หลังจากรับราชการทหารมาหลายปี ร.ต.สุรชัย บุญคง ก็ค้นพบกับความสุขของชีวิต เมื่อตั้งใจกลับมาเริ่มต้นอาชีพเกษตรกรที่บ้านเกิด แม้จะต้องตั้งต้นจากสภาพดินเสื่อมโทรม แต่ด้วยความมุ่งมั่นในแนวทางที่ชัดเจน เพียงไม่กี่ปี ผืนดินนี้กลับอุดมสมบูรณ์ ด้วยชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เป็นความสุขอย่างพอเพียง ทั้งยังเป็นจุดเรียนรู้แก่ผู้ที่สนใจ            ร.ต.สุรชัย บุญคง วัย 55 ปี อาศัยอยู่ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เล่าว่า ตนยึดอาชีพทหารรับใช้ชาติบ้านเมืองมายาวนาน จนกระทั่งถึงวันเวลาที่เหมาะสมจึงได้ลาออกจากราชการทหาร มาตั้งแต่ปี 2547 เพื่อกลับมาเริ่มต้นชีวิตในอาชีพใหม่คือ การเป็
                         สามัญ โล่ห์ทอง แกนนำชุมชนบริหารจัดการน้ำชุมชน บ้านโคกพลวง ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์            เคยประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนักเป็นเวลานับสิบปี หลายคนต้องทิ้งถิ่นฐานเข้าเมืองเพื่อหางานทำ แต่ยังมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไม่ยอมแพ้ต่อบททดสอบของธรรมชาติ พวกเค้ารวมตัวกันบริหารจัดการน้ำกันในพื้นที่ให้มีน้ำพอสำหรับการเกษตรในหน้าแล้ง.
           นายอนันต์ มหัจฉริยพันธุ์ สหกรณ์จังหวัดเลย กล่าวว่า ในจังหวัดเลยมีกลุ่มอาชีพที่อยู่ในสหกรณ์ต่าง ๆ ประมาณ 104 กลุ่ม มีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างหลากหลาย เช่น           มะพร้าวแก้ว ของกลุ่มสตรีและเยาวชนสหกรณ์ ผู้ใช้น้ำบ้านน้อย สหกรณ์ผลิตภัณฑ์มะพร้าวแก้วแก่งคุดคู้บ้านน้อย จำกัด          ไข่เค็มกระชายดำ ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสันติสุข สหกรณ์การเกษตรภูเรือ จำกัด           มะม่วงดอง ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรชุมชนบ้านห้วยผักกูด สหกรณ์การเกษตร กรป.กลาง นพค.เลย จำกัด            หลามหมูยอ กลุ่มสตรีทอผ้าพื้นเมือง ภูหลวง สหกรณ์การเกษตรผู้ปลูกไม้ผลภูหลวง จำกัด             ผ
                   พุฒิพงษ์ นันโท กำนัน ต.โรงช้าง จ.พระนครศรีอยุธยา อดีตหนุ่มโรงงาน ที่พลิกชีวิตหันหลังกลับมาบ้านเพื่อเอาดีด้านเกษตรกรรม เคล็ดลับนวัตกรรมรุ่นใหม่ คือ บ่มเพาะต้นกล้าไร้ดิน อันแสนมหัศจรรย์ให้แข็งแรงก่อนปลูกลงไปในผืนดินที่อุดม           ต้นกล้าของพี่กำนันผู้กลายเป็นปราชญ์เกษตรอินทรีย์ประจำตำบล ถูกนำไปโยนและเติบโตในนาที่เตรียมความอุดมสมบูรณ์ด้วยปุ๋ยชีวภาพจากมูลนกกระทา บันดาลผลผลิตที่เพิ่มมูลค่าให้พี่กำนันอย่างเหลือเชื่อ และเป็นมิตรกับโลกน้อยๆใบนี้.
           นายสุรัตร ธรรมขันทา อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 56/4 หมู่ที่ 4 บ้านเขาตันหยง ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส96000   มีสมาชิกในครัวเรือนทั้งหมด 8 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 4 คน แรงงานในครัวเรือน 2 คน มีพื้นที่ทำการเกษตรจำนวน 3 ไร่ ทำการเกษตรในรูปเกษตรผสมผสาน           สภาพพื้นที่เดิมเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง ลักษณะดินเป็นดินเหนียวละเอียด จัดอยู่ในชุดดินระแงะ และชุดดินมูโนะ มีลักษณะเนื้อดินร่วนปนทรายแป้ง การระบายน้ำไม่ดี อินทรีวัตถุสูง ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH) … อ่านเพิ่มเติม →
           สมนึก ชูศรี อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/1 หมู่ 3 ต.โพธิ์เก้าต้น อ.เมือง จ.ลพบุรี            เริ่มต้นทำนาตามวิธีของบรรพบุรุษในอดีตคือนาหว่าน และไม่ใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลงในการทำนา จึงหมดค่าลงทุนไปกับการไถปรับพื้นที่และค่าเกี่ยวข้าวเท่านั้น            เพื่อป้องกันศัตรูพืชและเก็บน้ำไว้ในแปลงนาไม่ให้ไหลออก ได้ใช้วิธีการสร้างคันนารอบๆโดยก่อซีเมนต์กันเอาไว้             และเลี้ยงเป็ดให้หาแมลงกินในนา แถมยังได้ขี้เป็ดเป็นปุ๋ยคอกใส่ในนาด้วย อีกทั้งการย่ำของเป็ดก็จะเป็นการกระตุ้นให้ต้นข้าวออกรากเพิ่มและยึดเหนี่ยวให้ลำต้นแข็งแรง เมล็ดข้าวไม่ลีบ ไม่มีปัญหาข้าวล้ม              ตลอดจนไม่
น.ส.ทิฆัมพร บุญมาก            จังหวัดนราธิวาส พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มต่ำน้ำขังตลอดปีและมีสภาพเป็น ดินพรุ  เมื่อระบายน้ำออกจะแปรสภาพเป็นกรด ทำให้เพาะปลูกไม่ได้ผล ส่งผลให้ราษฎรประสบกับความเดือดร้อน           เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบและเสด็จไปทอดพระเนตรสภาพพื้นที่ดังกล่าว  จึงมีพระราชดำริที่จะแก้ไขด้วยการปรับปรุงดินพรุ ที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่             พร้อมกับมีพระราชกระแสรับสั่งให้พิจารณาพื้นที่ดินพรุและพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น จึงได้มีการจัดตั้ง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง ที่ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวั
          คุณวิทยา นาระต๊ะ เกษตรกรผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รี่ แห่งตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่           จากที่เคยใช้สารเคมีในการปลูก แต่เมื่อเริ่มเกิดโรคระบาดขึ้น           วิทยา เป็นคนแรกๆที่เริ่มเห็นปัญหา           และหันกลับมาใช้วิถีเกษตรอินทรีย์ปลูกสตรอว์เบอร์รี่           และพื้นที่แห่งนี้ขึ้นชื่อว่าปลูกสตรอเบอร์รี่อร่อยที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย. …………………………………………. ขอขอบคุณรายการหอมแผ่นดิน
          นายอนุสรณ์ พรชัย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 1 เปิดเผยถึงผลการประเมินโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ ของผู้ผ่านการอบรมตามโครงการฯ ปี 54 จำนวน 1,000 คน  ว่า ร้อยละ 70 มีความพึงพอใจในระดับมาก และสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ช่วยเพิ่ม ขีดความสามารถและโอกาสด้านการผลิตได้ ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น โดยเกษตรกรมีการนำเกษตรอินทรีย์ไปปฏิบัติแล้วและเห็นว่าสิ่งแวดล้อมในแปลง เกษตรดีขึ้นมากถึงร้อยละ 66 และมีการนำความรู้ไปดำเนินงานต่อประมาณ ร้อยละ 55  ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืนที่ต่อเนื่อง หรือถ่ายทอดให้กับผู้อื่น ได้ ที่ผ่านมา โครงการฯ ดำเนินมาตั้งแต่ปี 51 ช่วยให้เกษตรกร
Page 28 of 33« First...«2627282930»...Last »
© Copyright 2015 Welovethaiking.com , all rights reserved