๙ อาชีพพระราชทาน..ตามศาสตร์ของพระราชา



นับตั้งแต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ทำอาชีพเกษตรกรรมซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย

พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยือนปวงชนในพื้นที่ห่างไกลต่าง ๆ ทั่วประเทศและได้ทรงรับทราบข้อมูลปัญหาที่พสกนิกรในแต่ละภูมิภาคต้องเผชิญ ทรงศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อหาทางออกช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้เบาบางทุเลาลงเพื่อให้คนไทยได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นำมาซึ่งการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ตามแนวพระราชดำริ และอาชีพพระราชทานต่าง ๆ จำนวนมาก นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้

.



1. เกษตรกรรมทางเลือก พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเขา 

โครงการหลวง และ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นับเป็นตัวอย่างแห่งมรดกด้านเกษตรกรรมทางเลือกเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเขาอันทรงคุณค่า ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานไว้เป็นโครงการต้นแบบที่เกิดจากพระอัจฉริยภาพและความทุ่มเทของพระองค์ท่าน พระราชดำริด้านการพัฒนาการเกษตรที่ตอบสนองเป็นโครงการต่าง ๆ เพื่อยังประโยชน์ถ้วนทั่วตลอดห่วงโซ่อาหารพร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่สูงให้พึ่งพาตัวเองได้อย่างแข็งแกร่งด้วยความสมดุลและยั่งยืน

.



 

2. โคนมพระราชทานไทย – เดนมาร์ค สร้างความมั่นคงทางอาหาร

ทรงพระราชทานพระราชดำรัสไว้แก่ผู้แทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ณ โครงการเกษตรสวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 ความว่า

“...การเลี้ยงโคนมและกิจการโคนมนี้เป็นสิ่งที่ยาก เพราะว่าผลิตผลที่เรามุ่งที่จะทำเป็นผลิตผลที่ถ้าไม่จำหน่ายทันที ก็อาจจะเสียไปเสียประโยชน์ไปและทำให้ล่มจมขาดทุนได้ ฉะนั้นกิจการนี้ จึงต้องศึกษาและเกี่ยวข้องกับวิชาการหลายด้าน...”

อาชีพการเลี้ยงโคนมจึงเป็นอาชีพที่ทำให้ประชาชนได้มีอาชีพทำกิน มั่นคงและเป็นหลักแหล่ง และได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่ามีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี

.



3. การเพาะเลี้ยงปลานิลจากต้นแบบปลานิลจิตรลดาส่งเสริมคุณภาพชีวิตชาวไทย

โดยเมื่อ พ.ศ. 2508 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตเมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ทรงจัดส่งปลาจำนวนหนึ่งเข้ามาถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทดลองเลี้ยงปลาในบ่อภายในสวนจิตรลดา เป็นหนึ่งในโครงการส่วนพระองค์ ซึ่งผลการทดลองเลี้ยงพบว่าเจริญเติบโตและแพร่ขยายพันธุ์ได้เป็นอย่างดี จึงพระราชทานชื่อว่า “ปลานิล” และพระราชทานพันธุ์ปลานิลให้กรมประมง จำนวน 10,000 ตัว เพื่อนำไปขยายพันธุ์และแจกจ่ายแก่พสกนิกร เกษตรผู้เลี้ยงปลานิลจึงซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมองการณ์ไกล ทำให้เกษตรกรสามารถสร้างครอบครัวที่เข้มแข็ง มีฐานะมั่นคง สามารถลืมตาอ้าปากและสร้างเนื้อสร้างตัวได้

.

4. กุ้งก้ามแดงพระราชทาน ล็อบสเตอร์นำจืดส่งเสริมอาชีพเกษตรกรไทย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงทดลองเลี้ยงกุ้งก้ามแดงสายพันธุ์ประเทศออสเตรเลีย และได้นำมาใช้ประกอบอาหารในการถวายเลี้ยงพระราชอาคันตุกะในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี หลังจากนั้น หน่วยวิจัยประมงน้ำจืดบนพื้นที่สูงอินทนนท์จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง (ปกากะญอ) ที่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เลี้ยงในนาข้าว นำมาสู่การเลี้ยงและขยายพันธุ์และจำหน่ายในเชิงการค้าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา และได้ขยายพื้นที่เลี้ยงไปยังพื้นที่อื่น ๆ ด้วย เช่น จังหวัดสระแก้ว เป็นต้น



5. พันธุ์ข้าวพระราชทานเพื่อชาวนาไทย

ทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องการปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวเป็นอย่างมาก โดยทดลองทำแปลงข้าวสาธิตในสวนจิตรลดามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 เมื่อทดลองจนได้สายพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพเหมาะสมแล้ว จึงพระราชทานพันธุ์ข้าวต่าง ๆ ให้แก่ประชาชนไปขยายพันธุ์เพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็น ข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1, ข้าวสังข์หยดพัทลุง, ข้าวขาวดอกมะลิ 105, ข้าวขาวกข. 41, ข้าวดอกพะยอม, ข้าวลืมผัว (ข้าวเหนียวที่โดดเด่นด้านรสชาติ มีกลิ่นหอม เมื่อหุงสุกแล้วจะเคี้ยวกรุบ อุดมไปด้วยสารอาหาร) ข้าวพันธุ์พระราชทานต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงคุณภาพดี ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของชาวนาที่ดีขึ้น ด้วยรายได้ที่สูงขึ้น และส่งผลมาถึงชาวไทยทุกคนที่มีข้าวดีมีคุณภาพไว้บริโภคในประเทศอีกด้วย

.



 6. โรงเรียนพระดาบส หลักสูตรสร้างช่างวิชาชีพแก่เยาวชนไทย

เป็นโครงการในพระราชดำริที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เพื่อช่วยเหลือผู้ยากจนด้อยโอกาสขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับโอกาสเข้ามาเรียนวิชาชีพช่างเพื่อนำไปประกอบอาชีพต่าง ๆ ปัจจุบันโรงเรียนพระดาบสประกอบไปด้วย 8 หลักสูตรวิชาชีพ ได้แก่ ช่างยนต์, ช่างไฟฟ้า, ช่างอิเล็กทรอนิกส์, ช่างซ่อมบำรุง, ช่างไม้เครื่องเรือน, ช่างเชื่อม, วิชาชีพเคหะบริบาล และการเกษตรพอเพียง โดยผู้เข้าเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่จะต้องพักอาศัยอยู่ที่โรงเรียนและใช้ระยะเวลาเรียน 1 ปี เมื่อจบการศึกษาจะได้รับใบประกาศนียบัตรเพื่อเป็นโอกาสในการประกอบอาชีพต่อไป

.



7. ศูนย์ฝึกอาชีพพระราชทานโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ทำแขน/ขาเทียม
ศูนย์ฯ เกิดขึ้นเมื่อทรงเสด็จเยี่ยมทหารบาดเจ็บจากราชการสงครามในเวียดนาม ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงมีพระราชปรารภว่า กองทัพบกควรมีหน่วยงานฟื้นฟูสมรรถภาพและฝึกอาชีพให้แก่ทหารพิการ เพื่อให้มีอาชีพเลี้ยงตนและครอบครัวได้ ศูนย์ฯ จึงก่อกำเนิดขึ้น ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเมื่อปี พ.ศ. 2513 โดยทรงพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นค่าก่อสร้างตึกและเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็น ต่อมาจึงมีการจัดตั้งโรงงานแขนขาเทียมพระราชทานจนสามารถดำเนินงานในเรื่องบริการอวัยวะแขนขาเทียมสำหรับทหารพิการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบั

.



8. ศูนย์ฝึกหัตถกรรมทอผ้าเขาเต่า รักษาภูมิปัญญาชาวบ้าน

ทอผ้ากี่กระตุก สานต่ออาชีพที่ยั่งยืน
ศูนย์ฝึกหัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นการสร้างอาชีพในท้องถิ่นทุรกันดาร ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพที่มั่นคงสลับกับอาชีพประมงที่ไม่สามารถออกหาปลาได้ในช่วงมรสุม เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 จนถึงปัจจุบัน มีผลงานออกมานับร้อยชนิดไม่ว่าจะเป็น ผ้าฝ้ายยกดอก, ผ้าถุง, ผ้าขาวม้า และสินค้าต่าง ๆ ที่ทอขึ้นจากผ้าฝ้ายเกือบทุกรายการได้ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ บางรายการเป็นสินค้าระดับ 5 ดาวของประเทศ และเป็นสถานที่ศึกษาดูงาน มีนักท่องเที่ยวและเวียนมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กันอย่างต่อเนื่อง


.



9. เกษตรผสมผสานตามแนวทางการเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อคนไทยได้พึ่งตนเอง
การทำเกษตรกรรมแบบผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นต้นแบบของการจัดการทรัพยากรดินและน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถทำให้ตนและครอบครัวมีชีวิตอยู่อย่างพอเพียงโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นมากเกินไป โดยแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน ได้แก่ ร้อยละ 30 ปลูกข้าว ร้อยละ 30 ปลูกพืชผสมผสาน ร้อยละ 30 จัดทำเป็นแหล่งน้ำ และร้อยละ 40 ทำเป็นที่อยู่และเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหาร การทําการเกษตรทฤษฎีใหม่ถือว่าเป็นขั้นตอนแรกของการพัฒนาตามลำดับขั้นตามแนวพระราชดำริ ได้แก่ การอยู่รอด, พึ่งตนเองได้, ซึ่งจะนำไปสู่การมีชีวิตอยู่อย่างสมดุลเพื่อความยั่งยื

.



เรียบเรียงเนื้อหาและอินโฟกราฟิกโดย มูลนิธิมั่นพัฒนา

ที่มา : เพจ มั่นพัฒนา

ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved