พิธีอุปสมบท พระภิกษุและสามเณร ๑๑๒ รูป

1480241784955

๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
นายสถาพร  สิริพรหมมา ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนางจารวี  สิบพันทา เลขานุการชมรมฯ เข้าร่วมประชุมสัมมนา มูลนิธิบุคคลพอเพียง ประจำปี ๒๕๕๙ ที่ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

จึงได้เชิญชวนให้สมาชิกชมรมฯ ในพื้นที่เข้าร่วมพิธีอุปสมบท พระภิกษุและสามเณร ๑๑๒ รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ วัดไพรีพินาศ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ โดยมี นายชูศักดิ์  ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานในพิธี

1480241797437 1480296101432 1480296097453 1480296092945 1480296088672 1480296084606 1480296080241 1480296074356 1480241821170 1480241813151 1480241809101

 

ชมรมฯ สุรินทร์ เข้ามอบโล่บุคคลดีเด่นเพื่อประกาศเกียรติคุณแก่สมาชิกชมรมฯ

           เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 กรรมการชมรมคนรักในหลวงจังหวัดสุรินทร์ เข้ามอบโล่บุคคลดีเด่น เพื่อประกาศเกียรติคุณ แก่ นายสุข พรหมลิ สมาชิกชมรมคนรักในหลวงจังหวัดสุรินทร์ ที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยรับเกียรติจาก นายเดชสกล อาดัม (นายอำเภอศรีณรงค์) เป็นผู้มอบโล่
20160302_103413 20160302_114824 20160302_114845

เผยภาพชิ้นส่วนปริศนาคาดเป็น MH370 มาเลเซียเผยอย่าเพิ่งด่วนสรุป

53

          เผยภาพชิ้นส่วนปริศนาในโมซัมบิก ผู้เชี่ยวชาญเผยมีความเป็นไปได้สูงว่ามาจากเครื่องบินโบอิ้ง 777 แต่อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็น MH370

          เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2559 เว็บไซต์ Airlive.net เผยภาพถ่ายซากชิ้นส่วนปริศนาในโมซัมบิกที่คาดว่ามาจาก MH370 ผู้เชี่ยวชาญเห็นภาพแล้วเผยตรงกันว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นชิ้นส่วนเครื่องบินโบอิ้ง 777 จริง แต่ก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดกันต่อไป

           ซากชิ้นส่วนดังกล่าวถูกค้นพบโดยนายเบลน อลัน กิ๊บสัน นักกฎหมายชาวอเมริกันที่ได้ออกตามหาร่องรอยของ MH370 ด้วยตัวเอง และได้พบมันเกยหาดในโมซัมบิก สังเกตได้ว่าบนชิ้นส่วนมีคำว่า “NO STEP” อยู่

           แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันใด ๆ จากทางโบอิ้ง แต่ผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความเห็นว่า ชิ้นส่วนที่มีคำว่า “NO STEP” นั้นน่าจะเป็นชิ้นส่วนปีกท้ายของเครื่องบิน

           ล่าสุดสำนักข่าว BBC ได้เผยว่า ผู้เชี่ยวชาญจากมาเลเซีย ออสเตรเลีย รวมถึงสหรัฐฯ ได้ชมภาพถ่ายชิ้นส่วนแล้ว และก็ต่างพูดตรงกันว่ามีความเป็นไปได้สูงเลยที่จะมาจากเครื่องบินโบอิ้ง 777

            ด้านรัฐมนตรีคมนาคมของมาเลเซียได้เปิดเผยว่า “มีความเป็นไปได้สูงว่าซากชิ้นส่วนที่พบในโมซัมบิกจะเป็นของเครื่องบินโบอิ้ง 777 แต่ผมขอให้ทุกคนอย่าด่วนสรุปว่ามันมาจากเที่ยวบิน MH370” พร้อมเผยว่าตอนนี้ทางมาเลเซียได้ร่วมมือกับทางออสเตรเลียในการนำชิ้นส่วนมาตรวจสอบแล้ว

 

ภาพจาก Airlive.net

แผ่นดินไหวอินโดนีเซีย 7.9 แมกนิจูด ยกเลิกเฝ้าระวังสึนามิ

5.

            แผ่นดินไหวอินโดนีเซีย 7.9 แมกนิจูด ห่างภูเก็ต 1.4 พันกิโลเมตร ล่าสุดยกเลิกการเตือนภัยสึนามิแล้ว

          เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 เว็บไซต์ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ มีรายงานว่า เมื่อเวลา 19.49 น. ที่ผ่านมา เกิดเหตุแผ่นดินไหวทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ห่างจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ จ.ภูเก็ต 1,463 กิโลเมตร ขนาด 7.9 เฝ้าระวังการเกิดสึนามิ

          ขณะเดียวกัน สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ทางการอินโดนีเซีย ได้ประกาศเตือนสึนามิทางตะวันตก, ตะวันออกของเกาะสุมาตรา และอาเจะห์ ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

          ต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น. มีรายงานว่า ไทย, อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ได้ยกเลิกการเตือนภัยสึนามิแล้ว

          ด้าน น.อ. สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่มีความพร้อมในการติดตามสถานการณ์ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวทางโซเชียล ทั้งนี้ อย่าเรียกว่าการยกเลิศประกาศเตือนภัย แต่เป็นเพียงการส่งข่าวสารให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมเท่านั้น

          ส่วนกรณีที่มีประชาชนฝั่งทะเลอันดามันอพยพขึ้นที่สูง เรื่องนี้เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 6 ทราบดี ไม่ได้มีการอพยพใด ๆ และเหตุแผ่นดินไหวนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

ครม. ไฟเขียวกฎหมายใหม่ หักเงินเดือนผู้กู้ จ่ายหนี้ กยศ.

52

          ครม. ไฟเขียวแก้กฎหมาย กยศ. ฉบับใหม่ เปิดช่องนายจ้างทั้งส่วนราชการและเอกชน หักเงินเดือนผู้กู้เพื่อชำระหนี้ กยศ. ตั้งเป้าปี 2559 จะตามทวงหนี้ขั้นต่ำ 19,000 ล้านบาท

          จากข้อมูลจากปี 2558 ที่พบว่า มีข้าราชการที่เป็นลูกหนี้ กยศ. และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กรอ.) ประมาณ 173,000 ราย ในจำนวนนี้ ปิดบัญชีไป 36,000 ราย, ไม่ค้างชำระหนี้ 71,000  ราย เหลือ 66,000 ราย ยังค้างชำระหนี้ คิดเป็น 38% สาเหตุที่ทำให้ข้าราชการไม่ชำระหนี้ เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นเงินที่ให้เปล่าไม่ต้องชำระคืน ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น

          ล่าสุด วันที่ 2 มีนาคม 2559 มีรายงานว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อบังคับให้องค์กรนายจ้างทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชน หักเงินลูกจ้าง พนักงานราชการที่เป็นลูกหนี้ กยศ. นำส่งคืนกองทุน กยศ. พร้อมกับเงินหักภาษี ณ ที่จ่ายของกรมสรรพากร เพื่อให้กรมสรรพากรนำส่งกองทุน กยศ.

          ขณะที่ นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าว ได้มีการรวมกองทุน กยศ. และกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และเมื่อสรรพากรหักเงินนำส่งคืนให้ กยศ. จะทำให้ กยศ. มีเงินสำหรับปล่อยกู้ให้กับรุ่นน้องต่อไป โดยร่างกฎหมายใหม่กำหนดให้ยินยอมเปิดเผยข้อมูล และการหักเงินนำส่งคืนเพื่อชำระหนี้ตามสัดส่วนรายได้ที่เหมาะสม ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ คือ การส่งร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวให้กฤษฎีกาพิจารณา และเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในขั้นต่อไป

          นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ในปี 2559 ทาง กยศ. ตั้งเป้าหมายว่าจะตามทวงหนี้ขั้นต่ำ 19,000 ล้านบาท จากเดิมในปี 2558 ทวงหนี้ได้ 17,000 ล้านบาท ด้วย กยศ. จะส่งหนังสือถึงองค์กรนายจ้าง ทั้งในส่วนของหน่วยงานราชการ, รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อลงนามร่วมกับ กยศ. ในการหักเงินเดือนจากข้าราชการที่ยังค้างชำระหนี้ กยศ.

พาณิชย์ เผย ราคามะนาว ปรับเพิ่มเป็นผลละ 4-4.5 บาท

51

         กระทรวงพาณิชย์ เผย ราคาสินค้าวานนี้ (2 มีนาคม) เปลี่ยนแปลงหลายรายการ มะนาว เบอร์ 1-2 ราคาเพิ่มขึ้นเป็นผลละ 4-4.50 บาท

         วันที่ 2 มีนาคม 2559 กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน รายงานภาวะราคาสินค้าจำหน่ายปลีกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า ราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงหลายรายการ เมื่อเทียบกับวันก่อน อาทิ

           กะหล่ำปลี ราคาลดลงเหลือกิโลกรัมละ 12-15 บาท

           ถั่วฝักยาว ราคาลดลงเหลือกิโลกรัมละ 30-32 บาท

           มะนาว เบอร์ 1-2 ราคาเพิ่มขึ้นเป็นผลละ 4-4.50 บาท

         ส่วนสินค้าที่ราคายังทรงตัว ประกอบด้วย

           เนื้อหมู ราคากิโลกรัมละ 120-125 บาท

           กุ้งขาว ขนาด 70-80 ตัว/กิโลกรัม กิโลกรัมละ 200-230 บาท

           ไก่สดทั้งตัว กิโลกรัมละ 70-75 บาท

           ไข่ไก่ เบอร์ 2 ราคาฟองละ 3.40-3.50 บาท

           ไข่ไก่ เบอร์ 3 ราคาฟองละ 3.30-3.40 บาท

           ผักคะน้า กิโลกรัมละ 18-20 บาท

           กวางตุ้ง, ผักบุ้งจีน และมะเขือเทศผลใหญ่ กิโลกรัมละ 12-15 บาท

           แตงกวา กิโลกรัมละ 22-25 บาท

           พริกขี้หนู กิโลกรัมละ 40-60 บาท

           ต้นหอม กิโลกรัมละ 40-50 บาท

           ผักชี กิโลกรัมละ 40-50 บาท

“ไอบา” คอนเฟิร์มยกเลิกใส่เฮดการ์ด มวยสากลในศึกโอลิมปิก 2016

50

           สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ หรือไอบา ประกาศยืนยันจะไม่มีการสวมเฮดการ์ดป้องกันให้นักกีฬามวยสากล ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 เผยใส่แล้วทำกระทบกระเทือนสมองกว่าเดิม

          วันที่ 2 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ หรือไอบา มีการออกมายืนยันแล้วว่าในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล จะไม่มีการสวมเฮดการ์ดป้องกันให้แก่นักกีฬามวยสากลอย่างแน่นอน

          ทั้งนี้ ไอบา เปิดเผยว่า ทางสหพันธ์ได้มีการทดลองให้นักมวยสากลสมัครเล่นชายไม่มีการป้องกันศีรษะจากเฮดการ์ดในทัวร์นาเม้นท์ต่าง ๆ มาได้เกือบ 3 ปีแล้ว ตั้งแต่รายการศึกชิงแชมป์โลก 2013 และคอมมอนเวลธ์เกมส์ 2014 ซึ่งให้เหตุผลว่าการใส่เฮดการ์ดอาจทำให้เกิดการกระทบกระเทือนทางสมองมากกว่าไม่ได้ใส่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ภาพจาก Paolo Bona / Shutterstock.com

บิ๊กสหพัฒน์ ปัดข่าวถอนโฆษณาช่อง 3 หลังโดนข่าวลือว่อนโซเชียล

49

         โลกโซเชียลฯ แชร์กันว่อน อ้างเป็นข้อมูลวงใน ผู้บริหารสหพัฒน์ฯ ธุรกิจคอนซูมเมอร์ยักษ์ใหญ่ของไทย สั่งถอนโฆษณาทั้งหมดออกจากช่อง 3 หลังศาลอาญาพิพากษาจำคุก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” นักเล่าข่าวชื่อดัง ฐานสนับสนุนการทุจริตค่าโฆษณาของ อสมท อย่างไรก็ตาม บิ๊กสหพัฒน์ฯ ได้ออกมาปฏิเสธข่าวแล้ว

          เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 มีรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ในเครือข่ายสังคมออนไลน์​ หรือ โซเชียลมีเดีย ได้เกิดกระแสส่งต่อข้อมูลกันอย่างแพร่หลาย อ้างว่าเป็นข้อมูลจากคนวงในของบริษัทสหพัฒน์พิบูลย์ ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ของไทย ซึ่งล่าสุดทางผู้บริหารสหพัฒน์ฯ มีแนวทางสั่งถอนโฆษณาทั้งหมดออกจากสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 หลังเกิดกรณีศาลอาญามีคำสั่งจำคุกนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา นักเล่าข่าวชื่อดังของทางสถานี ในคดีทุจริตค่าโฆษณา อสมท อย่างไรก็ตาม ทางนายสรยุทธยืนยันความถูกต้องและประกันตัวออกมาพร้อมสู้คดีในชั้นต่อไป

          อย่างไรก็ตาม บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ ได้ออกมาชี้แจงผ่านช่อง now26 ว่า สหพัฒน์ไม่ได้มีการถอนโฆษณากับช่อง 3 แต่อย่างใด

          ขณะเดียวกัน มีข่าวลือเพิ่มเติมว่า บริษัทที่ถอนโฆษณากับรายการช่วงของนายสรยุทธนั้น เป็นเครือบริษัทไลออน ที่ผลิตผงซักฟอกเปา

สำหรับข้อความที่ส่งต่อกันผ่านไลน์และเฟซบุ๊ก มีดังนี้

          “ช่วยกันบอกต่อนะครับ ช่วยกันส่งเสริมและยืนเคียงข้างกิจการของคนไทยที่รักชาติ รักความถูกต้อง  วันนี้ผู้บริหารสหพัฒน์พิบูลย์ให้ถอนโฆษณาออกจากช่องสามทั้งหมดทันที พี่ผู้บริหารสหพัฒน์ฯ สั่งเน้น ‘โดยทันที’  ทั้งนี้สหพฒน์ฯ ได้ถอนโฆษณารายการของนายสรยุทธมาตั้งแต่มีเรื่องขึ้นศาลแล้ว

          “นายห้างเทียม โชควัฒนาได้สอนลูกหลานและพนักงานสหพัฒน์ฯไว้ว่า  ‘อย่ามุ่งประโยชน์ตนละเลยคุณธรรม เราช่วยกันสร้างจรรยาบรรณ และคุณธรรมที่ดีเพื่อให้ประเทศเราพ้นพงหนามโกงกิน ไร้คุณธรรมเสียที’  ขอบคุณสหพัฒน์ฯ  ที่ร่วมมือกันแข็งขันต่อสู้อย่างน่ายกย่องและเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีของสังคมไทย”

          ทั้งนี้ ต้องรอการแถลงข้อเท็จจริงจากทางเครือสหพัฒน์ฯ ต่อไป

 

ภาพจาก sahapat.co.th

ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ โร่แจง DSI ปมรถหรู ยันสมเด็จช่วงบริสุทธิ์

47

         ฝ่ายกฎหมาย หอบเอกสารโร่แจง DSI ปมรถหรู ยันเป็นรถที่ได้รับบริจาคมา สมเด็จช่วงบริสุทธิ์ ข้องใจทำไมมาสอบผู้ซื้อแทนที่จะดำเนินคดีผู้ขาย เล็งฟ้องอู่ที่ขายรถ

          จากกรณีที่มีการตรวจสอบรถเบนซ์คลาสสิก ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ที่มีชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาส วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้ครอบครองอยู่นั้น ซึ่ง DSI ระบุว่ามีความผิดถึง 4 ขั้นตอน ตั้งแต่การนำเข้า ประกอบรถ จดทะเบียน และยื่นเสียภาษี ซึ่งอาจมีความผิดถึง 10 ข้อหา โดยทางฝ่ายกฎหมายของวัดปากน้ำ ได้แจ้งยืนยันความบริสุทธิ์ต่อเจ้าหน้าที่ DSI พร้อมทั้งเตรียมส่งคืนผู้บริจาคแล้ว

          วันที่ 2 มีนาคม 2559 เวลา 15.00 น. นายสมศักดิ์ โตรักษา ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ สิทธิกรณ์ ผู้รับมอบอำนาจจากพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดปากน้ำ และเลขานุการสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้เดินทางไปยัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อยื่นหนังสือพร้อมหลักฐานประกอบการชี้แจง ปมรถจดประกอบทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ที่มีชื่อสมเด็จช่วงเป็นผู้ครอบครอง

          โดยก่อนที่จะเข้าชี้แจงต่อ DSI นั้น นายสมศักดิ์ ระบุว่า จากหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมด สมเด็จช่วงบริสุทธิ์แน่นอน โดยที่ผ่านมาวัดปากน้ำมีวัตถุประสงค์ทำพิพิธภัณฑ์มานานแล้ว และมีผู้บริจาคทั้งเงิน และสิ่งของ รวมไปถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในยุคสมัยต่าง ๆ เพื่อนำไปเก็บไว้ที่มหาเจดีย์มหารัชมงคล กระทั่งต่อมามีผู้บริจาคเงินถวายสมเด็จช่วงจำนวน 4 ล้านบาทเพื่อซื้อรถโบราณบริจาคให้สมเด็จช่วงในนามส่วนตัว และเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้ปรากฎข่าวครึกโครมว่ามีรถไม่ถูกต้อง สมเด็จช่วงจึงได้ส่งรถคืนให้แก่ผู้บริจาค แต่รถยังฝากไว้ในพิพิธภัณฑ์เพื่อรอส่งคืนผู้บริจาคขายต่อไป

          นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ลายมือชื่อที่ลงนามครอบครองรถของสมเด็จช่วงนั้น ได้มีการนำเอกสารมาให้ลงนามจึงปรากฎชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และเป็นลายเซ็นจริง แต่ว่ารถคันดังกล่าวนั้นได้นำมาจัดแสดงให้ประชาชนศึกษา ไม่มีการนำไปใช้จริง โดยได้รับบริจาครถคันดังกล่าวมาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2556 ได้แจ้งไม่ใช้รถถาวรและเปลี่ยนทะเบียนจาก ขม 99 เป็น งค 1560 ทั้งนี้เมื่อรถมีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องส่งคืนผู้บริจาค เมื่อนำรถคืนไปที่ผู้บริจาคแล้วก็ต้องไปดำเนินคดีกับผู้ขาย ซึ่งขณะนี้ฟ้องร้องคดีกับศาลจังหวัดตลิ่งชัน

          สำหรับชื่อผู้บริจาคนั้น นายสมศักดิ์ ได้เลี่ยงตอบ แต่ย้ำว่า ข้อเท็จจริงทั้งหมดเป็นการพิสูจน์ว่าสมเด็จช่วง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และที่ยังมีชื่อสมเด็จช่วงครอบครองก็เพียงแค่ใช้เป็นหลักฐานการเสียภาษีเท่านั้น

          ทางด้าน นายสุรพงษ์ ได้ออกมาชี้แจงในส่วนของหลวงพี่แป๊ะ โดยระบุว่า เป็นการซื้อมาจาก นายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของอู่วิชาญ ซึ่งซื้อมาเพราะผู้ที่บริจาคต้องการซื้อรถจากผู้ที่มีความรู้เรื่องรถโบราณ ซึ่ง นายวิชาญ นั้น เป็น กรรมการชมรมรถโบราณแห่งประเทศไทย ถือว่ามีความชำนาญ ไม่ได้เป็นการขายรถแค่คันเดียวแต่ขายมาแล้วหลายคัน

          นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า จากการที่ซื้อมานั้นมีการจดทะเบียนโดยกรมการขนส่งทางบก จึงเชื่อโดยสุจริตว่ารถน่าจะชอบด้วยกฎหมาย การที่ดีเอสไอมาเอาผิดผู้ซื้อ อยากให้กลับไปถามว่าทำไมไม่ดำเนินการกับคนขายที่ดำเนินการไม่ถูกต้องหรือจดประกอบไม่ถูกต้อง

          ทั้งนี้ ตามรายงานข่าวระบุว่า ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ ได้นำหลักฐานบางส่วนเข้าชี้แจงต่อสื่อมวลชน โดยประกอบด้วยเอกสาร ดังนี้

          – สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน

          – เอกสารการขอยกเลิกใช้รถ

          – รายงานการจดทะเบียน

          – ใบสั่งซ่อมของอู่วิชาญ และมีชื่อของพระครูพิทักษ์ หรือหลวงพี่แป๊ะ เป็นผู้สั่งซ่อม เมื่อปี พ.ศ. 2554 วงเงิน 4 ล้านบาท

          สำหรับใบส่งซ่อมนั้นมีการลงชื่อ หลวงพี่แป๊ะ เป็นเจ้าของรถโดยรายละเอียดในการส่งซ่อมระบุว่าจ่ายเงินค่ามัดจำซื้อรถ 1 ล้านบาท ในวันที่ 14 ธันวาคม 2553 ตกลงซื้อกับนางจริยา รัษฐปานะ งวดที่ 2 เป็นเงิน 1.5 ล้านบาท จ่ายเมื่อได้รับเอกสารทะเบียนพร้อมโอน ค่าซ่อมทั้งหมด 1.5 ล้านบาท จ่ายเมื่อเริ่มทำการซ่อม ซื้ออะไหล่เป็นงวด ๆ จนเสร็จ

          นอกจากนี้ฝ่ายกฎหมาย ได้นำภาพรถยนต์ดังกล่าวมาเปิดเผยซึ่งเผยให้เห็นว่ารถยังจอดอยู่ในตำแหน่งเดิม สำหรับรายการจดทะเบียนรถของสมเด็จช่วง พบว่าวันที่จดทะเบียนเป็นผู้ครอบครองรถเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2554 ตรงกับวันเกิดของสมเด็จช่วงคือวันที่ 26 สิงหาคม 2468

          ทั้งนี้ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท จากัวร์ (ประเทศไทย) และผู้เชี่ยวชาญรถยนต์แพนเธอร์ ได้เดินทางไปยังวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม เพื่อตรวจสอบรถยนต์เปิดประทุน รุ่นปี ค.ศ. 1975 สีดำ ทะเบียน กก 1177 กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในการครอบครองของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม หลังมีการตรวจสอบทราบว่ารถคันดังกล่าวไม่อยู่ในสารบบรถยนต์ของจากัวร์ แต่เอกสารนำเข้าระบุเป็นรถจากัวร์ แต่ขั้นตอนจดประกอบเป็นรถแพนเธอร์ และในชั้นจดทะเบียนกลับระบุเป็นรถจากัวร์

          โดย พ.ต.ต. สุริยา กล่าวว่า การตรวจครั้งนี้เป็นการเข้าตรวจครั้งที่ 2 โดยนำผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมตรวจสอบอย่างละเอียด และต้องใช้เวลาตรวจสอบก่อนแถลงต่อสื่อมวลชน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นรถยี่ห้อใดกันแน่

          ด้านหลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า ยินดีให้ความสะดวกต่อดีเอสไอ เพราะต้องการแสดงความโปร่งใสให้สังคมรับทราบ ส่วนรถโบราณที่ได้มาจากการบริจาคของญาติโยม ซึ่งก็ถือว่าเป็นวิบากกรรมเช่นกัน

 

ภาพจาก brighttv

สมาคมมีเดียเอเยนซี่ ออกแถลงการณ์ คดีสรยุทธ หลังเจอกระแสให้ระงับโฆษณา

43

            แถลงการณ์จาก สมาคมมีเดียเอเยนซี่ กรณี สรยุทธ โดนพิพากษาคดีไร่ส้ม หลังเจอกระแสให้ระงับการซื้อโฆษณาที่เจ้าตัวดำเนินรายการ ย้ำไม่มีความสามารถชี้นำให้ผู้ประกอบการลงโฆษณาได้ พิจารณาจากเรตติ้ง

             จากกรณีที่ศาลมีคำสั่งพิพากษาจำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เป็นเวลา 13 ปี 4 เดือน ในคดียักยอกเงินโฆษณา อสมท ซึ่งหลังจากมีคำสั่งจากศาลแล้วก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รวมถึงกระแสเรียกร้องให้มีการระงับซื้อโฆษณาที่ นายสรยุทธ เป็นผู้ดำเนินรายการ นั้น             

              ล่าสุดวันที่ 2 มีนาคม 2559 ทางสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MMTA) ได้มีการออกแถลงการณ์ถึงกรณีดังกล่าวโดยระบุว่า ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของสมาคม ล้วนมีจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพ ดังนั้นสมาชิกสมาคมไม่มีความสามารถในการชี้นำการลงโฆษณาได้ แต่จะอาศัยหลักเกณฑ์ เช่น เรตติ้ง เพื่อพิจารณาในการเลือกรายการต่าง ๆ ในแต่ละเดือน ซึ่งการที่จะระงับซื้อโฆษณาในรายการต่าง ๆ นั้นต้องพิจารณาด้วยหลักเกณฑ์ดังกล่าว

            นอกจากนี้หากผู้ประกอบการเจ้าของสินค้ารายใดที่ไม่ต้องการลงโฆษณาในรายการใดก็ตาม ต้องมีการแจ้งอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งทางบริษัทมีเดียเอเยนซี่จะนำเสนอทางเลือกอื่นทดแทน

            สำหรับข้อความทั้งหมดมีดังนี้

44

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @Pat_ThaiPBS, Instagram sorrayuth9111