ใครว่า คนอ้วนรำละครไม่ได้


“ใครว่าคนอ้วนรำละครไม่ได้ ดูเราเป็นตัวอย่างสิ” เพราะพระองค์ต้องการศึกษาอย่างรู้จริงและลึกซึ้ง จึงเป็นที่มา “เจ้าฟ้านักอนุรักษ์มรดกไทย”

“พระอัจฉริยภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทางด้านนาฏศิลป์”



 

ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ในด้านนาฏศิลป์นั้น สมเด็จพระเทพรัตนฯ จะทรงดนตรีไทยทุกวันอาทิตย์ เช้าเรียนดนตรีไทย บ่ายเรียนนาฏศิลป์

พระองค์ท่านไม่ได้ทรงอยากเรียน เพื่อจะเป็นนักแสดง แต่อยากศึกษาให้ลึกซึ้งในทุกศาสตร์ศิลป์



“..ความสนพระทัยของพระองค์ท่าน ดิฉันเรียกว่า มีทั้งด้านอนุรักษ์ พัฒนา และสร้างสรรค์

.ในด้านอนุรักษ์นั้น พระองค์ท่านทรงให้มีการถ่ายทอดการสอนท่ารำแก่เยาวชน

.ทรงให้รื้อฟื้นการแสดงต่างๆ ที่หายไปแล้ว เช่น โขนหน้าจอ เป็นต้น ด้านการพัฒนานั้น ในแต่ละครั้งที่มีการฝึกซ้อมนาฏศิลป์

.พระองค์ท่านจะทรงแนะนำ ติชม ตลอดจนถึงเรื่องการแต่งกาย ผลงานจึงออกมาประณีตมาก..”



ส่วนการสร้างสรรค์นั้น พระองค์ท่านเคยมีรับสั่งกับกรมศิลปากร ว่า น่าจะมีการแสดงชุดระบำไดโนเสาร์ด้วยนะ ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน

.ผ่านไป ๑ ปี กรมศิลป์ก็ยังคิดไม่ออก จนท่านต้องทวง

ตอนนั้น อ.เสรี หวังในธรรม ท่านก็ไปคิดท่ามา แล้วรำถวาย ก็เลยมีการแสดงชุดระบำไดโนเสาร์



ความที่พระองค์ท่านสนพระทัยในนาฏศิลป์ วันหนึ่งพระองค์ท่านตรัสว่า

"...ใครว่าคนอ้วนรำละครไม่ได้ ดูเราเป็นตัวอย่างสิ..."



ม.ร.ว.อรฉัตร เล่าถึงความเป็นกันเองของพระองค์ท่าน ว่า

"...เวลาที่พระองค์ท่านเสด็จทอดพระเนตรการแสดงนาฏศิลป์ที่โรงละครแห่งชาติ

.พระองค์ท่านก็โปรดให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิด ไม่ถือพระองค์

.ประชาชนก็พากันปูเสื่อปูผ้านั่งดูนาฏศิลป์อยู่ใกล้ๆ"



สมเด็จพระเทพรัตนฯ ก็ทรงเป็นคีตศิลป์พระองค์หนึ่ง มีความสนพระทัยและเชี่ยวชาญในเรื่องโคลงฉันท์กาพย์กลอนมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์

ม.ร.ว.อรฉัตร เล่าว่า ในเรื่องของการสักวา ท่านก็มีพระปรีชาสามารถมาก

.และมีอารมณ์ขันด้วย ดังในตอนที่ เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดศูนย์วิจัยวัฒนธรรมเอเชียอาคเนย์ ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เมื่อวันที่ ๒๓ ต.ค. ๒๕๓๐

.โดยพระองค์ท่านทรงแสดงสักวาตอนรจนาเลือกคู่ พระองค์ท่านทรงบทรจนา ร่วมกับศิลปินท่านอื่นๆ

มีตอนหนึ่ง พระองค์ท่านทรงร้องสักวาว่า

“...สักวา รจนาแอบดูก่อน


เห็นมีแต่คนจรไม่รู้จัก


หมอนก็หมิ่น ไม่เข้าท่า น่าขันนัก


เหมือนเลือกหมูเลือกผักมาต้มกิน


พระพี่นางชอบอย่างนี้ ชีวิตเขา


มาลัยเรา ไม่ให้ใครทั้งสิ้น


แต่หากเป็นพระประสงค์องค์นรินทร์


ต้องผันผินอย่างฉลาดแคล้วคลาดเอย...”




..............................


ที่มา :  ผู้จัดการออนไลน์ และ นิตยสารแพรว

เรียบเรียงโดย :  กิตติ ทีนิวส์  / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์  http://www.tnews.co.th/contents/302092

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved