เล็ก พวงต้น จ.ปทุมธานี : ต้นแบบเกษตรอินทรีย์ตัวจริง ทำเกษตรไร่นาสวนผสม ลดใช้สารเคมี


ทรงสร้างประโยชน์สุขสู่ปวงประชา : “ลุงเล็ก” ต้นแบบเกษตรอินทรีย์ ยึดหลักเดินตามวิถีเกษตรทฤษฎีใหม่ฯ


กว่าพื้นที่ 50 ไร่ ของนายเล็ก พวงต้น วัย 71 ปี ต้นแบบเกษตรอินทรีย์ตัวจริง ทำเกษตรไร่น้ำสวนผสมลดการใช้สารเคมี ด้วยการหันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพ จนที่สุดเป็นอินทรีย์เต็มรูปแบบ

ทำได้ไม่มีขาดทุน ต้องใช้เวลาพอสมควร ด้วยเพราะมุ่งมั่นเดินตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

น้อมนำพระราชดำรัสมาประยุกต์อย่างจริงจัง “อย่าใจร้อน” จนประสบผลนำพาชีวิตกลับสู่ภาวะความสุขไม่อดอยากขาดแคลน หมดหนี้สิน

แล้วยังได้เกื้อกูลคนอื่นได้อีกด้วยเกิดผลเป็นรูปธรรมแท้จริงในวันนี้

วันนี้นายเล็กคือประธานศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จังหวัดปทุมธานี อดีตผู้ใหญ่บ้านชุมชนหมู่ 7 บึงกาสาม

เกษตรกร ต้นแบบอินทรีย์ชาวจังหวัดปทุมธานีเพราะเดินตามรอยเท้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยหลักเกษตรทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

นายเล็ก ทองต้น เล่าว่า กว่า 10 ปี บนเส้นทางเกษตรอินทรีย์

ตนเองคิดเสมอว่า “ทำอย่างไรก็ได้ ให้มีรายได้พอกินพอใช้ ไม่สร้างหนี้ มีเงินใช้เหมือนตอนที่รับเงินเดือนของข้าราชการ”

โดยแรงบันดาลใจของตนเอง คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พ่อของคนไทยทั้งแผ่นดิน

เมื่อครั้งได้เดินทางไปดูงานในโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ นำศาสตร์พระราชามาเป็นจุดเริ่มต้นในการบริหารจัดการประยุกต์พื้นที่ 50 ไร่ ให้กลายเป็นไร่นาสวนผสม

 เส้นทางของการเริ่มต้น โดยเดินตามพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ สะกิดความคิดว่า “ชาวนาจะปลูกข้าวอย่างเดียวไม่ได้”

อายุข้าวกว่าจะเกี่ยวต้องใช้เวลาประมาณ 105 วัน

จึงได้ปรับพื้นที่ 50 ไร่ เป็น ทำนา 10 ไร่ ปาล์ม 40 ไร่ ปลูกกล้วยแซมในสวนปาล์ม เลี้ยงไก่ไข่ 50 ตัว

สร้างแหล่งน้ำเลี้ยงปลา

โดยปาล์มตัด 2 ครั้ง/เดือน 24 ครั้ง/ปี

กล้วยน้ำว้า ตัด 2 ครั้ง / เดือน

ข้าวเกี่ยว 2 ครั้ง/ปี

“ในการทำนาจะไม่ใช้สารเคมี นำเกษตรอินทรีย์เข้ามาใช้แรก ๆ ที่ทำอาจจะเห็นผลช้า แต่ดีกับธรรมชาติเรียนรู้บนเส้นทางของเกษตรพอเพียง ค้นสูตรปุ๋ยชีวภาพเอง ผสมโน่มผสมนั่น ศึกษาหาข้อมูลพยายามหาข้อมูลตามหน่วยงานต่างๆ

เพื่อหาข้อมูลมาปรับใช้ในพื้นที่ของตัวเองก่อนจนเกิดผลตามที่ในหลวงทรงแนะไว้เลย จากก็ขยายผลไปในชุมชน

ส่วนหนึ่งคือการหาข้อมูลจากทางคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญญบุรี (มทร.ธัญญบุรี) มีการนำชีวภาพมาใช้

ผมจึงได้ทำเรื่องไปที่ มทร.ธัญบุรี อาจารย์และทีมงานและลงพื้นที่สำรวจ และเข้ามาทำการวิจัยและทำการทดลองนวัตกรรมชีวภาพจากความหลากหลายทาง

ชีวภาพเชื้อราปฏิปักษ์ (หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน) มาใช้ในนาข้าว ปาล์ม และได้เข้ามาบริการองค์ความรู้ให้กับศูนย์อีกด้วย



นายเล็กบอกว่าความแตกต่างของการใช้สารเคมี และสารชีวภาพ สำหรับการทำนาข้าวจากที่ลงทุน 5,000 บาท/ไร่ เหลือเพียง 1,700-2,200 บาท/ไร่ ได้ปริมาณข้าวเปลือก 1 ไร่/1 ตัน เม็ดข้าวมีคุณภาพดีไม่ลีบแบน

เพิ่มการแปรรูปข้าวเปลือก เป็นข้าวขาวเพิ่มรายได้ ซึ่งภายในศูนย์การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ต. บึงกาสาม มีเครื่องสีข้าว

ก็ได้นำข้าวที่ได้มาสีเพื่อนำไปขาย โดยชาวบ้านในชุมชนนำข้าวเปลือกมาสี คิดกิโลกรัมละ 2 บาท ข้าวเปลือกสีเป็นข้าวขาวเพิ่มรายได้ จาก 8500 เป็น 35000 บาทต่อเกวียน

และที่สำคัญ เมื่อมีรายได้หรือมีค่าใช้จ่ายมาแต่ละครั้ง ต้องมีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ให้ชัดเจนแน่นอน

เมื่อครั้งที่ พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาดูงานที่จังหวัดปทุมธานี ได้มีโอกาสนำผลผลิตข้าวหอมปทุมธานีของศูนย์ไปเป็นของขวัญ

นายกรัฐมนตรี ถามว่าข้าวมาจากไหน ได้ตอบท่านว่า “ข้าวหอมปทุมธานีมาจากโครงการ ศพก.ของท่านนายก

และได้ทาง มทร.ธัญบุรี มาดูแลและให้การช่วยเหลือ” โดยท่านนายกยังชื่นชมและให้เกษตรกรดูตนเองเป็นตัวอย่าง



“ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าราคาสินค้าเกษตรจะเป็นอย่างไร อยากให้เกษตรลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด หันมาใช้เกษตรอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมี ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม

เป็นชุมชนต้นแบบอินทรีย์ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยทางหมู่ 7 บึงกาสามได้รับการันตี เช่น เมื่อปี 2553 ได้รับรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงฯ เมื่อปี 2556 ศูนย์การเรียนรู้ดีเด่น จากกรมส่งเสริมการเกษตร และทางชุมชนยังเข้าร่วมโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนหมู่ 7 บึงกาสาม จังหวัดปทุมธานีแบบมีส่วนร่วมเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี

ก็ต้องขอขอบคุณทางมหาวิทยาลัยด้วยที่ได้สร้างองค์ความรู้รวมไปถึงอาจารย์ นักศึกษา เจ้าหน้าที่ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือ”

ลุงเล็กหนึ่งในตัวอย่างเกษตรอินทรีย์ต้นแบบเพราะน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพการดำเนินชีวิตเดินตามรอยหลักปรัชญาแบบพอเพียงฯ บอก

และว่าวันนี้ถึงแม้ว่าเกิดวิกฤตเศรษฐกิจบ้าง ราคาของสินค้าเกษตรจะผกผันอย่างไรก็ตาม วันนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อลุงแต่อย่างใด

.....................................


ที่มา : ชลธิชา ศรีอุบล มทร.ธัญบุรี/ข้อมูล จากสยามรัฐ https://www.siamrath.co.th/n/31920

ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved