิ้นจี่ แอปเปิล สตรอว์เบอร์รี เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น แต่เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากไม่สะดวกต่อชาวบ้านในการนำผลผลิตไปขายด้วยตนเอง ทำให้เกิดปัญหาการกดราคาจากพ่อค้าคนกลางที่เข้ามาไปรับซื้อในพื้นที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริให้ดำเนินการจัดตั้งสหกรณ์ชาวเขาและสร้างโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปแห่งแรกขึ้นที่หมู่บ้านยาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับซื้อพืชผลจากชาวบ้านมาทำการแปรรูปเพื่อจัดจำหน่าย โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2515

         การจัดตั้งโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป มิได้มีวัตถุประสงค์ในการแปรรูปผลผลิตเพื่อแสวงหากำไรดังเช่นโรงงานทั่วไป หากแต่เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยการรับซื้อผลผลิตในราคาที่เป็นธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนแบบบูรณาการ โดยเน้นการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งนับเป็นพระปรีชาญาณในการอาศัยอุตสาหกรรมเกษตรเข้ามาช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดีขึ้น โดยโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ทรงจัดตั้งขึ้นนี้จะมีกลุ่มสหกรณ์การเกษตร สถานีอนามัย และหน่วยงานอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน พร้อมกับมีกิจกรรมทางด้านสังคมที่ตอบสนองความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง โดยในปัจจุบันมีโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป 5 แห่ง คือ

  1. โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำการปรับปรุงฟื้นฟูโรงงานใหม่หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมและดินโคลนถล่มใน พ.ศ.2549 และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง) อันเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงแนวพระราชดำริในการพัฒนาและแหล่งเรียนรู้ด้านอุตสาหกรรมการเกษตรแปรรูป โดยได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2552

  2. โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

  3. โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป ตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร

  4. โรงงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป ตำบลโนนดินแดง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์

  5. โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่


         ที่ผ่านมาโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปได้ดำเนินธุรกิจและพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาโดยตลอด ตามหลักการพอเพียงพอประมาณ คือ การทำธุรกิจที่มีกำไรพอเพียงเลี้ยงตัวเองได้ หลักการภูมิคุ้มกัน โดยการวางแผนธุรกิจด้วยความระมัดระวังและมีแผนสำรองเพื่อความปลอดภัยของธุรกิจ ทำให้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป อันประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ 5 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มน้ำผลไม้ 2. กลุ่มผลไม้อบแห้ง 3. กลุ่มผลิตภัณฑ์แป้งถั่วเหลือง 4. กลุ่มผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ และ 5. กลุ่มผลิตภัณฑ์แช่เยือกแข็ง ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคว่ามีคุณภาพตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือได้ช่วยสร้างความพออยู่พอกินให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับโรงงานหลวงฯ ในการก้าวเดินตามรอยเบื้องยุคลบาทในการพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมการเกษตรด้วยวิถีแห่งความพอเพียง



 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ  ห้องสมุดมั่นพัฒนา

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

www.doikham.co.th

http://web.ku.ac.th/king72/2541-2/proj2.html

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved