“…มัดหมี่นี่ ญี่ปุ่นเขาให้ราคาดี อย่างสูงสุด เมตรละ ๓,๐๐๐ บาท คือ ฉันเรียกเต็มที่ แต่เขาก็กลับมาสู้ทุกปี สาเหตุเขากระซิบเล่าว่า… ผ้าอย่างนี้ เมื่อ ๑,๐๐๐ ปีมาแล้ว ญี่ปุ่นมี แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครทำ และไม่มีใครยอมทำ.. ค้นหาไม่ได้ว่า ทำอย่างไร แล้วเขาก็ชอบเอาตัดใส่เป็นกิโมโน เขาจะซื้อมากเชียว เดี๋ยวนี้ญี่ปุ่นสั่ง ตลาดส่งไม่ทัน แต่เขาจะจู้จี้มาก จะเอาลายเล็ก แบบที่ชาวบ้านตาแฉะ ต้องว่าอย่างนั้น ชาวบ้านทำน้ำตาไหล ญี่ปุ่นบอกว่า ลายเล็กนี่ ทำกิโมโนสวยมาก เพราะว่าคุณภาพมัดหมี่ …เอาแล้ว โฆษณาอีกแล้ว แม่ค้า พอฉันโฆษณา เขาบอก..อะไร ควีน (พระราชินี) เป็นแม่ค้า..บอก ใช่ (ทรงพระสรวล) …มาเที่ยวนี้…ไม่ใช่เป็นควีน…เป็นแม่ค้า เพราะว่า "มัดหมี่" มีคุณภาพไม่เหมือนไหมของชาติไหน...

เมื่อในหลวง ร.๙ ทรงเลี่ยงคำสั่งแพทย์ “ห้ามเป่าแซกโซโฟน” ที่อ่านกี่ครั้ง ก็อดอมยิ้มตามไม่ได้....คงมีเพียงพระองค์ท่านที่คิดได้.. ด้วยพระอัจริยภาพทางดนตรี ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นประจักษ์แก่สายตาปวงชนชาวไทย รวมไปถึงชาวต่างชาติทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งทรงได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2529 ให้เป็นองค์อัครศิลปินแห่งชาติ โดยพระองค์ทรงเล่นได้เครื่องดนตรีหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็น แซกโซโฟน, เปียโน, ทรัมเปต, กีตาร์, ไวโอลิน, ขลุ่ย, คลาริเนต, แตร แต่ที่ทรงโปรดที่สุด ก็คือ แซกโซโฟน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นมา
หลอกเศรษฐีได้      จากการที่ได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ มาเป็นเวลานาน คุณจำนง ภิรมย์ภักดี เล่าให้เราฟังว่าพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๙ ของเรานั้น ทรงมีพระราชอารมณ์ขัน และทรงมีความห่วงใยทุกคนอยู่เสมอ     พระองค์ท่านมักจะตรัสเรื่องตลก ด้วยพระพักตร์ที่เรียบเฉย ตามอย่างที่คนธรรมดาเรียกกันหน้าตายนั่นแหละ (ยิ้ม)      ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงขับรถยนต์ด้วยพระองค์เอง มาที่บ้านของ ม.ร.ว.ยงสวาสดิ์  กฤดากร โดยเป็นเพียงรถญี่ปุ่น ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโซลูน่า คันเล็กๆ ที่ราคาถูกที่สุด      แต่พวกเรายังไม่เห็นว่าเป็นยี่ห้ออะไร      เมื่อกราบทูล
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (ในหลวง ร.๙)เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ทรงแข็งแรง และมีชีวิตชีวามาก . ตอนเล็กๆ ในหลวง ร.๙ มักถูกปล่อยให้เล่นองค์เดียว สามารถอยู่พระองค์เดียว และเล่นพระองค์เดียวได้ . โดยทรงนั่งเล่นบนเสื่อ เล่นก่ออิฐบล็อกต่างๆ เช่น สร้างบ้าน . ทรงเลี้ยงสัตว์ไว้มาก ตั้งแต่สุนัข ลิง นก ยามอยู่ต่างประเทศพื้นที่จำกัด จะเลี้ยงหมูหางยาวดูน่าเกลียด งูก็เคยเลี้ยง . มีครั้งหนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต . ในหลวง ร.๙ ทรงซนนิดหน่อยอย่างที่ควรซน ทำอะไรแม่จะทำโทษ อยู่เมืองไทยจะเฆี่ยนกันบ้าง . แต่ก่อนเฆี่ยนจะเจรจากันก่อนว่า โทษนี้ควรตีก
มีผู้ถวายงาน เล่าถึงคราวที่สมเด็จย่าทรงฟื้นจากพระอาการประชวร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ว่า สมเด็จย่าทรงเริ่มงานปักผ้าฝีพระหัตถ์ที่ทรงค้างไว้ต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ทรงสงสัยว่า เหตุใดสมเด็จพระบรมราชชนนีจึงทรงขะมักเขม้น ทรงงานปักนัก สมเด็จย่า รับสั่งเล่า ว่า..มีผู้กราบบังคมทูลขอซื้อผ้าปักฝีพระหัตถ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงต้องพระราชประสงค์จะทรงปักให้สำเร็จ เพื่อหาเงินรายได้บำรุงการกุศลต่อไป... เมื่อสมเด็จย่าทรงปักเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขอซื้อผ้าปักฝีพระหัตถ์ผืนนั้นแทน ข้าราชบริพารที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า...วันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพ
ตรัสว่า “เสียงแบบนี้ไม่มีใครเขาเป่ากัน...?!” กับ นักเรียนหมายเลข ๑ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเล่าถึงการเป็น นักเรียนหมายเลข ๑ อ่านแล้วอมยิ้ม   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล่าถึงที่มาของการเป็น 'นักเรียนหมายเลข ๑' ไว้ว่า... "...คงจะทรงเห็นข้าพเจ้าดูอย่างสนใจ จึงยื่นแตร พระราชทาน และสั่งให้ไปยืนเป่าอยู่ไกลๆ .. เป่าเท่าไรเสียงก็ไม่ออก ..จนในที่สุดเสียงออกมาดัง "ปู่" เป็นเสียงต่ำมาก ทรงพระสรวล มีรับสั่งว่า เสียงแบบนี้ไม่มีใครเขาเป่ากัน..." ภายหลังพระองค์และผู้ตามเสด็จฯ ที่มีความสนใจที่จะเรียนดนตรี ต่างพากันไปซื้อแตรชนิดต่างๆ มาบ้าง "...เมื่อทรงเห็นมีเครื่
Page 1 of 1512345»...Last »
© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved