ต้นปีนี้ เริ่มเหรียญ-ธนบัตรหมุนเวียน-เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ร.๑๐



**ตัวอย่าง** เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 (ครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ทรงเจริญพระชนมพรรษา 50 พรรษา พ.ศ. 2545



**ตัวอย่าง** เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 (ครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร)

...................................

กรมธนารักษ์ เสนอครม. ในวันที่ 19 ธ.ค.60 พิจารณาอนุมัติการนำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนรัชกาลที่ 10 หลังได้รับพระบรมราชานุญาต ให้ดำเนินการผลิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ จะเริ่มทยอยออกใช้ในระบบช่วงต้นปี 2561


 

โดยที่ผ่านมาได้รับพระบรมราชานุญาต จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้พระราชทานแบบเหรียญมาแล้วให้ดำเนินการผลิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่จะมี 9 ชนิดราคา ประกอบด้วย

เหรียญ 10 บาท 5 บาท 

2 บาท  1 บาท 

50 สตางค์ 25 สตางค์

10 สตางค์  5 สตางค์ และ 1 สตางค์

โดยลวดลายด้านหน้า และด้านหลังจะเหมือนกันทั้งหมด ด้านหน้าเหรียญ เป็นพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

และมีราคากำกับวัสดุโลหะในการผลิต ขนาด รูปทรงเหมือนเหรียญปัจจุบัน คาดว่าจะเริ่มทยอยออกใช้ในระบบได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2561 เพื่อทดแทนของเดิม

ด้านนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ยืนยันว่า เหรียญกษาปณ์ชุดใหม่ จะไม่กระทบกับเครื่องที่ใช้เหรียญจ่ายแลก เช่น รถไฟฟ้า เพราะขนาด รูปทรง น้ำหนักเหมือนเดิมทั้งหมด

ขณะที่จำนวนเหรียญที่ผลิตปีหน้าจะเท่าเดิมที่ 1,800 ล้านเหรียญ โดยเหรียญหายไปจากระบบประมาณร้อยละ 5 เพราะประชาชนบางส่วนเก็บสะสมไว้ และเมื่อเหรียญรุ่นใหม่ออกมา คาดว่าเหรียรุ่นเดิมจะทยอยหมดไปจากระบบภายใน 5-10 ปี

อธิบดีกรมธนารักษ์ ยังคาดว่า การทยอยจ่ายแลกเหรียญชุดใหม่ น่าจะออกใช้พร้อมกันกับธนบัตรชุดใหม่

ซึ่งกระบวนการคงต้องรอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงความพร้อมในการจ่ายแลกอีกครั้ง พร้อมระบุว่า ต้นทุนในการผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ และทุกชนิดราคายังคุ้มทุนอยู่

ยกเว้นเหรียญกษาปณ์ราคาต่ำกว่า 50 สตางค์ เป็นต้นไป ที่ต้นทุนการผลิตอาจจะสูงกว่าราคาของเหรียญ

สำหรับทิศทางแนวโน้มที่จะเป็นสังคมไร้เงินสดในอนาคต เชื่อว่าการผลิตเหรียญกษาปณ์จะทยอยลดลง จากปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 30,000 ล้านเหรียญในระบบ

แต่ยังต้องมีกระบวนการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้มีความสมบูรณ์ที่สุด โดยคาดว่าจะมีรายละเอียดที่ชัดเจนทั้งหมด ภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

“ตอนนี้เรามีปริมาณ จำนวน รวมถึงรูปแบบเบื้องต้นที่จะผลิตเหรียญกษาปณ์ใหม่ที่จะใช้หมุนเวียนในระบบเรียบร้อยแล้ว โดยภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะมีการทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพิจารณาปรับแก้ข้อความบางส่วนให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น 

ที่มา : http://news.thaipbs.or.th/content/268607

และ http://www.crystalza.com/1038/


นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดทำเหรียญที่ระลึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยจะนำรายได้จากการจำหน่ายหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อทรงใช้สอยตาม พระราชอัธยาศัย จำนวน 3 ชนิด ได้แก่

เหรียญทองคำ ประเภทพ่นทราย เส้นผ่าศูนย์กลาง 26 มิลลิเมตร น้ำหนัก 15 กรัม ราคาจำหน่ายเหรียญละ 35,000 บาท

เหรียญเงิน ประเภทรมดำพ่นทราย เส้นผ่าศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตร น้ำหนัก 15 กรัม ราคาจำหน่ายเหรียญละ 1,600 บาท

และเหรียญทองแดง ประเภทรมดำพ่นทราย เส้นผ่าศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตร น้ำหนัก 13 กรัม ราคาจำหน่ายเหรียญละ 100 บาท



ที่มา : http://www.crystalza.com/1038/

และ https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_571491

ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved