หวดนึ่งข้าว..แบบพอเพียงเลี้ยงครอบครัว “เข็มแก้ว” จ.อำนาจเจริญ



                         การจักสาน "หวดนึ่งข้าว" ในหลายพื้นที่ของ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ที่บรรพบุรุษสรรสร้างผลงานมากว่า 50 ปี มุ่งหวังเพื่อใช้ในครัวเรือน ปัจจุบันดูเหมือนกลายเป็นอาชีพเสริม

                         สร้างรายได้ให้แก่ผู้เฒ่าผู้แก่ อย่าง ลุงกงเวียน-ป้ากองสา เข็มแก้ว วัย 70 และ 65 ปี อยู่ที่ 85 หมู่ 4 ต.ดอนเมย อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ซึ่งทั้งสองสานหวดขายมาหลายปี ด้วยยึดหลักพอเพียงสร้างชีวิตมีสุข

                         ลุงกงเวียน เล่าว่า จักตอกสานไม้ไผ่เมื่อ 14-15 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทำเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้สม่ำเสมอให้ครอบครัวนอกเหนือจากอาชีพหลักทำนาทำไร่ โดยเริ่มจากเมื่อสิ้นหน้านาทั้งลุงและป้าจะออกหาไม้ไผ่ซึ่งมีไม่ขาดแคลนในท้องถิ่น

                         "จะเลือกลำปล้องที่ตรง ลำใหญ่ สีสดใส ไม่คดงอ นำมาผ่าแล้วจักเป็นตอก เพื่อใช้สานขึ้นรูปโดยเป็นการสานลายสองซึ่งเป็นลายหวดเอกลักษณ์ของดอนเมย เมื่อได้รูปทรงแล้ว จะประกอบส่วนใส่ขอบไม้ที่ปากหวด ใส่สลักรองก้นเวลาใส่ข้าวจะได้ไม่หลุด" ลุงกงเวียน บอกวิธีทำคร่าวๆ

                         ปัจจุบันการสานหวดนึ่งข้าวกลายเป็นกิจการในครัวเรือนของคนในพื้นที่กว่า 2 พันครัวเรือน ซึ่งผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยที่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แถมมีรายได้ด้วย ดังที่ลุงกงเวียนบอกจึงทำให้มีการจัดหาอุปกรณ์อย่างเป็นระบบ ใครถนัดหาไม้ไผ่ก็จะนำมาขายส่งโดยทำเป็นท่อน ท่อนละ 1 เมตร ราคา 50 บาท

                         ขณะที่ในหนึ่งวันแต่ละครอบครัวจะสานได้ไม่น้อยกว่า 7-10 ใบ โดยจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน ถ้าเพียงขึ้นรูปยังไม่ใส่ขอบปากหวดขายใบละ 20 บาท แต่ถ้าใส่ขอบใส่สลักทั้งปากหวดก้นหวดใบละ 30 บาท

                         "ทำเท่าไหร่ขายได้หมด ไม่มีค้างสต็อก อย่างที่บ้านทำกัน 2 คนได้ วันละ 13-14 ใบอาจน้อยไปหน่อย เพราะเรายึดหลักพอเพียง ทำได้แค่ไหนเอาแค่นั้น แต่ผลงานนั้นตั้งเป้าใช้ทน ใช้ได้นาน จึงต้องใช้เวลาพิถีพิถัน ในเรื่องปริมาณลุงจึงไม่เน้น"

                         นอกจากทำนาเกือบ 5 ไร่แล้ว ลุงกงเวียน ยังทำสวนยางพาราอีก 8 ไร่ โดยเพิ่งเปิดหน้ายางกรีดขายไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งลุงบอกยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรกับอาชีพนี้ ทว่าอย่างไรก็ตามที่ผ่านมาครอบครัวมีรายได้จากขายหวดนึ่งข้าวถึงปีละ 3-4 หมื่นบาท ขณะที่จากยางพาราได้กว่า 2 หมื่นบาท ส่วนข้าวเปลือกแทบไม่ได้ขาย ทำพอได้ข้าวกินในแต่ละปีโดยไม่ต้องไปซื้อหาจากที่ใด

                         "ถ้าขยันก็ไม่เดือดร้อนพอมีรายได้ทุกเดือน ข้างบ้านจะปลูกผักสวนครัว พริก สะระแหน่ ไม่ต้องไปซื้อ ป้าก็เก็บเล็กผสมน้อย อดออมฝากธนาคาร เพื่อจะได้หยิบยื่นเพื่อการศึกษาของลูกหลานบ้าง" ป้ากองสา กล่าวเสริม

                         ปัจจุบัน ลุงกงเวียน-ป้ากองสา เข็มแก้ว ย้ำยังรักจะสานหวดนึ่งข้าวต่อไป แม้จะไม่ร่ำรวยมีเงินทองมากมาย แต่ครอบครัวก็มีสุข โดยเฉพาะการไม่มีหนี้สิน ซึ่งทั้งสองถือเป็นสิ่งประเสริฐในแบบฉบับวิถีชีวิตเช่นพวกเขา.

.................................................................

โดย สุชาติ สูงเรือง

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved