ปิดจราจร 13 เส้นทางคืนนี้ เตรียมซ้อมใหญ่ริ้วขบวนฯ 21 ต.ค.

ปิดจราจร 13 เส้นทางรอบสนามหลวงคืนนี้ เพื่อเตรียมซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ วันที่ 21 ต.ค.

ในวันเสาร์ที่ 21 ต.ค. 2560 จะมีการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ทั้งนี้ในการซ้อมเสมือนจริงในวันที่ 21 ต.ค.นี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินมาร่วมซ้อมในริ้วขบวนด้วย (ที่มา https://www.khaosod.co.th/the-royal-cremetion/news_560707)

คณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและจราจรจึงได้แจ้งปิดเส้นทางการจราจรทางบก 13 เส้นทาง

ได้แก่ ถนนเจริญกรุง ถนนสุรวงศ์ ถนนพระราม 6

ถนนพิษณุโลก ถนนราชดำเนินกลาง ถนนเพลินจิต

ถนนสาทรใต้ ถนนสาทรเหนือ ถนนพระราม 4

ถนนสุขุมวิท ถนนวิทยุ ถนนราชดำเนินใน และถนนสนามไชย

ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันคืนวันศุกร์ที่ 20 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป

สำหรับประชาชนที่จะเข้าชมการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

กรุณาแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำ ร่มที่นำมาควรเป็นโทนสีขาวหรือดำเป็นหลัก หรือโทนสีใกล้เคียงเพื่อความเหมาะสม

และต้องนำบัตรประชาชนมาแสดง ณ จุดคัดกรองเพื่อเข้าพื้นที่ท้องสนามหลวง

…..

ที่มา news.mthai.com

และภาพประกอบข่าวจากคุณวสันต์ วณิชชากร …ขอขอบคุณ

เหตุการณ์ในคืนนี้(20 ต.ค.60) ปชช.จับจองที่แน่นสนามหลวง รอชมการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงในหลวง ร.9 (ข่าวสด – เฟซบุ๊ก JS100 Radiohttps://www.khaosod.co.th/the-royal-cremetion/news_583698

 

“..จวบจนทิวาเรืองงาม สบความรักยามคืนคง…”

….“จวบจนทิวาเรืองงาม สบความรักยามคืนคง..” 

เรื่องราวความรักของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อาจจะไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมามากนัก

แต่ในหลายบทเพลงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นก็มีแรงบันดาลใจมาจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

บทเพลงนั้นได้กล่าวถึงยามที่ทั้งสองพระองค์ต้องห่างไกลกัน

อย่าง ‘เพลงพระราชนิพนธ์..อาทิตย์อับแสง (Blue Day)’ และ ‘เทวาพาคู่ฝัน’ (Dream of Love Dream of You)

จากบันทึกส่วนพระองค์ได้ระบุไว้ว่า ยามพระองค์ต้องจากกันก็เหมือน “อาทิตย์อับแสง” และในพระราชหฤทัยนั้นหวังอยากให้ “เทวาพาคู่ฝัน” มาให้

ดังคำร้องในเพลงพระราชนิพนธ์ อาทิตย์อับแสง (Blue Day) ที่ว่า

“Again, the sun will shine. That day I’ll make you mine – จวบจนทิวาเรืองงาม สบความรักยามคืนคง”

นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ยังได้เคยทรงขับร้อง..ทั้งสองเพลงนี้ ในงานฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ท่านเอง ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2492 (ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน)

ในวันเดียวกันนั้นเองที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทาน ‘พระธำมรงค์หมั้น’ แก่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

*๙ ภาพเก่าลงสี ๙ ความทรงจำ ๙ ประทับใจ ในหลวงรัชกาลที่ ๙

โดย S. Phormma’s Colorizations (๔/๙)

**ภาพต้นฉบับ : พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โดยความเอื้อเฟื้อของคุณ Veerasun Prayotamornkul

…….ที่มา พระบรมฉายาลักษณ์ และข้อมูล จาก : FB_s. phormma’s colorizations ต้องการติดตาม คลิกที่นี่

….

สดุดี คีตราชา ..เพลงพระราชนิพนธ์ “อาทิตย์อับแสง”/  อัญเชิญบทเพลงโดย รัดเกล้า – พิจิกา … ขอขอบคุณ ยูทูป ช่อง ONE31

เนื้อเพลง :

เคยชม ร่วมภิรมย์ใจ
ด้วยความรักจริง ยิ่งใหญ่
ผูกพันหัวใจ เรามั่น
รักเอย เคยอยู่เคียงกัน
ร่มเย็นมิเว้น วายวัน
ด้วยความสัมพันธ์ ยืนยง
ทิวางาม ยามอยู่เคียงคง
สุริยาแสงส่อง
ปวง ชีวิตในโลก ดำรงเริงใจ
ร้างกัน วันห่างไปไกล
มืดมนหมองมัว ปานใด
เยือกเย็นเข็ญใจ รัญจวน

ไกลกัน พาพรั่นใจครวญ
ร่างกายทรุดโทรม ทุกส่วน
จิตใจร้อนรวน แรงอ่อน
รักเอย เลยกลับอาวรณ์
ค่ำคืนฝืนใจ ไปนอน
ยิ่งดูเหมือนฟอน ไฟลน
ทิวาทราม ยามห่างดวงกมล
สุริยาหมองหม่น
ปวง ชีวิตในโลก อับจนเสื่อมทราม
หวังคอย คอยเฝ้าโมงยาม
จวบจนทิวา เรืองงาม
สบความรักยาม คืนคง
จวบจนทิวา เรืองงาม
สบความรักยาม คืนคง

……..

ขอขอบคุณ https://xn--72c9bva0i.meemodel.com

แจ้งเปลี่ยนแปลง.จำหน่าย – สั่งจอง.เข็มที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) แจ้งเปลี่ยนแปลงการจำหน่ายและสั่งจองเข็มที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากสำนักงาน ก.พ. (เดิม) เป็นที่หอประชุมใหญ่ กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ กรุงเทพฯ ในวันที่ 22 ต.ค.นี้

วันที่ 17 ต.ค.2560 นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นผู้รับผิดชอบการจำหน่ายและสั่งจองเข็มที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

……..โดยกำหนดจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 22 ต.ค.2560 จำนวน 40,000 เข็ม นั้น

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่เพื่อเตรียมการจำหน่ายเข็มที่ระลึกฯ ให้แก่ประชาชน

พบว่าพื้นที่บริเวณศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงาน ก.พ. (เดิม) ถนนพิษณุโลก กรุงเทพฯ มีความคับแคบ ไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน

จึงเห็นสมควรย้ายสถานที่จำหน่ายไปยัง หอประชุมใหญ่กรมประชาสัมพันธ์’ ซอยอารีย์สัมพันธ์ กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 08.00 น.

โดยจำหน่ายราคาเข็มละ 300 บาท และจำกัดคนละไม่เกิน 2 เข็ม

รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า

………..สำหรับการจำหน่ายที่งานนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย.2560 นั้น

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าชมนิทรรศการฯ ได้อย่างเต็มที่

จึงขอ ‘ยกเลิกการจำหน่าย’ เข็มที่ระลึกฯ “ภายในงานนิทรรศการฯ”

และจะได้กำหนดสถานที่ในการจำหน่ายเข็มที่ระลึกฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2560 และประชาสัมพันธ์ให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

………สำหรับการสั่งจองเข็มที่ระลึกฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2560 เป็นต้นไป

ในส่วนกลางสามารถสั่งจองได้ที่กองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และธนาคารกรุงไทย เฉพาะเขตพื้นที่กรุงเทพฯ

และในส่วนภูมิภาค ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่รับจอง เพื่อให้เข็มที่ระลึกฯ สามารถถึงมือประชาชนได้มากที่สุด ส่วนความคืบหน้าในการสั่งจองจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่กองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

โทร    02-283-4301   และ    02-283-4319  ถึง 24

….

ที่มา : ThaiPBS https://news.thaipbs.or.th/content/267016

รายพระนามพระราชวงศ์ – รายนามผู้นำทั่วโลก..ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

เครดิตภาพข่าวจากแฟ้มภาพ : http://palaces.thai.net/king60/2006-06-09/index.html

เผยรายพระนาม-รายนาม พระราชวงศ์-ผู้นำทั่วโลก เยือนไทยร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ต.ค. 60)

วานนี้วันที่ 19 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รายงานข่าวแจ้งว่า มีสมาชิกราชวงศ์ ผู้นำ และผู้แทนประเทศที่มางานพระราชพิธีถวายพระเพลิงรวม 32 ประเทศ ณ วันที่ 18 ต.ค.

รายพระนามพระราชวงศ์ รวม 14 ประเทศ

1) สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งเลโซโท

สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งเลโซโท

2) สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน

สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน

3) สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีตองกา
4) สมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดน

สมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดน

5) สมเด็จพระราชินีแม็กซิมาแห่งเนเธอร์แลนด์
6) สมเด็จพระราชินีมาธิลด์แห่งเบลเยียม
7) สมเด็จพระราชินีโซเฟียแห่งสเปน

สมเด็จพระราชินีโซเฟียแห่งสเปน

8) มกุฎราชกุมารเฟรเดอริกแห่งเดนมาร์ก

มกุฎราชกุมารเฟรเดอริกแห่งเดนมาร์ก

9) มกุฎราชกุมารฮากอน แม็กนุส แห่งนอร์เวย์

มกุฎราชกุมารฮากอน แม็กนุส แห่งนอร์เวย์

10) แกรนด์ดยุก กีโยม ฌอง โจเซฟ มารี รัชทายาทแห่งลักเซมเบิร์ก

แกรนด์ดยุก กีโยม ฌอง โจเซฟ มารี

11) รองสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียและสุลต่านแห่งรัฐเประ และพระชายา
12) ดยุกแห่งยอร์ก แห่งสหราชอาณาจักร

ดยุกแห่งยอร์ก

13) เจ้าชายอะกิชิโนะ และพระชายา แห่งญี่ปุ่น

เจ้าชายอะกิชิโนะ และพระชายา แห่งญี่ปุ่น

14) เจ้าหญิงมาร์กาเรตาแห่งลิกเตนสไตน์

….

รายนามบุคคลสำคัญต่างประเทศ รวม 18 ประเทศ

15) ประธานาธิบดีติน จ่อ แห่งเมียนมา และภริยา

ประธานาธิบดีเมียนมา

16) นายบุนยัง วอละจิตประธานประเทศ แห่งสปป.ลาว

นายบุนยัง วอละจิตประธานประเทศ แห่งสปป.ลาว

17) ประธานาธิบดีสิงคโปร์ และคู่สมรส
18) เซอร์ปีเตอร์ คอสโกรฟ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ แห่งออสเตรเลียและภริยา
19) มาดามจูลี พาแย็ต ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ แห่งแคนาดา

มาดามจูลี พาแย็ต

20) นายโจเซฟ ไดสส์ อดีตประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส
21) นายคริสเตียน วูล์ฟฟ์ อดีตประธานาธิบดีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

นายคริสเตียน วูล์ฟฟ์ อดีตประธานาธิบดีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

22) นายดัง ธิ ง็อก ธินห์ รองประธานาธิบดีเวียดนาม
23) นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

นายฮุน เซน

24) นายบาร์นาบาส ซิบูซิโว ดลามินี นายกรัฐมนตรีสวาซิแลนด์

นายกรัฐมนตรีสวาซิแลนด์

25) นายฌอง-มาร์ก อายโรลต์ อดีตนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส และภริยา
26) นายพัก จู-ซุน รองประธานรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลี
27) นายเจมส์ เอ็ม แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา

นายเจมส์ เอ็ม แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา

28) นายอลัน ปีเตอร์ แคเยตาโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฟิลิปปินส์
29) นายทิลัก มาราพานา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงนโยบายและแผนศรีลังกา และภริยา
30) นายคาวาจา มูฮัมเหม็ด อาซิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน และภริยา
31) นายเอ็ม. เจ. อักบาร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อินเดีย
32) อาร์กบิชอป กิอัมบัตติสตา ดีควัตโตร เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำสาธารณรัฐอินเดียและสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล

……

ที่มา : ข่าวสด https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_580562

เปิด 9 สูตร – วิธีปรุง..พระกระยาหารโปรดของในหลวงรัชกาลที่ ๙

9 สูตรพระกระยาหารโปรดของรัชกาลที่ 9

ชวนเข้าครัวทำ 9 สูตรพระกระยาหารโปรดของรัชกาลที่ 9 ที่เป็นเมนูที่แสนเรียบง่าย ตามมาดูวิธีทำกันเลยค่ะ

 โดย จิ๋วหิวโซ

ตามมาดู 9 สูตรพระกระยาหารโปรดของรัชกาลที่ 9 กันดีกว่าค่ะ ที่ถือว่าเป็นเมนูโปรดที่เรียบง่าย ตามพระราชดำรัสที่เน้นถึงความพอเพียง และเป็นเมนูที่สามารถทำตามกันได้ที่บ้านแบบง่าย ๆ  

“สำหรับเมนูทรงโปรด 9 เมนู ประกอบด้วย

พริกกะเกลือ, สปาเกสตี้มิลานเนส, ไข่พระอาทิตย์,

บะหมี่หมูแดง, ผัดผักถั่วงอก ถั่วลันเตา ผัดผักคะน้า,

ไชโป๊วผัดไข่, หนำเลี๊ยบผัดหมู, พริกขิงปลาฟูเจ๊ซิม,

หมูสะเต๊ะนายนะ และตะโก้แห้ว ”

…………

ตัวอย่าง 2 สูตร ใน 9 สูตร

 เมนู สปาเกตตีมิลานเนส

วิธีทำเมนู สปาเกตตีมิลานเนส

วัตถุดิบ 1. เส้นสปาเกตตี 100 กรัม

2. เบคอน 30 กรัม

3. หัวหอมใหญ่สับ 50 กรัม

4. มะเขือเทศสับในน้ำมะเขือเทศ 200 กรัม

5. เกลือ ½ ช้อนชา

6. พริกไทย ½ ช้อนชา

7. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

8. ใบโหระพา (สำหรับตกแต่ง)

9. ชีสพาร์เมซาน (ตามใจชอบ)

วิธีทำ 1. ต้มเส้นสปาเกตตีในน้ำเดือดจัดประมาณ​ 7 นาที หรือจนกว่าเส้นจะสุกดี แล้วพักไว้

2. ตั้งกระทะบนไฟปานกลาง ใส่น้ำมันมะกอกลงไปผัดกับหอมหัวใหญ่ ตามด้วยเบคอน ผัดต่อจนเหลืองดี แล้วจึงใส่มะเขือเทศสับลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทย

3. จัดเสิร์ฟโดยวางเส้นสปาเกตตีไว้ด้านล่าง แล้วราดซอสมิลานเนสด้านบน ตามด้วยชีส และใบโหระพา เท่านี้ก็พร้อมรับประทานได้แล้วค่ะ TIP : หลังจากต้มเส้นสปาเกตตีจนสุกแล้ว ให้ล้างน้ำเย็นเพื่อไม่ให้เส้นสุกจนเกินไป แล้วคลุกน้ำมันมะกอกลงไปเพื่อไม่ให้เส้นติดกัน

………………

เมนู ไก่ผัดเล่าปี่

วิธีทำเมนู ไก่ผัดเล่าปี่

วัตถุดิบ 1. อกไก่ 400 กรัม

2. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

3. น้ำมันหอย ½ ช้อนโต๊ะ

4. น้ำตาล ½ ช้อนชา

5. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา

6. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา

7. พริกไทยขาว ½ ช้อนชา

8. นำ้ซุปไก่ 50 กรัม

9. แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ

10. น้ำเปล่า 20 กรัม

11. น้ำมันสำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ

12. มันฝรั่งแช่แข็งหั่นเต๋า 50 กรัม

13. น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ 1. ทอดมันฝรั่งแช่แข็งบนไฟปานกลางจนกรอบ แล้วค่อยสะเด็ดน้ำมันพักเอาไว้

2. ตั้งกระทะใส่นำ้มัน เมื่อกระทะร้อนนำกระเทียมลงไปผัดจนเหลือง แล้วจึงใส่ไก่ลงไปผัดจนสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำตาล ซอสปรุงรส และพริกไทยลงไป ตามด้วยน้ำซุปไก่ ตั้งไฟจนเดือด

3. นำแป้งมันไปละลายในน้ำเปล่า จากนั้นเติมแป้งมันลงไป คนจนส่วนผสมเข้ากันดี และเดือดทั่วจนแป้งสุก เสิร์ฟร้อน ๆ โดยโรยมันฝรั่งทอดกรอบด้านบน เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ!

คลิกดูสูตรอีก 7 อย่าง ที่อ่านต่อ https://www.wongnai.com/food-tips/9-favorite-recipes-of-king-rama-9?ref=ct

และขอขอบคุณ FB_ดร ณัชร สยามวาลา nash siamwalla, phd ต้องการติดตามคลิกที่นี่

และ อ่านต่อที่: http://www.nationtv.tv/main/content/social/378526211/

พระรามจาก “หนุมาน” ประกาศเป็นเจ้าภาพจัดงานอาลัยน้อมถวาย “ในหลวง ร.๙” ที่อินเดีย

ผมศรัทธาในพระองค์!!! “กาแกน มาลิค” พระเอกซีรี่ย์ “หนุมาน” ประกาศขอเป็นเจ้าภาพจัดงานถวายอาลัย “ในหลวง ร.9” ที่ประเทศอินเดีย

ใกล้เข้าถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ซึ่งก็คือวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งพสกนิกรจะได้แสดงความอาลัยถวายพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

แต่นอกเหนือจากคนไทยแล้วนั้น ยังมีชาวต่างชาติที่รักและเคารพก็ร่วมแสดงความอาลัยเช่นกัน เมื่อ “กาแกน มาลิค” นักแสดงชาวอินเดีย ซึ่งรับบทเป็นพระราม จากซีรีส์เรื่อง “หนุมาน สงครามมหาเทพ” ที่กำลังออกอากาศทางช่อง 8

ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช  มาถึงแฟนเพจ India Actor Thailand FC ซึ่งเป็นแฟนเพจที่ชื่นชอบซีรีส์อินเดียในประเทศไทย

เป็นข้อความภาษาอังกฤษที่ กาแกน มาลิค ตั้งใจเขียนและเรียบเรียงเองทั้งหมด โดยทางแอดมินเพจได้นำมาแปลเป็นภาษาไทยให้แฟนคลับซีรีส์อินเดียในไทยได้อ่านและส่งต่อกัน ซึ่งมีข้อความดังนี้

คำกล่าวแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

“ในฐานะของพุทธศาสนิกชน ซึ่งเดินทางมาประเทศของคุณอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นผลมาจากคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำให้ผมชื่นชมวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างมาก พระพุทธองค์ทรงนำทางสู่ความสุขอันแท้จริง โดยถ่ายทอดผ่านพระสงฆ์ซึ่งเป็นสาวกของพระองค์

ผมได้รับประสบการณ์จริงจากประเทศที่สวยงามแห่งนี้ ทั้งความเมตตาและการต้อนรับที่ดีตลอดเวลาที่ผมมาเยือนที่นี่

ผมศรัทธาในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อย่างที่ทราบกันว่าพระองค์คือกษัตริย์แห่งเหล่ากษัตริย์ทั้งปวง ในตลอดรัชสมัยการครองราชย์ 70 ปี พระองค์มีบทบาทสำคัญในการเป็นพุทธอัครศาสนปถัมภกและยังมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังความเป็นพุทธศาสนิกชนให้ประชาชนของท่านนอกเหนือจากการพัฒนาทางด้านอื่นๆ พระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มโครงการพัฒนาต่างๆ เช่น โครงการชัยพัฒนา โครงการฝนหลวงพระราชทานและทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ ยังเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ

เป็นเวลา 1 ปีแล้วที่พระองค์เสด็จสวรรคต ผมก็ยังเห็นความอาลัยและความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อพระองค์มาจากทั่วโลกอย่างไม่ขาดสาย

เพื่อให้ชาวอินเดีย ได้แสดงความอาลัยเพื่อแสดงความเคารพต่อพระองค์ และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง 2 ประเทศ

ผมได้จัดงาน “ถวายความอาลัยแก่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” ขึ้น สถานที่จัดงานคือ Deshpande Hall เมือง Nagpur ประเทศอินเดีย ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 18.00 น. (เวลาอินเดีย)

โดยงานจะเป็นการถวายความอาลัยและความเคารพพระองค์ที่ได้สวรรคต ขอให้พระองค์ทรงบรรลุความสุขสูงสุดของพระนิพพาน”

ขอบคุณ FB : India Actors Thailand FC.

 

เรียบเรียงโดย

..
 

สมเด็จเทพรัตนฯ เสด็จฯ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล

ประกาศสำนักพระราชวัง ด้วยสมเด็จเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ในวันที่ 20 ตุลาคม พุทธศักราช 2560

ประกาศสำนักพระราชวัง

ด้วยสมเด็จเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ในวันที่ 20 ตุลาคม พุทธศักราช 2560 เพื่อทรงเป็นประธานพิธีผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิต ณ วัดไทยลุมพินี

สมเด็จเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะประทับเครื่องบินพระที่นั่ง ซึ่งกองทัพอากาศจัดถวาย จากท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง ในวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2560 เวลา 05.30 น. และจะประทับเครื่องบินพระที่นั่ง ซึ่งกองทัพอากาศจัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินกลับถึงท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพ อากาศ ดอนเมือง ในวันเดียวกัน เวลา 21.30 น.

จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง

19 ตุลาคม พุทธศักราช 2560

ที่มา : สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และ BUGABOO.TV , เพจ เรารัก สมเด็จพระเทพ ฯ : Our Beloved Princess Maha Chakri Sirindhorn

สมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงประกอบพิธีบวงสรวงเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน

เวลา 09.01 น. วันที่ 19 ต.ค. 60 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งจากวังสระปทุมไปยังโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง ในพิธีบวงสรวงสังเวยการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

โดยมี นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง นางนภาพร เล้าสินวัฒนา ผู้อำนวยการกองศิลปกรรม นางพัฒนา เกตุกาญจโน ผู้อำนวยการโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ กรมศิลปากร สำนักช่างสิบหมู่ ช่างฝีมือและจิตอาสา เฝ้าฯ รับเสด็จ

จากนั้น เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงคม เสด็จฯไปทรงเจิมโองการบวงสรวงสังเวยช่างเครื่องสดราชสำนัก เสด็จฯไปยังโต๊ะสังเวย

จากนั้นทรงจุดเทียนทอง เทียนเงิน ที่โต๊ะเครื่องสังเวย ทรงจุดธูปหางปักที่เครื่องสังเวย (ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย สังข์ แตร พนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์) ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงคม

จากนั้นประทับพระราชอาสน์ นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นายช่างศิลปกรรม ผู้ประกอบพิธีอ่านโองการบวงสรวงและนำกล่าวบทบูชาครูช่างเครื่องสด จบแล้ว (ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย สังข์ แตร พนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์)

ต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงสุหร่ายที่เครื่องมือ เครื่องใช้ในการทำเครื่องสดพระจิตกาธาน และทรงเจิมเทวดาประดับจิตกาธาน (ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย สังข์ แตร พนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์) เสด็จฯไปทรงคมที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา เสด็จฯไปทรงคมที่หน้าโต๊ะสังเวย และเสด็จฯ กลับในเวลาต่อมา

นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นายช่างศิลปกรรม กล่าวภายหลังจบพิธีบวงสรวงว่า สมเด็จพระเทพฯ ทรงมีรับสั่งถามช่างแทงหยวกจาก 4 ภูมิภาค ด้วยความเป็นห่วงว่า “ยังทำงานอยู่ใช่ไหม ยังทำไม่เสร็จใช่ไหม ยังเหลืออีกเยอะหรือไม่”

ทั้งนี้ นายบุญชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของการทำเครื่องสดปะกอบพระจิตกาธานนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำ ซึ่งเมื่อวานนี้จังหวัดจันทบุรีได้เคลื่อนย้ายกล้วยตานี จำนวน 50 ต้นมาถึงยังสำนักพระราชวังแล้ว และต้นกล้วยจากจังหวัดอ่างทอง 9 ต้น จังหวัดนนทบุรี 9 ต้น ก็มาถึงสำนักพระราชวังแล้วเช่นกัน

ส่วนต้นกล้วย 40 ต้นของจังหวัดเพชรบุรีจะนำมาส่งในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นรวมต้นกล้วยตานีทั้งหมด 108 ต้น จนถึงวันนี้งานเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน เหลือเพียงแทงหยวก การทำดอกไม้ประดิษฐ์ที่เป็นดอกปาริชาต 16 ดอก ดอกไม้เฟื่อง ดอกไม้ไหว รวม 70 ดอก

ในส่วนของหยวกถม พิมพ์มะละกอ นั้นต้องดำเนินการล่วงหน้าเพียงแค่ 2 วัน หลังเสร็จพิธีบวงสรวงแล้วจะได้มีการแจกจ่ายงานให้ช่างฝีมือ 4 ภูมิภาค และช่างแทงหยวก 4 ภูมิภาค จำนวน 323 คน ที่มารวมตัวกันอยู่ในที่นี้

โดยช่างทั้งหมดได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีโอกาสได้เข้ามาถวายงานในครั้งนี้ร่วมกับช่างหลวงราชสำนัก

“พิธีบวงสรวงสังเวยการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน โดยธรรมเนียมของช่างเครื่องสดราชสำนักเมื่อมีงานสำคัญ ก็จะมีการบวงสรวงภายในเพื่อเป็นการสร้างขวัญแลกำลังใจให้แก่ช่าง แต่ในครั้งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯมาเป็นประธานบวงสรวงนับเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจให้แก่ช่างในการปฎิบัติหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วง จากนี้ไปเหลือเวลาเตรียมการอีกเพียง 5 วัน ก่อนที่จะถึงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ“ นายบุญชัย เผย

ทั้งนี้ ช่างเครื่องสด ข้าราชบริพาร ครู นักเรียน นักศึกษา ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานตามแผนงานที่กำหนดไว้ จะเริ่มดำเนินงานหลังพิธีบวงสรวงสังเวยการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่วันที่ 19-24 ต.ค.

โดยในวันที่ 25 ต.ค. เวลา 05.30 น. งานแทงหยวก งานเครื่องสด และงานช่างดอกไม้สด จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พร้อมนำขึ้นติดตั้งประกอบพระจิตกาธานที่พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 16.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาบุคคลด้านงานช่างฝีมือศิลปะและกองศิลปกรรม

ที่มา https://www.khaosod.co.th/royal-funeral-pyre-news/news_579796

และ https://mgronline.com/onlinesection/detail/9600000106519

ท่านเดียวกัน..”สารถี” ผู้ถือแพนหางนกยูงและสารถีรถยนต์พระที่นั่ง

“สารถี” ผู้ทำหน้าที่ถือแพนหางนกยูง บนด้านหน้าพระมหาพิชัยราชรถ

ที่สุดแห่งภักดีตลอดกาล 

เป็นท่านเดียวกับ ที่ขับรถยนต์พระที่นั่งอัญเชิญพระบรมศพในหลวง ร.9 จาก รพ.ศิริราชไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559

และเป็น “สารถี” ที่ขับรถยนต์พระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชฯ ในการเสด็จฯ ยังสถานที่ต่างๆ เรื่อยมา

และในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นครั้งสุดท้าย ถวายงานจนวาระสุดท้ายจริงๆๆ_

ที่สุดของข้าราชบริพารในพระองค์ที่น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย_ในตำแหน่งและหน้าที่เดิมในการส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย รัชกาลที่ ๙

วันที่ 18 ตุลาคม 2560 เพจเฟซบุ๊ก ชมรมคนรักพระมหากษัตริย์ของชาติไทย ได้เผยภาพของผู้ที่จะรับสนองพระเดชพระคุณถวายงานครั้งสุดท้าย ถือแพนหางนกยูงหน้าพระมหาพิชัยราชรถ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ นั่นคือ คุณมนต์ชัย นิลนฤนาท คือ สารถีผู้ถวายงานรถพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาโดยตลอด

สำหรับคุณมนต์ชัย นิลนฤนาท ก่อนหน้านั้นได้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานในพระองค์ตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสงานรถยนต์พระที่นั่ง ฝ่ายรถยนต์หลวง กองพระราชพาหนะ

ก่อนที่ต่อมาราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศจากสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในพระองค์ โดยนายมนต์ชัย นิลนฤนาท ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ราชการบริหารส่วนกลางสำนักพระราชวัง เมื่อปี พ.ศ. 2558

ข้อมูลจาก ราชกิจจานุเบกษา

ที่มา : เพจ พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีต้องการติดตาม คลิกที่นี่

และ kaijeaw.com 

ขอขอบคุณ hilight.kapook

เมื่อครั้งเสด็จฯ ณ ทุ่งมะขามหย่อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทำไม? ในหลวง ร.๙ ต้องทรงทำถึงเพียงนี้ “นานหลายปี”

สมัยก่อนมีปัญหาที่ชาวบ้าน จ.นราธิวาส เผชิญมานาน คือ “ป่าพรุ” ซึ่งเป็นแอ่งน้ำจืดที่มีน้ำขังจนดินเป็นกรด

จนเพาะปลูกอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะชาวบ้านที่ อ.บาเจาะ ที่มีป่าพรุมากเป็นพิเศษ

ในหลวง ร.9 จึงทรงเข้าไปช่วยเหลือ โดยรับสั่ง “ให้ไขน้ำออกจากพรุ”

แต่ก็ทำให้ทรงพบว่า “ปัญหาที่แท้จริง” ที่ทำให้พืชผลเพาะปลูกไม่ได้นั้นเกิดจากดินเปรี้ยวมีความเป็นกรดสูงต่างหาก

……………………………………….

ขอขอบคุณ ยูทูป Pacific Inspiration Channel : PIC : เสียงที่อยากได้ยิน ภาพที่อยากเห็น – ข้าว…ที่ตากใบ

….

ครั้งหนึ่งในหลวง ถึงกับทรงเดินลงไปในพรุ แล้ว “ทรงวักน้ำขึ้นมาชิม” เพื่อให้ทราบว่า เปรี้ยวเพียงใด

แล้วตรัสด้วยว่า “..หากแก้ปัญหานี้ได้ประชาชนจะมีที่ทำกินอีกประมาณแสนไร่ ..”

ดังนั้นใน พ.ศ. 2525 จึงโปรดฯ ให้สร้าง ‘ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง’ เพื่อแก้ปัญหานี้

ทรงคิดหาวิธีแก้ไขอยู่ถึง 2 ปีเต็ม

 

…..

ทำไม? ในหลวง ร.๙ ต้องแกล้งดิน

ในที่สุดทรงมีรับสั่ง กับอาจารย์สิทธิลาภ วสุวัต อดีตอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ว่า

“..เราแกล้งดินกันไหม แกล้งให้มันเปรี้ยวถึงที่สุด แล้วก็หาวิธีทำให้มันหายเปรี้ยว…”

เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดดินเปรี้ยว จะได้ “แก้ที่ต้นเหตุ”

เริ่มแรก ในหลวง ร.9 โปรดฯ ให้แบ่งที่ดินเป็น 6 แปลง จากนั้นให้สูบน้ำเข้าออกสลับกัน โดยอิงกับฤดูกาลในพื้นที่ ปกติแล้วภาคใต้จะมีฤดูฝน 8 เดือน และฤดูร้อน 4 เดือน

แต่ทรงให้ย่นระยะเวลาลงด้วยการสูบน้ำให้ท่วมขัง 3 เดือน และปั๊มน้ำจนแห้งสนิทแล้วทิ้งไว้ 1 เดือน ทำเช่นนี้อยู่ 5-6 เที่ยว สารกำมะถันที่อยู่ในดินจะโดนอากาศมากกว่าปกติ จนปล่อยกรดออกมา ดินจะเปรี้ยวขึ้น

และถ้าปลูกอะไรแล้วตายหมดแสดงว่าเปรี้ยวถึงที่สุดแล้ว

..

จากนั้น ก็ทรงโปรดฯ ให้แต่ละแปลงทดลอง ทำให้ดินหายเปรี้ยว ด้วยวิธีแตกต่างกัน

อาทิ ใช้น้ำอย่างเดียวชะล้างกรด ใช้ปูนอย่างเดียว ใช้น้ำกับปูนร่วมกัน หรือปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติ เป็นต้น

ผล คือ แปลงที่ใช้น้ำชะล้างร่วมกับการใช้หินปูนฝุ่นนั้นดีที่สุด ใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็ปลูกข้าวได้

ในหลวงจึงทรงให้นำไปทดลองในพื้นที่ ต.โคกอิฐ-โคกใน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่ดินเปรี้ยวมาก ผลปรากฏว่า จากที่ปลูกข้าวแทบไม่ขึ้น กลับกลายเป็นพื้นที่เหลืองอร่ามไปด้วยรวงข้าว

ในหลวงทรงดีใจมาก ดังมีพระราชดำรัส ว่า “เราเคยมาโคกอิฐ-โคกใน มาดูเขาชี้ตรงนั้นๆ เขาทำนาได้แค่ 5 ถัง 10 ถัง แต่ตอนนี้ได้ขึ้นไปถึง 40-50 ถัง ก็ใช้ได้แล้ว… อันนี้สิเป็นชัยชนะที่ดีใจมากที่ใช้งานได้ แล้วชาวบ้านเขาก็ดีขึ้น แต่ก่อนชาวบ้านเขาต้องซื้อข้าวกิน เดี๋ยวนี้เขามีข้าวอาจจะขายได้”

ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของในหลวง ไม่ใช่การทำเพื่อพระองค์เอง…แต่เพื่อให้ชาวบ้านมีกิน

#สานต่อที่พ่อทำ

เรียบเรียงจาก : สัมภาษณ์ ว่าที่ ร.ท.ดิลก ศิริวัลลภ ล่ามภาษายาวีประจำพระองค์ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 , หนังสือร้อยเรื่องเล่า : เกร็ดการทรงงาน และหนังสือประวัติศาสตร์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยสำนักงาน กปร. , หนังสือแม่อยากให้เธออยู่กับดิน

ขอขอบคุณ Pacific Inspiration Channel : PIC

ที่มา : เพจ สานต่อที่พ่อทำ สานต่อที่พ่อทำ

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved