โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ.. แหล่งรวมสรรพวิชาพัฒนาราษฎร์


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรเสมือนหนึ่งเป็นความทุกข์ของพระองค์

จึงมีพระราชประสงค์ที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้เกิดความ “พออยู่ พอกิน”

พระองค์ทรงใช้พระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อประโยชน์สุขแก่ทุกชีวิตในประเทศไทยตลอดมา



 โครงการตามพระราชดำริเป็นโครงการที่พระองค์ทรงวางแผนพัฒนา และทรงเสนอแนะให้รัฐบาลร่วมดำเนินการตามแนวพระราชดำริ ปัจจุบันโครงการตามพระราชดำรินี้ เรียกว่า “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ”

มีลักษณะเป็นโครงการพัฒนาในด้านต่างๆ ทั้งเพื่อการศึกษา ค้นคว้าทดลองและงานวิจัย มีทั้งที่เป็นโครงการระยะสั้น และโครงการระยะยาว

 ในการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะทรงศึกษาข้อมูลต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทั้งศึกษาข้อมูลจากเอกสารและศึกษาข้อมูลจากการลงพื้นที่จริงก่อนจะลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง


(สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐


เมื่อครั้งเสด็จฯ ในการทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้)


ทั้งนี้พระองค์มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการดำเนินการอยู่เสมอว่า แนวพระราชดำริของพระองค์เป็นเพียงข้อเสนอแนะ ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบควรจะต้องนำพิจารณา วิเคราะห์ และกลั่นกรองตามหลักวิชาการ

หากมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติและเกิดประโยชน์คุ้มค่า จึงจะลงมือปฏิบัติต่อไป แต่หากไม่เกิดประโยชน์ไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการก็สามารถล้มเลิกได้

 หน่วยงานที่มีหน้าที่ประสานงานและประสานแผนต่างๆ เพื่อให้แต่ละหน่วยงานที่รับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปปฏิบัติ คือสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ สำนักงาน กปร.

ซึ่งนอกจากการประสานงานในแต่ละขั้นตอนแล้ว สำนักงาน กปร. ยังจะได้ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นระยะๆ



ซึ่งที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรโครงการต่างๆ เหล่านั้นเพื่อติดตามความก้าวหน้าต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ แม้ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลก็มิได้ทรงทอดทิ้ง

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระราชทานไว้ในทั่วทุกภูมิภาคนั้น เกิดจากการทุ่มเทพระกำลังกายและพระกำลังสติปัญญาคิดค้นทดลองศึกษาให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม

เปรียบเสมือนแหล่งรวมสรรพวิชา วิชาการ การค้นคว้าทดลอง และการสาธิตด้านเกษตรกรรม เป็นต้นแบบให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้แล้วนำไปปรับประโยชน์ใช้ให้เกิดประโยชน์ตามภูมิสังคม



นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงพระราชทานแนวพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชนอีกด้วย เพื่อใช้เป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิตที่มีความสุขอย่างยั่งยืน ดังนี้

                ๑. ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่มเฟือยในการใช้ชีวิต

                ๒. ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต

                ๓. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันกันในทางการค้าแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรง

                ๔. ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการขวนขวายใฝ่หาความรู้ให้มีรายได้เพิ่มพูนขึ้น จนถึงขั้นพอเพียงเป็นเป้าหมายสำคัญ

                ๕. ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลดละสิ่งชั่ว ประพฤติตนตามหลักศาสนา



พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานแนวทางการดำเนินงานและทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ รวมเรียกว่า “ศาสตร์พระราชา”

ซึ่งเห็นได้ชัดว่าประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ผ่านการน้อมนำความรู้จากการศึกษาดูงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปสู่การปฏิบัติจริง

โดยเฉพาะการยึดแนวพระราชดำริหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ล้วนส่งผลให้ประชาชนชนที่เคยยากไร้มีคุณภาพชีวิตไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น นับพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้


———————————————————————-


ข้าพระพุทธเจ้า มูลนิธิบุคคลพอเพียง ชมรมคนรักในหลวง

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved