๒๐ ปี ใต้ร่มพระบารมี ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 

rdp07_36

      การทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่อยู่คู่กับประชาชนชาวไทยมาช้านาน ราษฎรมากกว่าครึ่งของประเทศประกอบอาชีพนี้เป็นหลัก ทำมานานตั้งแต่รุ่นปู่ยาตายาย ตกทอดผืนแผ่นดิน องค์ความรู้มาจนถึงปัจจุบัน แผ่นดินที่ครั้งหนึ่งเคยขึ้นชื่อว่าเป็นแผ่นดินทองในการทำการเกษตร แผ่นดินที่มีทั้งทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ น้ำอย่างอุดมสมบูรณ์ ได้รับการกล่าวขานว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าว

     แต่เมื่อถึงปัจจุบัน สิ่งที่เคยมีเคยเป็นแหล่งงาน แหล่งอาหาร แหล่งอาชีพของเกษตรกรกลับลดน้อยลง เกษตรกรในปัจจุบันผันตัวเองมารับจ้างทำงานอย่างอื่น หรือขายที่นาทำกิน เท่าที่ยังทำอยู่ก็อาจต้องพบเจอกับปัญหาต่างๆ

1_464

     อาจกล่าวได้ว่าการทำการเกษตรกรรมในปัจจุบันไม่สามารถสร้างรายได้ให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นแต่ มีเกษตรกรอีกไม่น้อยที่ไม่ได้ละทิ้งอาชีพ โดยใช้ภูมิปัญญาของบรรพชนปรับวิถีดำรงอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันให้ชีวิตได้อย่างยั่งยืนมั่นคง ด้วยการเดินตามรอยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานหลักการทำเกษตรกรรม ทฤษฎีต่างๆ ที่สำคัญคือหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ การปลูกพืชผสมผสาน หรือการเดินตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระองค์ทรงแนะแนวทางแก่เกษตรกรที่ทรงเห็นว่ายึดเป็นอาชีพหลักและสำคัญของประชาชนชาวไทยที่เป้าหมายสูงสุดคือความสุขบนความพอเพียง

     ไม่เพียงแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยประชาชนในเรื่องการเกษตรกรรมเท่านั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถก็ทรงห่วงใยไม่แพ้กัน อย่างเช่นที่พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2526

      “…การช่วยเหลือชาวไร่ชาวนาของไทยให้สามารถเลี้ยงตัวได้นั้น เป็นของที่ไม่ยากเกินไปเลย เพราะว่าพื้นฐานของชาวไร่ชาวนาของไทยเรา มีความสามารถรอบตัวอยู่แล้ว สำคัญที่พวกเราจะต้องเข้าไปหาเขา ให้โอกาสเขา ดึงความสามารถของเขาออกมาใช้ประโยชน์ในการช่วยตัวเอง…”

page3l

       โครงการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ ในการเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในเขตกิ่งอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ

       ในการนี้ได้พระราชทานพระราชดำริ สรุปความว่าให้ส่วนราชการต่างๆ ร่วมกันพิจารณาจัดตั้งศูนย์พัฒนาการเกษตรแบบเบ็ดเสร็จขึ้น เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ซึ่งประกอบอาชีพทำนาไม่ได้ผลและขาดแคลนน้ำในการประกอบอาชีพ ในลักษณะเช่นเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

     เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2557 มีการจัดงาน “20 ปี ใต้ร่มพระบารมี ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” มี นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยนายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (เลขาธิการ กปร.) นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายสวัสดิ์ สมสะอาด ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชนในโครงการ “สื่ออาสา..สืบสานพระราชดำริ”และสื่อมวลชนท้องถิ่น และประชาชนจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมในพิธีเปิดงานครั้งนี้

n20140818140801_898859

     งาน “20 ปี ใต้ร่มพระบารมี ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เป็นความร่วมมือของสำนักงาน กปร. กับศูนย์ฯ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของการดำเนินงานและเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จจากการพัฒนาตามแนวพระราชดำริให้ประชาชนได้ประจักษ์และเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเรียนรู้และสามารถนำความรู้และผลงานที่สามารถพิสูจน์แล้วว่าหากราษฎรนำไปปรับใช้จะทำให้มีความมั่นคงทั้งอาชีพและรายได้ยิ่งขึ้น

     ศูนย์การพัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในรูปแบบของการจัดแปลงสาธิต การถ่ายทอดความรู้และฝึกทักษะทางอาชีพรวมไปถึงการสนับสนุนปัจจัยการผลิตพื้นฐานให้แก่เกษตรกร แนวทางการดำเนินงานมีลักษณะเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คือเป็นแหล่งรวมสรรพวิชาและการบริการด้านเกษตรกรรมในลักษณะเบ็ดเสร็จเพื่อให้ราษฎรได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้

      รวมทั้งขยายผลการพัฒนาไปสู่พื้นที่เป้าหมาย ส่วนที่มีความแตกต่างจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริคือไม่มีกิจกรรมด้านการศึกษา ค้นคว้า ทดลองและวิจัยในระดับพื้นที่ เหมือนดังเช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ แต่จะเน้นการนำเอาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและผลสำเร็จที่เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมมาให้บริการและขยายผลสู่เกษตรกร มีแนวทางการดำเนินงาน

n20140225134405_6183-1

     นายประทีบ กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการ อำนวยการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ กล่าวว่า ประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระราชทานพระราชดำริ ในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ เพื่อให้ราษฎรและผู้สนใจสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้นำองค์ความรู้ต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม สามารถพึ่งตนเองได้

      รวมทั้งยกระดับความเป็นอยู่และพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรหมู่บ้านรอบๆศูนย์ฯ และพื้นที่ใกล้เคียงให้ควบคู่ไปกับการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป   

10487442_796867297003506_7313071314974551836_n

     “พื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษส่วนใหญ่เป็นดินปนทรายแทบทั้งสิ้น แหล่งน้ำก็ไม่ค่อยมีเป็นพื้นที่ชายแดนทุรกันดารมาก ซึ่งเป็นอุปสรรคในการทำการเกษตรของราษฏรในพื้นที่  แต่ปัจจุบันพื้นที่อีสานตอนใต้แถบจังหวัดศรีสะเกษมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นจากเดิมมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานของศูนย์ฯมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน” ผู้ว่าศรีสะเกษ กล่าว

     ผู้ว่าฯศรีสะเกษกล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ฯแห่งนี้ได้นำเอาองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ถ่ายทอดเผยแพร่และขยายผลสู่ราษฎรจนสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นมีความสุขอย่างยั่งยืนมากขึ้น โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน เพื่อให้บังเกิดผลและความผาสุกของราษฎรตลอดไป.

10553626_796867223670180_6298396445719186407_n

……………………………….

ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved