ลิงทรงเลี้ยง..เรื่องเล่า..ทรงสอนให้มองหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ จากชีวิตประจำวันใกล้ตัว

dd4

    จากพระเมตตาทุกสรรพชีวิต สู่โครงการ’แก้มลิง’สร้างสุขมากล้น

     โครงการ “แก้มลิง” โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย โครงการที่ดีและมีประโยชน์ต่อคนไทยทั้งประเทศ  

     ซึ่งโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากพระอัจฉริยภาพใน “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ” มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นหลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2538

ด้วยทรงตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น และมีวัตถุประสงค์หลักในการบริหารจัดการน้ำด้วยการสร้างพื้นที่รับน้ำ กักเก็บน้ำส่วนหนึ่งไว้ชั่วคราวก่อนระบายลงสู่ทางระบายน้ำหลัก

   โดยแนวคิดของโครงการแก้มลิงเกิดจากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำริถึงลิง ว่า

“ลิงโดยทั่วไปถ้าเราส่งกล้วยให้จะรีบปอกเปลือก เอาเข้าปากเคี้ยวแล้วนำไปเก็บไว้ที่แก้มก่อน ทำอย่างนี้จนกล้วยหมดหวีหรือเต็มกระพุ้งแก้ม จากนั้นจะค่อย ๆ นำออกมาเคี้ยวและกลืนกินภายหลัง”


(ขอขอบคุณ ยูทูปช่อง สํานักข่าวไทย TNAMCOT เผยแพร่เมื่อ 11 พ.ย. 2016 : รอยแย้มพระสรวล เมื่อครั้งทอดพระเนตรละครลิง)

..

   นอกจากบรรเทาปัญหาน้ำท่วมโครงการแก้มลิงยังช่วยอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อม โดยน้ำที่ถูกกักเก็บไว้เมื่อถูกระบายสู่คูคลองจะไปบำบัดน้ำเน่าเสียให้เจือจางลง และช่วยผลักดันน้ำเสียให้ระบายออกไปได้ต่อไป

   ปัจจุบันยังถูกนำมาประยุกต์ ใช้ในการกักเก็บน้ำไว้ทำการเกษตรช่วงน้ำแล้งอีกด้วย ตามข้อมูลการพัฒนาแหล่งน้ำตั้งแต่ต้นจนถึงสิ้นปีงบประมาณพ.ศ. 2557

    จากรายงานประจำปี 2557 กรมชลประทานระบุว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ชลประทานในโครงการแก้มลิง 97,224 ไร่ และมีพื้นที่รับประโยชน์มากถึง 1,028,017 ไร่ 

ถึงวันนี้นับเป็นเวลา 20 ปีแล้ว ที่โครงการแก้มลิงอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้ช่วยแก้ปัญหาบรรเทาทุกข์พสกนิกรชาวไทยทั่วทุกสารทิศทั้งในยามน้ำหลากและยามน้ำแล้ง



dd5

    โครงการแก้มลิงจึงเป็นอีกหนึ่งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงให้เห็นความใส่พระทัยสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวและทรงนำมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหารวมถึงสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ

    ไม่เพียงเท่านั้นยังคงสะท้อนถึงเรื่องราวความผูกพันระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับลิงทรงเลี้ยงอีกด้วย

    ภายหลังมีพระราชดำริโครงการแก้มลิงเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2538

ในปี พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอ่านข่าวหนังสือพิมพ์เรื่องลิงแสมเคราะห์ร้ายตัวหนึ่ง ที่มือเข้าไปติดในกะลามะพร้าว ชาวบ้านอยากช่วยก็ช่วยไม่ได้ เพราะลิงคอยแต่จะหนีขึ้นต้นไม้กลายเป็นตัวประหลาดอยู่ในฝูงลิง จึงถูกลิงด้วยกันรังเกียจและทำร้าย

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ นสพ.อลงกรณ์ มหรรณพ ไปช่วยลิงแสมตัวดังกล่าว

โดยยิงยาสลบแล้วนำมาผ่าตัดรักษา แต่มือของลิงอักเสบมานานจนคลายไม่ออกแล้ว และคงหากินเองยาก

ที่สำคัญไม่สามารถกลับเข้าฝูงเดิมได้ จึงทรงรับมาเลี้ยงไว้ในวังสวนจิตรลดาถือเป็น “ลิงทรงเลี้ยงตัวแรก”

    ดังพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2542 ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต ความว่า

“แก้มลิงนี่คนเขาหัวเราะ ว่า ทำไมแก้มลิง ก็อธิบายมาแล้วว่า แก้มลิงคืออะไร คนหัวเราะก็เพราะค่อนข้างจะตลก

.ที่เอาลิงมาเลี้ยงที่นี่ ก็เพราะเนื่องจากโครงการแก้มลิง คนจะได้รู้ได้เห็น

.สมัยนี้ คนไม่รู้ ว่า ลิงมีแก้ม เอามาโชว์ ว่า มันมีแก้มลิง

ลิงตัวหนึ่งที่มีอยู่ มือพิการยังไม่ถึงด้วน แต่ก็ใช้ไม่ได้ เรียกมัน ว่า ไอ้กะลา หรือคุณกะลา เพราะอยู่ในวัง

.กะลานั้น เป็นลิงจากบางขุนเทียนของท่านผู้ว่า ฯ ใครเอากะลาเจาะรูไปวางไว้ ไอ้ลิงก็อยากจะรู้ว่าข้างในมีอะไร เอามือล้วงเข้าไป

.ไม่รู้ทำกรรมอะไรมันก็ติดอยู่อย่างนั้น สลัดไม่ออก เพราะกำมือไว้จนมือเริ่มจะเน่า กว่าหมอจะจับตัวได้ก็หลายวัน

ผ่ากะลาออก แต่มือพิการแล้ว ตั้งใจจะปล่อยไปเมื่อรักษาหายแล้ว

.แต่มันก็พิการแล้ว ถ้าปล่อยเข้าฝูงลิงที่บางขุนเทียนก็อยู่ไม่ได้ จะถูกพรรคพวกตี ก็คงตายแน่

.จึงเอามาเลี้ยงที่นี่และเรียกว่า คุณกะลา”

dd6

10505454_665919436830396_8286295835519988014_n


    ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน) จัดส่งลิงแสมมาอยู่เป็นเพื่อนคุณกะลาในวังสวนจิตรลดา

ขณะนั้น มีประชาชนนำลูกลิงแสมเพศผู้เมียคู่หนึ่งมาบริจาคให้สวนสัตว์ดุสิต ทางสวนสัตว์ดุสิตจึงส่งลูกลิงคู่นี้มาอยู่ในวังสวนจิตรลดา

    ทรงเรียกลิงแสมเพศผู้ ว่า “คุณสมศักดิ์” และลิงแสมเพศเมีย ว่า “คุณสมศรี” ซึ่งต่อมาคุณกะลา คุณสมศักดิ์ และคุณสมศรีได้รับการยกย่องให้เป็นลิงต้นแบบ และเป็นที่มาของการพัฒนาโครงการแก้มลิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เนื่องจากเป็นลิงแสมที่มีลักษณะการกินตรงกับแนวคิดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเอาไว้

    นอกจากคุณกะลา คุณสมศักดิ์ และคุณสมศรี …พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ยังทรงแสดงความเมตตาต่อลิงตัวอื่นอีกมากมาย และมีพระราชดำรัสถึงลิงอยู่บ่อยครั้ง

10527829_666047086817631_7993257462701738772_n

(เมื่อครั้ง 'ในหลวง ร.9' ทรงบวงสรวง 'พระชัยมงคล' ณ วังไกลกังวล หัวหิน พร้อมทอดพระเนตรละครชาตรี คณะ พ.เทพประสิทธิ์ และละครลิงคณะประกิต ศิษย์พระกาฬ วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2557)

    ..

อาทิ ความตอนหนึ่งของพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2545

    ทรงเล่าถึง ลิงที่หนีจากเขาตะเกียบเข้ามาอยู่ที่วังไกลกังวล โดยทรงนำกล้วยและมะละกอไปให้กินพร้อมตั้งชื่อว่า “คุณศักดิ์ดา”

    ต่อมา ทรงทราบว่าเจ้าลิงแท้จริงแล้วชื่อ “คุณสรพงษ์” ที่เดินเที่ยวตามหาดทรายไปถึงสนามบินแล้ว ถูกไล่จนหนีมาถึงวังไกลกังวล แต่มาอยู่ได้เพียงสักพักก็กลับขึ้นเขาตะเกียบไป

10536911_666047286817611_6201267010436336429_n

    “เรานึกว่าคุณสรพงษ์จะมาสมัครเป็นครูใหญ่แต่สุดท้ายก็ไม่เอา กลับไปที่เขาตะเกียบไปหาพ่อแม่ พี่น้อง

.เพราะบอกไม่ไหวไปที่ไกลกังวล นึกว่า จะเห็นสาว ๆ สวย ๆ.. ไม่ไหว ..แก่

.เพราะสาว ๆ สวย ๆ ไปโน่นไปต่างจังหวัดหมด กับสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ

.เลยไม่มี เพราะว่าเขาก็กลับไปที่เขาตะเกียบไปหาพ่อหาแม่ เดี๋ยวนี้ก็ยังอยู่ที่แรกมากับพี่กับพี่น้องกับแม่เลย ..ไม่เอาแล้ว”

    ต่อมาปี พ.ศ. 2553 คุณกะลาได้เสียชีวิตลงจึงมีการสร้างอนุสาวรีย์คุณกะลาไว้ที่ถนนเทียนทะเลเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เพื่อเป็นพยานแห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ปกแผ่ไปถึงสรรพชีวิตในโลก


     ส่วนคุณสมศักดิ์และคุณสมศรีได้กลับมาอยู่ในความดูแลของสวนสัตว์ดุสิตโดย เบญจพล นาคประเสริฐ ผอ.องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยว่า

สวนสัตว์ดุสิตมีความใกล้ชิดกับวังสวนจิตรลดา เนื่องจากมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลสัตว์ทรงเลี้ยงต่าง ๆ ที่มีจำนวนค่อนข้างมากและมีหลายประเภท

 


ลิงทรงเลี้ยง คุณสมศักดิ์


    สมัยที่คุณกะลา คุณสมศักดิ์และคุณสมศรี มีชีวิตอยู่สวนสัตว์ดุสิตได้ส่งพนักงานฝ่ายบำรุงสัตว์เข้าไปดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายหลังคุณกะลาเสียชีวิต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใยต่อ คุณสมศักดิ์และคุณสมศรีที่มีอาการเหงาหงอยลงจึงโปรดเกล้าฯ ให้สวนสัตว์ดุสิตรับมาดูแล

    ช่วงแรกคุณสมศักดิ์และคุณสมศรีได้รับการเลี้ยงไว้ในโรงพยาบาลสัตว์ของสวนสัตว์ดุสิต โดยแยกกรงเลี้ยง แต่เมื่อจัดทำที่อยู่ให้ใหม่กว้างขวางกว่าเก่า จึงทดลองนำมาเลี้ยงให้อยู่ร่วมกัน ซึ่งทั้งสองสามารถอยู่ร่วมกันได้


ลิงทรงเลี้ยง คุณสมศรี


 


dd2

     “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานค่าเลี้ยงดูคุณสมศักดิ์และคุณสมศรีเดือนละ 20,000 บาท นอกจากเพียงพอต่อการดูแลคุณสมศักดิ์และคุณสมศรีแล้วยังเหลือพอนำไปเป็นค่าอาหารให้สัตว์ตัวอื่น ๆ อีกด้วย

     ..โดยสวนสัตว์ดุสิตมีการจัดทำรายงานกลับไปยังสำนักพระราชวัง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงมีความห่วงใยต่อลิงทรงเลี้ยงทั้งสอง

     ..โปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์ และท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาดูความเป็นอยู่ของลิงแสมทรงเลี้ยงทั้งสองบ้างเป็นบางครั้งบางคราว”

       นับว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระเมตตาและความรักต่อสัตว์เป็นอย่างยิ่ง นอกจาก ลิง สุนัข และแมว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อสัตว์ชนิดต่าง ๆ มากมาย อาทิ นก ไก่ กระบือ โค ฯลฯ นับเป็นอีกหนึ่งพระจริยวัตรที่โดดเด่น

       หากคิดแก้ปัญหาไม่ตก ลองก้าวจากโต๊ะทำงานออกไปมองชีวิตอื่น ๆ อาจได้แรงบันดาลใจใหม่ ๆ

    เหมือนอย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทรงนำลิงแสมมาเป็น “ต้นแบบ” ในการแก้ปัญหาสร้างความสงบสุขให้ชาวไทยมาจวบจนทุกวันนี้

dd1คุณสมศักดิ์และคุณสมศรีมีอายุมากพอสมควร โดยคุณสมศักดิ์เกิดเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2546

ส่วนคุณสมศรีเกิดเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2549 โดยเฉลี่ยลิงแสมจะมีอายุประมาณ 20 ปี

จึงอาจไม่ค่อยโลดโผนเหมือนกับลิงแสมตัวอื่น ๆ

……………………………….


ที่มา : เดลินิวส์

ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved