ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่พระมหากษัตริย์พระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เอง


ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่พระมหากษัตริย์พระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เอง

พระองค์ทรงให้เกียรติแก่บัณฑิตอย่างสูงยิ่ง เท่ากับผู้ทำคุณประโยชน์ได้รับเครื่องราชอิสริยภรณ์ ชั้นสายสะพาย ทีเดียว

คือ มีโอกาสได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรอย่างใกล้ชิดที่สุดด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรแก่สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ของรัฐตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ เป็นต้นมา

และเคยมีผู้คำนวณว่า หากเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตร ๔๙๐ ครั้ง ประทับนั่งครั้งละประมาณ ๓ ชั่วโมง เท่ากับทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทานใบปริญญาบัตร ๔๗๐,๐๐๐ ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ ๓ ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมด ๑๔๑ ตัน (๑๔๑,๐๐๐ กิโลกรัม : ๑ ตัน = ๑,๐๐๐ กิโลกรัม)



จึงมีผู้กราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ทรงลดการพระราชทานลง โดยเสนอให้พระราชทานปริญญาบัตรเฉพาะระดับมหาบัณฑิตขึ้นไปเท่านั้น

แต่มีพระราชกระแสรับสั่ง ว่า

"เสียเวลายื่นปริญญาบัตรให้บัณฑิตคนละ ๖-๗ วินาทีนั้น แต่ผู้ได้รับนั้นมีความสุขเป็นปีๆ เปรียบกันไม่ได้เลย"

นอกจากนี้ทรงเห็นว่า การพระราชทานปริญญาบัตรสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตมีความสำคัญ เนื่องจากบางคนอาจไม่มีโอกาสศึกษาต่อในระดับมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิต



ดังนั้นจึงมีรับสั่งว่า

"จะพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตปริญญาตรีไปจนกว่าจะไม่มีแรง"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงอธิบายกับหม่อมหลวงพีระพงศ์ เกษมศรี ว่า การที่ทรงยืนยันการจะพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระหัตถ์พระองค์เอง แม้จะมีอาการพระประชวรนั้น มี ๒ เรื่องที่สำคัญ คือ

หนึ่ง ต้องการที่จะใกล้ชิดกับบัณฑิตใหม่ เนื่องจากเมื่อแต่ละคนในวินาทีที่รับพระราชทานปริญญาบัตรนั้น มือของบัณฑิตข้างหนึ่งและพระหัตถ์ของพระองค์ข้างหนึ่ง จะจับอยู่บนกระดาษแผ่นเดียวกัน ถ้าสองมือทำงานไม่พร้อมกัน กระดาษก็จะหล่นร่วงลง

บัณฑิตที่มีโชคได้จับกระดาษแผ่นเดียวกับพระองค์ กระดาษแผ่นนั้นก็จะมีความหมายมากกว่ากระดาษแผ่นหนึ่ง

อีกประการหนึ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือ ต้องพระราชประสงค์ทรงสอนบัณฑิตที่อาจจะไม่ได้กลับมาเรียนหนังสืออะไรเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยอีกแล้ว ว่า

บางครั้งคนเราก็ต้องทำอะไรที่ไม่ใช่ความสุขของตนเอง เป็นความเหนื่อยยาก อย่างเช่น ที่พระองค์ทรงมาพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เอง แต่เพื่อประโยชน์ของคนอื่น

ซึ่งพระองค์ทรงสอนด้วยการกระทำให้เป็นแบบอย่างในเรื่องของการเสียสละเพื่อส่วนรวมและทรงหวังว่าบัณฑิตจะได้นำไปเป็นแบบอย่างและนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไป



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เองเป็นระยะเวลามากกว่า ๕๐ ปี

จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๔๔ จึงต้องยุติพระราชกิจในการนี้ลง ด้วยพระชนมพรรษามากขึ้น ประกอบกับทรงพระประชวร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ แทนพระองค์

เกี่ยวกับการพระราชทานปริญญาบัตรนี้ เมื่อครั้งเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ. ๒๕๓๑

โปรดให้ ศ.ประภาศน์ อวยชัย (นายกสภามหาวิทยาลัยในขณะนั้น) และ ศ.เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม (อธิการบดีขณะนั้น) ดูฝ่าพระหัตถ์ที่ถูกปกสมุดปริญญาบัตรขูดจนเห็นเลือด

และจึงนำมาซึ่งการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปลี่ยนขนาดของปริญญาบัตรและทำปกหุ้มด้วยผ้าไหม จนกลายเป็นแบบอย่างของมหาวิทยาลัยอื่นในเวลาต่อมา.

...................


#พ่อของแผ่นดินผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ


พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย


ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์


น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท


ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้


ขอเกิดเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป


 

ขอขอบคุณเจ้าของเครดิตภาพข้อมูลคะ

ที่มา : เพจ ราชบัลลังก์จักรีวงค์

ขอขอบพระคุณทุกๆ Facebook Fanpage เป็นอย่างสูงที่มีเรื่องราวดีๆ มาให้พวกเราได้อ่าน

"""""""""""""""""""""

ขอเพิ่มเติม ภาพหาชมยาก

จากพระราชดำรัส ในหลวง รัชกาลที่ ๙ " ..เมื่อแต่ละคนในวินาทีที่รับพระราชทานปริญญาบัตรนั้น มือของบัณฑิตข้างหนึ่ง และพระหัตถ์ของพระองค์ข้างหนึ่ง จะจับอยู่บนกระดาษแผ่นเดียวกัน

ถ้าสองมือทำงานไม่พร้อมกัน กระดาษก็จะหล่นร่วงลง...."

และนี่คือ ภาพพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ เมื่อครั้งพระราชทานปริญญาบัตรแก่เหล่าบัณฑิต



สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ ทรงมีพระเมตตาต่อบัณฑิตผู้พิการทางสายตา 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved