ในหลวง ร.๙ ตรัสถามด้วยพระราชอารมณ์ขันว่า “ไปเล่นอะไรกันมาล่ะ…เปียกเชียว”


มีเรื่องเล่าอีกละแม่ประไพ....ฟังแล้วคิดถึง....

เมื่อวานมีโอกาสได้ไปรับประทานอาหารเย็นกับผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่าน...

ท่านหนึ่งเป็นนายทหารระดับพลเอก เคยเป็นนายทหารราชองครักษ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙....ท่านเล่าเรื่องที่วิทยาศาสตร์ก็อธิบายไม่เต็มปาก..

ครั้งนั้น เมื่อหลายปีก่อน ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินทรงถวายผ้าพระกฐินทางชลมารค พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์...ไปยังวัดอรุณราชวราราม...

ขณะนั้น ฝนตกอย่างหนัก ฉันยังจำภาพนั้นได้ แต่จำไม่ได้ว่าปีไหน คงมีหลายคนจำได้...



ในหลวง ร.9 ประทับอยู่ในเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ซึ่งสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ท่าน

ข้าราชบริพารที่รอรับเสด็จ ทหารมหาดเล็ก ล้วนเปียกฝนแบบหาที่ติมิได้ ตั้งแต่หมวก เครื่องแบบสีแดงที่ตั้งแถว ก็ชุ่มฉ่ำทั้งสิ้น

แม้กระทั่งขบวนเรือของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ(ในขณะนั้น) และสมเด็จพระเทพรัตนฯ เมื่อเสด็จฯ ถึงท่าของวัดอรุณฯ นั้น ก็ยังมีฝนโปรยอยู่...

ในขณะที่ฝนกระหน่ำขนาดหนัก ดูท่าทางจะไม่ซา...



แต่เมื่อเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณเทียบท่า...เพื่อให้ในหลวงภูมิพลเสด็จขึันจากเรือ...

ผู้ใหญ่ท่านนั้นที่อยู่ในเหตุการณ์ใกล้ชิด...เล่าให้ฟังว่า..

ฝนหยุดตกแบบไม่มีเหตุผล...ตั้งแต่พระบาททรงก้าวขึ้นจากเรือพระที่นั่ง..

ที่สุดยอดที่สุดคือ...

พระองค์ท่านเสด็จขึ้นท่าเรือ แล้วก็ทอดพระเนตรเห็นทหารมหาดเล็กเต็มยศ ทั้งข้าราชบริพาร เปียกกันมะล่อกมะแล่ก แต่ก็ยังระวังตรง ถวายเกียรติยศ

พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลยังทรงอุตส่าห์มีรับสั่ง พระราชทานสัพยอกกับกองทหารเหล่านั้น....

................  


" ไปเล่นอะไรกันมาล่ะ...เปียกเชียว"


...........


.......................................

ที่มา : FB_ Nitipong Honark โพสต์เมื่อ 16 มิ.ย.2560

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1133326720106405&substory_index=0&id=960957907343288

https://www.facebook.com/nitipong.honark?fref=nf&pnref=story

........................


และอีกความคิดเห็นในเรื่องนี้จากเพื่อนในเฟซบุค Nitipong Honark (พี่ดี้) มีผู้ใช้เฟซบุค นามว่า Surat Jongda เล่าเรื่องเพิ่มเติมให้ทราบ ว่า

..... ปี2539ฉลองครองสิริราชสมบัติครบ50ปีครับ ผมนั่งเฝ้าใต้ตึกคณะศิลปศาตร์ธรรมศาสตร์ ภาพติดตา เรือพอผ่านสพานพระปิ่นไม่รู้ลมฝนมาจากใหน พัดเรือแตกขบวนเข้าคลองบางกอกน้อย เรือพระที่นั่งแถไปทางฝั่งศิริราช ต้องปิดม่านกัลยาเรือ เรือยางต้องเข้าไปพยุงด้านศิริราช มีเรื่องเล่าว่ร ทรงบอกว่าสุพรรณหงส์ไม่พอใจ ภายหลังจึงทรงสุพรรณหงส์ให้เรือนารายณ์ทรงสุบรรณเป็นเรือพระที่นั่งรอง ตามคติพระมหากษัตริย์เมื่อทรงเสด็จในการทำบุญทางพระพุทธศาสนาทรงมีสถาณะเป็นพระพรหม ทรงสุพรรณหงส์ เมื่อเสด็จตรวจพลออกศึกทรงสถาณะเป็นพระนารายณ์ จึงมีทรงกระบี่ยุทธพระครุฑพ่าห์เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติทรงสถาณะเป็นพระอิศวรประทับณเขาไกรลาศเหล่าพราหมณ์สวดสรรเสริญเปิดไศลไกรลาศ


ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ คุณ Jay Walkman 


http://board.trekkingthai.com/board/print.php?forum_id=34&topic_no=381604&topic_id=387618&mode=lite


เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณในรัชกาลที่ ๙ จอดอยู่คู่กัน


ใครสนใจอ่านอีก


ก็อ่านเรื่องยาว เรื่องเล่า จากนิตยสารหญิงไทย และสกุลไทยออนไลน์


ด้านล่างนี้ ขยายความเรื่องเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณในรัชกาลที่ ๙

ณ พิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธีที่เก็บเรือของพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในโลก ตั้งอยู่บริเวณปากคลองบางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรือพระราชพิธีสำคัญ 8 ลำ

ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช

เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์

เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9

เรือครุฑเหินเห็จ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร

เรืออสุรวายุภักษ์ และเรือเอกชัยเหินหาว

นอกจากเรือพระที่นั่ง และเรือต่างๆ ที่ใช้ในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังมีเครื่องประกอบและสิ่งของเครื่องใช้ในพระราชพิธีต่างๆจัดแสดงอยู่ด้วย

เช่น บัลลังก์บุษบก บัลลังก์กัญญา พายชนิดต่างๆ และเครื่องแต่งกายของเหล่าฝีพาย

เพราะเหตุที่เมืองไทยมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายหลักที่ใช้ในการสัญจรมาแต่โบราณ

พระมหากษัตริย์ของไทยนับแต่สมัยกรุงสุโขทัย ก็ได้เสด็จฯไปทางน้ำเพื่อประกอบพระราชพิธีต่างๆ เรียกว่า กระบวนพยุหยาตราชลมารค

นอกจากนี้ในทุกยุคสมัย ยังมีการสร้างเรือพระที่นั่งเพิ่มขึ้นแทนลำเก่าที่ผุพัง

จนกระทั่งมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้มีการจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารคมาแล้วสิบกว่าครั้ง ส่วนใหญ่เพื่อการเสด็จฯไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม แทบทั้งสิ้น

ซึ่งการณ์นี้จึงเกิดเรื่องเล่าถึงเรือพระที่นั่งที่สำคัญลำหนึ่ง ที่ใช้ในกระบวนพยุหยาตราชลมารค เป็นลำที่สร้างขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพราะเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ลำเดิมที่สร้างมาแต่ครั้งรัชกาลที่ 1 ผุพังเกินที่จะซ่อมได้

เรือลำใหม่นี้มาสร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และเปลี่ยนชื่อเป็น "เรือพระสุพรรณหงส์" มี พลตรี พระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนายช่างประกอบพิธีลงน้ำ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454

เรือพระที่นั่งลำนี้มักใช้เป็นเรือพระที่นั่งทรงของพระเจ้าอยู่หัว โขนเรือเป็นรูปหงส์ลงรักปิดทองประดับกระจก ภายนอกทาสีดำ เรือภายในทาสีแดง

เรื่องที่เกิดนี้น่าจะเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของแม่ย่านางประจำเรือสุพรรณหงส์ที่ดลให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในปี 2539

ผู้ที่เล่าเรื่องนี้ คือ คุณราตรี บัวประดิษฐ์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธีในขณะนั้น ได้เล่าว่า

ในปี 2539 เป็นปีพิเศษที่กระบวนพยุหยาตราได้นำเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ มาแล่นเป็นเรือเอกลำแรก

ทำให้เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ซึ่งเดิมเคยเป็นเรือเอกมาตลอด กลายเป็นเรือรอง แล่นตามหลัง

เมื่อเรือสุพรรณหงส์แล่นในแม่น้ำเจ้าพระยาออกตามหลังเรือนารายณ์ทรงสุบรรณได้สักพัก

จู่ๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน คือเกิดมีพายุลมแรงมาก โดยไม่มีวี่แววของฝนตั้งเค้า พัดมาที่เรือสุพรรณหงส์ ขณะที่เรือลำอื่นยังแล่นได้ตามปกติ

จากนั้นก็เกิดสิ่งมหัศจรรย์เมื่อเรือสุพรรณหงส์เบนหัวเรือทำท่าเหมือนจะกลับอู่

ทั้งๆที่เหล่าฝีพาย ซึ่งล้วนแต่มีฝีมือพยายามจะตั้งลำให้เรือแล่นในแม่น้ำต่อไป แต่ก็ไม่เป็นผล เรือไม่ยอมไปตาม จนสุดท้ายเรือเกือบล่ม เหล่าฝีพายจึงต้องนำเรือกลับเข้าอู่เรือพระราชพิธี

เรื่องนี้เมื่อทราบถึงพระกรรณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙

พระองค์ทรงรับสั่งว่า ถ้าจะให้พระองค์ท่านประทับเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ก็ไม่ควรจะเอาเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลง

เพราะกระบวนพยุหยาตราชลมารคควรจะต้องเป็นเรือพระที่นั่งทรงลำใดลำหนึ่งเท่านั้น

และทั้งนี้ตามประวัติศาสตร์กระบวนพยุหยาตราชลมารคนั้น "เรือสุพรรณหงส์จะเป็นเรือพระที่นั่งเอก" มาตลอด

แต่เมื่อนำเรือนารายณ์ทรงสุบรรณไปแล่นเป็นเรือเอกแทน จึงทำให้เรือสุพรรณหงส์ไม่ยอม

ซึ่งเรื่องนี้ผู้รู้ได้บอกว่า หากดูตามลำดับขั้นแล้ว เรือนารายณ์ทรงสุบรรณเป็นเรือรูปสัตว์ ที่มียศรองจากเรือสุพรรณหงส์

และที่สำคัญ คือ ที่โขนเรือสุพรรณหงส์นั้นจะมีการนำเหรียญบาทที่ด้านหน้าเป็นรูปในหลวง และด้านหลังเป็นรูปตราแผ่นดินใส่ลงไปในโขนเรือ พร้อมทั้งทำพิธีตามความเชื่อสมัยก่อนเพื่อความเป็นสิริมงคล

........................

และเรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าต่อๆ กันมา "แม่ย่านาง" ประจำเรือสุพรรณหงส์


ประสบการณ์ลี้ลับ





นำมาเป็นบางส่วน... สิ่งลี้ลับที่เชื่อว่าเกิดจากเรือสุพรรณหงส์นี้ยังไม่หมด

เรือสุพรรณหงส์นี้ยังเกิดเรื่องเหลือเชื่อสำหรับผู้ที่มาถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือนักข่าว คือ ถ้าจะมาถ่ายรูปเรือต้องทำการไหว้ขอขมาก่อน  อย่างนี้เป็นต้น

เพราะเรือนี้ทำจากต้นไม้ใหญ่ซึ่งต้องมีนางไม้ เมื่อจะทำการต่อเรือสร้างเรือขึ้นมาก็ต้องจัดพิธีบวงสรวง บอกกล่าวเทพยดา หรือแม่ย่านาง

พิธีบวงสรวงนี้ก็เหมือนพิธีกรรมทั่วๆไป คือมีของเซ่นไหว้ อย่างหัวหมู เป็ด ไก่ ของคาวของหวาน ขนมต้มแดง ต้มขาว และมีพราหมณ์เป็นผู้ทำพิธีทั้งก่อนที่จะสร้างเรือ

และเมื่อสร้างเสร็จก่อนที่จะนำเรือลงสู่แม่น้ำ ก็จะมีการบวงสรวงอีกครั้งหนึ่ง เพื่อขอพร ขอความเป็นสิริมงคลให้กับฝีพาย และนายทหารต่างๆ ที่อยู่ประจำบนเรือ จึงเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมาช้านาน

ส่วนเรื่อง "แม่ย่านาง" ประจำเรือสุพรรณหงส์นี้ เวลากลางวันอาจจะไม่มาให้เห็น

แต่ถ้าใครไปแถวพิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธีเวลาค่ำคืน มีหลายคนเคยเห็นมา แล้วบอกตรงกันเป็นเสียงเดียวว่า "เป็นผู้หญิงผมขาวยาวถึงกลางหลัง และชอบเดินไปเดินมาบริเวณหัวเรือสุพรรณหงส์"

ขอขอบคุณ สกุลไทยออนไลน์


ต้องการอ่านแบบเต็มๆ คลิกลิ้งค์ด้านล่างนี้

http://www.yingthai-mag.com/magazine/reader/14395

 

เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved