น้อมนำศาสตร์พระราชา พัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์นำร่อง



น้อมนำศาสตร์พระราชา พัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์นำร่อง

กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้เข้าไปยกระดับอุตสาหกรรมชุมชน เชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว (CIV+)โดยนำนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้สอดคล้องกับหมู่บ้านเป้าหมายเน้นส่งเสริมพัฒนากระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์และการตลาด ภายใต้โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village : CIV)

โดยได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริ “ระเบิดจากข้างใน” ตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ซึ่งหมายถึงมุ่งการพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้คนและครอบครัวในชุมชนให้มีความพร้อม ก่อนจะออกมาสู่สังคมภายนอก มาเป็น “หัวใจ” ในการขับเคลื่อนโครงการ



โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) ซึ่งมีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหัวเรือใหญ่


เป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หมู่บ้าน CIV เป็นหมู่บ้านแห่งความสมดุลที่นำทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต มาผนวกกับความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ของสินค้าที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวและการบริการ หรือกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ใหม่จากการท่องเที่ยว


โดยนำไปสู่เศรษฐกิจที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม และพรัอมถ่ายทอดองค์ความรู้ในลักษณะเครือข่ายไปยังวิสาหกิจ หรือชุมชนอื่นๆ ที่มีความสนใจเข้าร่วม


เพื่อดึงจุดเด่นของชุมชน มาสร้างความแตกต่างให้มีจุดขาย ทั้งในด้านวัตถุดิบ การผลิตและฝีมือแรงงาน






เกี่ยวกับเรื่องนี้นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมให้ข้อมูลว่า

กระทรวงได้สนองนโยบายรัฐบาลพลเอกประยุกทธ์ จันทรโอชาโดยการน้อมนำศาสตร์พระราชาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นเครื่องมือเป็นแสงสว่างนำทางสู่การพัฒนาชุมชนพัฒนาประเทศ

เพื่อก้าวสู่ความสุขอย่างยั่งยืนบนวิถีแห่งความพออยู่พอกินอันกล่าวได้ว่าเป็นการสืบสานพระราชปณิธานด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

นายกอบชัยขยายความว่าริเริ่มพัฒนา 9 หมู่บ้าน 9 จังหวัด “นำร่อง” ตั้งแต่ปี 2559-2560 ประกอบด้วย

1.ชุมชนออนใต้ ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

2.ชุมชนน้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน

3.ชุมชนบ้านนาต้นจั่น ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

4.ชุมชนบ้านเชียง ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

5.ชุมชนเกาะเกร็ด ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

6.ชุมชนบ้านศาลาดิน ต.มหาวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

7.ชุมชนปากน้ำประแส ต.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง

8.ชุมชนบ้านนาตีน ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่

9.ชุมชนเกาะยอ ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา

มีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนร่วมในรูปแบบของการบูรณาการ ประกอบด้วย

กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ซึ่งนับแต่เริ่มโครงการดังกล่าว การดำเนินงานมีความก้าวหน้าและประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง



ในปี 2561 กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชนสืบสานพระราชปณิธาน วางเป้าหมายในการพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV)เดินตามแนวพระราชดำริศาสตร์พระราชาเพิ่มอีก 11 แห่ง

ได้แก่ 1.ชุมชนบ้านเมืองเก่า จ.สุโขทัย

2.ชุมชนบ้านผารังหมี จ.พิษณุโลก

3.ชุมชนบ้านภู จ.มุกดาหาร

4.ชุมชนบ้านนาเชือก จ.สกลนคร

5.ชุมชนบ้านต้นตาล จ.สระบุรี

6.ชุมชนบ้านบางพลับ จ.สมุทรสงคราม

7.ชุมชนบ้านทุ่งประดู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

8.ชุมชนบ้านเกาะพิทักษ์ จ.ชุมพร

9.ชุมชนบ้านหาดส้มแป้น จ.ระนอง

10.ชุมชนบ้านท่าเขา จ.พังงา

11.ชุมชนบ้านบากันเคย จ.สตูล

การน้อมนำศาสตร์พระราชาเป็นแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village : CIV)สู่อุตสาหกรรม 4.0 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ตระหนักถึงความจำเป็นอย่างยิ่งในระยะที่ประเทศไทยกำลังพยายามจะก้าวไปสู่การพัฒนาคนในชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมา

อันจะได้พัฒนาคุณภาพชีวิตมีความสุขมีความอยู่ดีกินดีต้องยึดมั่นดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ฯ คือมีความขยันหมั่นเพียร ความอดทน ไม่โลภ มีความรักความสามัคคีเมตตากรุณาต่อกัน เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน



หลักการศาสตร์พระราชาตามรอยพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชจะนำไปสู่การสร้างความสมดุลการใช้พื้นที่ การใช้ทรัพยากรให้สมดุลกับการพัฒนาที่เกื้อกูลกัน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริต้องระเบิจากข้างใน มาเป็นเครื่องมือ

กล่าวคือ คนในชุมชนต้องมีความเข้มแข็ง มีความพร้อมก่อนที่จะออกมาสู่สังคมภายนอกตามหลักการ มีเหตุมีผล มีความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดี ทุกอย่างจึงจะยั่งยืน

และปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาคือความมั่นคง ความสงบสุขของชุมชน ความเกื้อกูลกันและกัน ก่อเกิดการกระจายรายได้ในชุมชน การสร้างสรรค์คนรุ่นใหม่ให้เกิดการพัฒนาในทุกด้านและทุกกิจกรรม เป็นต้น

การขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้าน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ก้าวไปสู่อุตสาหกรรม 4.0

ด้วยศาสตร์พระราชานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่ชุมชนทุกคนต้องเข้าใจถึงแก่นแท้ของยุทธศาสตร์การพัฒนาคือคำว่า “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”



เข้าใจ หมายถึง คนในพื้นที่เข้าใจถึงปัญหาความเป็นอยู่ ความคิด อัตลักษณ์ชุมชน

เข้าถึง หมายถึง การเรียนรู้ในรายละเอียดของปัญหาอย่างท่องแท้ ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก มีหลักการที่จะแก้ไขปัญหาและนำไปสู่การขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พัฒนา หมายถึง ชุมชนต้องมีความพร้อม ความสามัคคี และมีแผนงานที่ดำเนินการได้จริง นโยบายตามแนวทางการพัฒนาด้วยการพัฒนาองค์ความรู้ในการบริหารจัดการชุมชนให้มีคุณภาพ มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน การส่งเสริมการบูรณาการดำเนินงานร่วมกันให้เป็นกลไกการขับเคลื่อนยกระดับ ผู้ประกอบการฐานรากและกลุ่มธุรกิจ SMEs Start-up ทุกระดับให้สามารถเพิ่มโอกาสช่องทางการตลาดและขยายธุรกิจในการจำหน่ายผลผลิต และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชุมชนผ่านช่องทางกิจกรรมการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่เชื่อมโยงเครือข่ายบวร คือ บ้าน วัด และโรงเรียน ที่ถือได้ว่าเป็นสังคมการเรียนรู้คู่คุณธรรมอันเป็นพื้นฐานการมีส่วนร่วม

อปท.นิวส์-ข้อมูล
เสกสรร สิทธาคม-เรียบเรียง


..

ที่มา : สยามรัฐ https://siamrath.co.th/n/34269

ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved