ภาพประวัติศาสตร์..เสด็จฯ ทุ่งมะขามหย่อง ๒๕ พ.ค. ๕๕

F9706F3307C54DD19197023D9521CAD6


เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2555 ภาพประวัติศาสตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนิน ทุ่งมะขามหย่อง ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


ซึ่งทั้งสองพระองค์เคยเสด็จฯ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2539 เป็นเวลา 16 ปีมาแล้ว ยังความปลาบปลื้มปีติมิรู้ลืมมาสู่ชาวอยุธยาเมื่อ พระองค์ทรงเคียวเกี่ยวข้าวที่ทุ่งมะขามหย่อง เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ชาวอยุธยาไม่มีวันลืม


ครบรอบ 16 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเกี่ยวข้าวที่ทุ่งมะขามหย่อง จ.พระนครศรีอยุธยา


โอกาสนี้ทางจังหวัดได้จัดสร้างพระบรมรูปนูนสูง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถือเคียวเกี่ยวข้าว เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น


เมื่อรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนเข้าสู่ทุ่งมะขามหย่อง ประชาชนที่มารอเฝ้าฯรับเสด็จ ต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง รถพระที่นั่งเคลื่อนอย่างช้าๆ เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมี ประชาชนที่ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในชุดฉลองพระองค์เครื่องแบบอันสง่างามต่างปลื้มปีติจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมก้มกราบลงกับพื้น และโบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร.สีเหลือง ธงพระนามาภิไธย ส.ก.สีฟ้า และธงพระนามาภิไธย ส.ธ.สีม่วง อย่างปลิวไสว


ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยกกล้องส่วนพระองค์ขึ้นมาฉายรูปประชาชน พร้อมโบกพระหัตถ์ และทรงแย้มพระสรวล ตลอดเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน ส่วนประชาชนที่ได้เห็นภาพพระองค์ผ่านทางจอโปรเจ็กเตอร์ต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญ


เมื่อรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนถึงพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญพวงมาลัยเข้าถวาย เสร็จแล้วพระราชทานไปถวายสักการะที่โต๊ะหมู่หน้าพระราชานุสาวรีย์ ทรงคม จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่งทอดพระเนตรบริเวณโดยรอบพระราชานุสาวรีย์


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ยังศาลาพลับพลากลางน้ำ ทอดพระเนตร การแสดงแสงสีเสียง "ทุ่งมะขามหย่อง ผืนแผ่นดินทองแห่งพระมหากรุณาธิคุณ"


เริ่มด้วยขบวนแห่ช้างและขบวนทหารกองเกียรติยศ สวนสนามเลียบอ่างเก็บน้ำมายังพลับพลาพิธีเพื่อถวายพระเกียรติ โดยช้างทั้ง 9 เชือกที่เข้าร่วมพิธีรับเสด็จ ได้ผ่านพิธีปักษะปะพรมน้ำมนตร์ทั้งช้างและควาญช้างเพื่อความเป็นสิริมงคล


โดยช้างเชือกแรกนำพานพุ่มให้ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการผู้ใหญ่ 36 ท่าน ถวายบังคม


การแสดงชุด "เพลงเห่เรือ" เรือ 6 ลำ ซึ่งจะขับเพลงเห่เรือประจำถิ่นที่สื่อความหมายถึงการสรรเสริญเทิดพระเกียรติที่พระองค์ท่านทรงทำให้ถิ่นแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ มีน้ำใช้ในหน้าแล้งและที่เก็บน้ำในหน้าฝน ซึ่งในปัจจุบันเป็นพื้นที่รองรับน้ำท่วมให้ประชาชนคนกรุงเทพฯ  ซึ่งล้วนมาจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ในปี พ.ศ. 2538 ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ปล่อยน้ำเข้าพื้นที่โดยรอบพระราชานุสาวรีย์และให้กักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งตามโครงการพระราชดำริ


ในวันที่ 23 ม.ค. 2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาเปิดคันบังคับน้ำปล่อยน้ำเข้าสู่ท่อส่งน้ำให้แก่เกษตรกร และในวันที่ 14 พ.ค. 2539 ทรงเกี่ยวข้าวในนาข้าวด้วยพระองค์เอง


เพลงเรือเฉลิมพระเกียรติ ณ ทุ่งมะขามหย่อง : วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง  พ่อเพลงชาย : นายวีระศักดิ์ แม้นพยัคฆ์  แม่เพลงหญิง : นางสาวประภาพรรณ ลิ้นทอง  ฝึกซ้อมโดย : แม่ครูจำรัส อยู่สุข


การแสดงแสงสีเสียง "ทุ่งมะขามหย่อง ผืนแผ่นดินทองแห่งพระมหากรุณาธิคุณ" 


องค์ที่ 1 การแสดงชุด 16 ปีแห่งความหลัง ณ ทุ่งมะขามหย่อง โดย อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี บรรเลงขลุ่ยเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด


องค์ที่ 2 การแสดงชุด "หลั่งเลือดทาบทา ปกปักษ์รักษาแผ่นดิน" พร้อมด้วยการฉายวีดีโอเรื่องราวประวัติศาสตร์ของทุ่งมะขามหย่องที่พระมหาจักรพรรดิต่อสู้กับกองทัพพม่า เพื่อไม่ให้เข้าสู่กรุงศรีอยุธยาได้ รวมทั้งวีดีโอเรื่องราวของสมเด็จพระสุริโยทัย ถ่ายทอดความเสียสละของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา


ระหว่างฉายวีดีโอเทิดพระเกียรติสมเด็จพระสุริโยทัย รอบข้างเวทีได้นำเสนอภาพช้างบำรุงงา โดยควาญช้างผู้มากด้วยประสบการณ์ (การฝึกช้างยุทธหัตถี ซึ่งเป็นสุดยอดแห่งการฝึกช้างให้รู้จักประสานงา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงพระราชสงคราม สมเด็จพระสุริโยทัย ในทุ่งมะขามหย่อง สมัยกรุงศรีอยุธยา)


ที่นำแสดงโดยช้าง 6 เชือก จากวังช้างอยุธยาแลเพนียด ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ที่แต่งกายสวยงามตามโบราณประเพณี ด้วยผ้าหลากสีสันสดใสทั้งสีทอง แดง และเหลือง ซึ่งเป็นสีที่แสดงถึงความเป็นนักสู้ สีทอง คือ สีแห่งความรุ่งเรือง มองแล้วสว่างไสวขับกับสีผิวของช้าง.


องค์ที่ 3 การแสดงชุด "สายน้ำหลั่งไหล น้ำตาหลั่งริน ชีวีสูญสิ้น" โดยมี อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี บรรเลงเสียงขลุ่ย ประกอบขับบทกลอนจาก อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่สื่อความหมายถึงความทุกข์ยากของประชาชนที่เกิดจากการประสบอุทกภัยในหลายครั้งหลายครา


องค์ที่ 4 การแสดงชุด "น้ำพระทัยขับไล่น้ำตา" เป็นวิดีโอประมวลภาพ โครงการสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ตั้งอยู่ที่บริเวณทุ่งมะขามหย่อง ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ประมาณ 250 ไร่  โดยรัฐบาลและพสกนิกรได้ร่วมกันสร้าง น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ.2535 และสร้างเสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2538 โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระสุริโยทัยด้วยพระองค์เอง


องค์ที่ 5 การแสดงชุด บทกวีเทิดพระเกียรติ โดย อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี บรรเลงเสียงขลุ่ยประกอบการอ่านบทกวีจากนางจิระนันท์ พิตรปรีชา มีเนื้อหาสรรเสริญพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงช่วยเหลือประชาชน


องค์ที่ 6 การแสดงชุด "ระบำสายน้ำ ลำน้ำแห่งแผ่นดินทอง" โดยมีไฮไลท์จากเรือ 6 ลำ เป็นพ่อเห่ แม่เห่ ได้แก่ เรือท้องพระคลัง เรือกล้วยทอดนายก เรือฟ้าเปลี่ยนสี (ย้อมผ้า) เรือตู้ทองเคลื่อนที่ (ขายทองหยิบ-ทองหยอด) เรือก๋วยเตี๋ยวเรือกรุงเก่า และเรือย้อนยุคกรุงเก่า รวมถึงมีเรือของชาวบ้านมาสมทบอีกกว่า 100 ลำ  เพื่อจำลองบรรยากาศบึงน้ำที่ชาวอยุธยาใช้ประกอบสัมมาอาชีพ ย้อนภาพตลาดน้ำในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จแล้วทอดพระเนตรเห็นวิถีชีวิตชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านมีความสุขจากพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับจากพระองค์.


และการแสดงขับร้องบทเพลงเทิดพระเกียรติ จาก แอ๊ด คาราบาว ทำการขับร้องในบทเพลง "ปิดทองหลังพระ" แอ๊ด คาราบาว ได้แต่งเพลงพิเศษขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสปีมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา วัตถุประสงค์ของการแต่งเพลงนี้ขึ้น ก็เพื่อให้คนไทยทราบ และจดจำพระนามเต็มของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร) ภายใต้ชื่อเพลง "ผู้ปิดทองหลังพระ"


ต่อมาด้วยการแสดงด้วยเพลงสดุดีมหาราชา โดยการแสดงทั้งหมดเป็นประชาชนของ จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งหมด 662 คน เรือพื้นบ้าน 240 ลำ เรือเหล่านี้เป็นเรือที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน  


พสกนิกรต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญอย่างกึกก้องและยาวนานไปทั่วทุ่งมะขามหย่อง พร้อมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระตำหนักสิริยาลัย ในฝั่งเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาติดแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงข้ามวัดไชยวัฒนาราม เพื่อเสวยพระกระยาหารค่ำ ตามพระราชอัธยาศัย  โดยทางมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จัดทำกระทงสาย จำนวน 2,500 กระทง เพื่อลอยตามแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งจะไหลผ่านหน้าพระตำหนักสิริยาลัย เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ได้ทอดพระเนตร จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินกลับ รพ.ศิริราช


ทั้งนี้ระหว่างทุกพระองค์เสด็จขึ้นประทับยังรถยนต์พระที่นั่ง ทันใดนั้นได้เกิดมีฝนตกโปรยปรายลงมาทันที สร้างความอัศจรรย์ใจให้เหล่าพสกนิกร จนต่างรู้สึกปีติและหลั่งน้ำตาออกมาโดยไม่รู้ตัว


.......................................................

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved