สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ในวันวาน เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ (ตอนที่ ๑)

WB_85500015216

ลาวัณย์ โชตามระ


      วันที่ 28 ก.ค. 2495 เป็นวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระประสูติกาลสมเด็จเจ้าฟ้าชาย สร้างความปีติยินดีแก่พสกนิกรไทยที่เฝ้ารอ

      สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ ทรงมีพระนามเมื่อแรกประสูติว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร”

       ครั้นต่อมาเมื่อมีพระชนมายุครบ 20 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ ให้ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ทรงมีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ สยามมกุฎราชกุมาร”

1335669659

       สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ ทรงดำเนินพระราชจริยวัตรด้วยความสง่างาม เคร่งขรึม สำรวมพระองค์ตามแบบอย่างชาติทหาร

       ทว่าในอดีตยามที่ยังทรงพระเยาว์เป็นทูลกระหม่อมฟ้าชาย พระองค์น้อย ๆ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ก็เป็นดังเช่นเด็กชายทั่วไป ทรงซุกซน เฉลียวฉลาด

      ในหนังสือ “สี่เจ้าฟ้า” ฉบับเรียบเรียงใหม่โดย ลาวัณย์ โชตามระ นำเสนอเรื่องราวในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ช่วงพระเยาว์ที่น่าสนใจไว้มาก จึงนำบางส่วนมาเผยแพร่ให้ปวงชนชาวไทยได้รับทราบในวงกว้าง ณ ที่นี้

431543_310738455646577_1625081575_n

       ทรงเป็นทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าเพียงพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่ไม่มี “ชื่อเล่น” เหมือนสมเด็จพระเชษฐภคินีหรือพระขนิษฐาอีก 3 พระองค์

      อาจจะเพราะทรงเป็น “ทูลกระหม่อมชาย” เพียงพระองค์เดียว คำว่า “ชาย” จึงเป็นเสมือนชื่อที่ใช้แทนพระองค์

      การเรียนของทูลกระหม่อมฟ้าชายนั้น เริ่มตั้งแต่พระชนมายุได้ 5 พรรษาโดยโปรดเกล้าฯ ให้ดัดแปลงชั้นล่างของพระที่นั่งอุดร ในพระราชวังดุสิตเป็นห้องเรียน



 

      เมื่อทรงย้ายมาประทับที่พระตำหนักจิตรลดาฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงเรียนขึ้นในพระราชฐานด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อที่จะได้ทรงดูแลการศึกษาของทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าทุกพระองค์ได้ อย่างใกล้ชิด

      โรงเรียนนี้พระราชทานชื่อว่า “จิตรลดา” เป็นโรงเรียนราษฎร์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และจะเปิดสอนชั้นสูงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยใช้หลักสูตรการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการ

      ที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ภายในบริเวณที่พ้นจากเสียงรบกวนจากภายนอก สนามสำหรับวิ่งเล่น มีห้องเรียนที่พอเหมาะกับจำนวนนักเรียน

      นักเรียนในโรงเรียน นอกจากทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าแต่ละพระองค์แล้ว ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บุตรธิดาของข้าราชบริพาร ซึ่งมีอายุวัยเดียวกันได้เข้าร่วมศึกษาด้วย



      เพื่อให้ทูลกระหม่อมทุกพระองค์ได้มีพระสหายเป็นบุคคลสามัญ โรงเรียนจิตรลดาเริ่มเรียนตั้งแต่เวลา 9 นาฬิกา หยุดพักกลางวัน และเริ่มเรียนในภาคบ่ายอีกครั้งจนถึงเวลา 15.55 นาฬิกา

 

      เช้าวันใดไม่ต้องทำการบ้าน เพราะทรงทำเสร็จแล้วตั้งแต่ตอนเย็น ก็จะทรงมีเวลาเล่นได้นาน มิฉะนั้นจะมีเวลาเพียงทรงจักรยานรอบสระกลมใหญ่ แต่จะไม่ทรงมีเวลาไปเที่ยวแวะเวียนตามโรงรถยนต์หลวง เพื่อทรงตรวจเครื่องกลไกของรถยนต์แต่ละคัน

      บางครั้งก็จะเสด็จฯ ไปแวะเยี่ยมกรมราชองครักษ์ และกองทหารรักษาการณ์ เพื่อทรงตรวจเรื่องการกินอยู่ แล้วก็เลยทรงเล่นหมากฮอสด้วย

 

      จนเวลาประมาณ 8 นาฬิกา จึงเสด็จขึ้นเพื่อสรงน้ำ เสวย และเตรียมพระองค์เสด็จไปโรงเรียน การไปโรงเรียนนั้นต้องตรงเวลาเสมอ ไม่เคยสายเลย

      ทุกวัน ทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าชายจะตื่นบรรทมแต่เช้า เวลาประมาณ 7 นาฬิกา เมื่อเสร็จธุระส่วนพระองค์แล้ว จะเสด็จฯ ลงเพื่อออกกำลังกลางแจ้ง เช่นเดียวกับเด็กธรรมดาทั่วไป มีวิ่งเล่นเอาเถิดบ้าง ซ่อนหาบ้าง


………………………………….


(โปรดติดตามตอนต่อไป)


คลิกที่นี่ อ่าน เรื่อง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ในวันวาน เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ (ตอนที่ ๒ จบ)


 

 

ที่มา : มูลนิธิ อภิธรรมมูลนิธิ บทความทูลกระหม่อมฟ้าชายในวันวาน ใน thaimisc.pukpik.com

...............



“..พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงกล่าวว่า..ทูลกระหม่อมฟ้าชายทรงมีความคิดไวเพราะอยู่ในสมัยจรวด ต้องคอยทรงรั้งให้ลำดับเหตุผลอยู่เสมอ

เมื่อทรงพระเจริญวัยขึ้น นับวันทูลกระหม่อมฟ้าชายก็ยิ่งมีพระนิสัยสมเป็น “ผู้ชาย” โปรดเล่นเครื่องกลไกต่าง ๆ อย่างเด็กผู้ชายทั้งหลาย เช่น รถยนต์ เครื่องบิน รถถัง เรือ


โปรดทอดพระเนตรหนังสือต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการช่าง การก่อสร้าง และมีพระนิสัยใฝ่รู้ เมื่อทรงสงสัยสิ่งใดก็จะทรงตั้งปัญหาถาม และจะทรงถามจนกระทั่งได้รับคำอธิบายเป็นที่พอพระทัย

ทรงมีความจำดีมาก โดยเฉพาะกับเรื่องรถยนต์ ทรงรู้จักเกือบทุกชนิด..”

ความตอนหนึ่งจากหนังสือ "สี่เจ้าฟ้า" โดย ลาวัณย์ โชตามระ

(ที่มา : เพจ ละออง ใต้พระบาท )


ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved