แนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ.. คุณูปการอันยิ่งใหญ่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตแก่หมู่พสกนิกร


นอกเหนือไปจากการพัฒนาอาชีพเพื่อเพิ่มพูนรายได้ ซึ่งเป็นเรื่องเศรษฐกิจในครัวเรือนอันมีผลต่อเศรษฐกิจระดับมหภาคแล้ว โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทุกโครงการยังผนวกเรื่องของการพัฒนาสังคมและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนเข้าไว้ด้วยเป็นสำคัญ โดยถือหลักให้ประชาชนที่มีส่วนได้เสียในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยตนเอง (People Participation) ตั้งแต่เริ่มโครงการ วิธีการนี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักพัฒนาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเรียกกระบวนการนี้ว่าเป็นการ ระเบิดจากข้างใน คือ ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้กำหนดวิถีทางของตนเอง เพื่อเลือกแนวทางการพัฒนาและพร้อมรับกระแสของการพัฒนาจากข้างนอกที่จะมีเข้ามาในอนาคต


หากวิเคราะห์ถึงการดำเนินงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างเจาะลึกจะพบว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้หลักการประชาพิจารณ์ (Public Hearing) มานานเป็นเวลาหลายสิบปีก่อนจะเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย และเริ่มทำกันอย่างกว้างขวางในขณะนี้ วิธีการทำประชาพิจารณ์ของพระองค์นั้นเป็นวิธีที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมา โดยจะทรงอธิบายถึงวัตถุประสงค์และผลที่จะได้รับจากโครงการพัฒนากับพสกนิกรที่มาเฝ้าได้รับทราบ จากนั้นจะทรงถามถึงความสมัครใจและกลุ่มที่จะต้องเสียสละในขณะนั้นเลย เมื่อมีการตกลงใจโดยเสียงเป็นเอกฉันท์แล้วก็จะทรงเรียกผู้นำท้องถิ่น เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จนกระทั่งถึงนายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด ให้มารับทราบและดำเนินการในขั้นต้น เช่น การจัดการในปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ก่อนที่จะพระราชทานให้หน่วยงานปฏิบัติที่เกี่ยวข้องดำเนินการในเชิงบริหาร และวิชาการต่อไปจนเสร็จสิ้นโครงการ


การเข้ามามีส่วนร่วมในทุกระดับของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนั้น มีทั้งในส่วนของประชาชนและในภาครัฐ จะเห็นได้ชัดเจนในอีกตัวอย่างหนึ่งคือ โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นเสมือน ” พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” ซึ่งมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ นั้น นับได้ว่าเป็นรูปแบบใหม่ของการบริหารจัดการในระบบราชการไทย ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์นั่นคือ การลดขั้นตอนของการประสาน จากการจัดการที่เคยชินอยู่กับการดำเนินงานระบบ “เอกเทศ” มาเป็นการร่วมกันทำในคราวเดียวในทุกสาขา เพื่อให้บริการแก่ประชาชน ณ ที่แห่งเดียว เป็น “ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ” หรือ “one stop services” ที่ หน่วยราชการหลายหน่วยร่วมกันทำงาน โดยมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เป็นศูนย์รวม ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ผู้ที่ต้องการความรู้และความช่วยเหลือต้องเสียเวลามากในการไปติดต่อหรือรับบริการในแต่ละองค์กร ซึ่งแยกย้ายกันอยู่ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน


สำหรับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยทั่วไปแล้วบ่อยครั้งที่เห็นได้ชัดว่าในแต่ละโครงการนั้นได้ผสานวัตถุประสงค์หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน กล่าวคือนอกจากเรื่องเศรษฐกิจและการยกระดับรายได้ของพสกนิกรแล้วยังปรากฏเรื่องของการพัฒนาสังคม การสร้างความเข้มแข็งมั่นคงให้กับชุมชน  การเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในแง่ขององค์รวม ตลอดจนเรื่องของสังคมจิตวิทยา วิถีชีวิตไทยและวัฒนธรรมอีกด้วย       


พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถที่ล้ำลึกนั้น จึงไม่จำกัดเฉพาะเรื่องของเกษตรกรรม เช่น น้ำ ดิน อากาศ และการเพาะปลูกเท่านั้น หากแต่ยังครอบคลุมไปถึงเรื่องการบริหารจัดการ เรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนด้านการพัฒนาสังคมและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนอีกด้วย การสงเคราะห์ช่วยเหลือพสกนิกรโดยเฉพาะผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดารนั้น ได้เสริมสร้างความมั่นคงทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม แบ่งเบาภาระ อุดช่องว่าง และเสริมงานด้านการพัฒนาประเทศของรัฐบาลอย่างประสานสอดคล้องกัน     


แนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ก่อคุณูปการอันยิ่งใหญ่แก่การสงเคราะห์ช่วยเหลือ และยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรเป็นอเนกอนันต์มาโดยตลอดรัชสมัยแห่งการครองราชย์              

———————————————————————-


ข้าพระพุทธเจ้า มูลนิธิบุคคลพอเพียง ชมรมคนรักในหลวง

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved