โครงการฯ เกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านแปกแซม จ.เชียงใหม่ ปลูกพริกหวานในถุง

26182


       นายครรชิต เหล่าชัย นักจัดการงานในพระองค์ประจำโครงการสถานีพัฒนา การเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านแปกแซม ตำบลเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงการส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่โครงการทำการเกษตรว่า

        โครงการได้ดำเนินการในหลากหลายชนิดพืชและหลากหลายรูปแบบ และหนึ่งในนั้นที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ก็คือ

        การเพาะปลูกพริกหวานแบบปิด ระบบอินทรีย์ภายในถุง ซึ่งต้นพริกหวาน จัดเป็นพืชข้ามปี แต่นิยมปลูกเป็นพืชฤดูเดียว การเติบโตในระยะแรกจะเจริญเป็นลำต้นเดี่ยว เมื่อติดดอกช่อแรกตรงยอดแล้ว

        จากนั้นจะแตกกิ่งแขนงในแนวตั้งเป็นสองกิ่ง ทำให้จำนวนกิ่งเพิ่มขึ้น ตลอดฤดูการเจริญเติบโตผลผลิตที่ได้จะขึ้นอยู่กับจำนวนกิ่งและจำนวนผลต่อต้น ในช่วงระยะแรกที่กิ่งเจริญเป็นกิ่งอ่อน

        ต่อจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นกิ่งแก่ที่มีความแข็งและเปราะหักได้ง่าย โดยมีความสูงของต้นอยู่ประมาณ 0.5-1.5 เมตร มีรากเจริญในแนวดิ่งลึกประมาณ 90-120 เซนติเมตร รากแขนงแผ่กว้างออกด้านข้างประมาณ 90 เซนติเมตร ส่วนรากใหญ่จะอยู่กันอย่างหนาแน่นในระดับความลึกประมาณ 50-60 เซนติเมตร

prik05


        สำหรับการปลูกพริกหวานนั้น จะขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่น ความชื้นในอากาศต่ำ อุณหภูมิที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส ผลพริกหวานมีลักษณะกลมยาว มีขนาดใหญ่ ในผลจะประกอบไปด้วยสารให้ความเผ็ดในปริมาณที่ต่ำมาก ผลโดยทั่วไปจะเป็นสีเขียว ถ้าปล่อยให้แก่บนต้นจะเปลี่ยนเป็นสีแดง

       แต่บางสายพันธุ์ที่ถูกปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาใหม่ อาจจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีส้ม หรือสีม่วงก็ได้

       โดยพริกสีเขียวจะประกอบไปด้วยสารคลอโรฟิลล์ พริกสีแดงหรือเหลืองจะเกิดจากเม็ดสีแคโรทีนอยด์ ส่วนพริกสีม่วงจะเกิดจากเม็ดสีแอนโธไซยานิน และสีน้ำตาลจะเกิดจากการผสมระหว่างคลอโรฟิลล์ ไลโคปีน และเบต้าแคโรทีน

       ผลจะมีรูปทรงและขนาดแตกต่างกันออกไป บางพันธุ์อาจมีเปลือกหนา แต่บางพันธุ์จะบาง ผลมีขนาดกว้างประมาณ 1-15 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1-30 เซนติเมตร ผลแก่ที่เปลี่ยนเป็นสีแดง เหลือง ส้ม หรือม่วง จะมีปริมาณของวิตามินเอสูงกว่าเดิมถึง 10 เท่า และมีวิตามินซีสูงกว่า 2 เท่า

954166


       และเนื่องจากในปัจจุบันความนิยมของผู้บริโภคจะเน้นพืชผักประเภทอินทรีย์เป็นส่วนใหญ่

       ทางสถานีจึงส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกพริกในถุงแบบปิด คือ ใช้ถุงชนิดหนาบรรจุวัสดุปลูกแล้วนำเมล็ดพริกมาเพาะ ตั้งไว้ในโรงเรือนที่มีตาข่ายตาถี่คลุมเพื่อป้องกันแมลงเข้ามารบกวน

       การปลูกแบบนี้จะมีผลดีหลายประการ อาทิ ผลผลิตจะไม่เสียหายจากแสงที่อาจแรงเกินไป ป้องกันการเข้ามาทำลายของแมลงได้ และแก้ปัญหาเรื่องผลพริกที่อาจตั้งอยู่บนพื้นดินที่จะทำให้เกิดการเน่าเสียก่อนการเก็บเกี่ยว

        ที่สำคัญ เป็นพืชประเภทนิยมบริโภคสด จึงไม่ควรใช้สารเคมีเข้ามาเป็นตัวช่วยในการเพาะปลูก ซึ่งวิธีดังกล่าวจะดีที่สุด

        และล่าสุด นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายดนุชา สินธวานนท์ รองเลขาธิการ กปร. นายจรูญ อิ่มเอิบสิน ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวัง นายสมบูรณ์ วงค์กาด ที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการฯสำนักงาน กปร. พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางเข้าติดตามการดำเนินงานสถานีฯ

       พบว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น

       ราษฎรสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลในพื้นที่ของตนเองได้เพิ่มขึ้น

       ทำให้มีรายได้เสริมจากการจำหน่ายผลผลิต

       ส่งผลให้ราษฎรมีรายได้เพียงพอในการใช้จ่ายในครัวเรือนเป็นอย่างดี.

................................................


ที่มา : เดลินิวส์

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved