แนสแด็กทรุดฉุดหุ้นสหรัฐปิดลบ



หุ้นสหรัฐปิดตลาดลบ เพราะถูกแรงฉุดจากดัชนีแนสแด็กที่ดิ่งหนัก แม้มีข่าวดี ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐแตะระดับต่ำสุด

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 31.26 จุดหรือ 0.25 %ปิดที่ 12,573.27 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 6.69 จุดหรือ 0.50 % ปิดที่ 1,334.76 จุด ดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวลดลง 0.75 % หรือ 21.79 จุด ปิดที่ 2,866.19 จุด
ทั้งนี้ หุ้นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมไอทีหลายแห่งร่วงลง รวมถึงอินโฟซิส ที่ปิดตลาดลดลงไป 11% และหุ้นของบริษัทแอปเปิล ลบ0.9% ส่วนหุ้นของไมโครซอฟต์ ปรับตัวลดลง 2.3%
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดแดนลบ เพราะนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกและผลประกอบการของบริษัทเอกชน แม้ว่ากระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยว่าจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องก็ตาม
นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากนายวอร์เรน บัฟเฟตต์ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีว่า เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงอย่างมากในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐส่งสัญญาณการฟื้นตัวก็ตาม
นักลงทุนไม่ได้ให้น้ำหนักกับการรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสัปดาห์ที่แล้วที่ลดลง 26,000 ราย ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปีนี้ มาอยู่ที่ 350,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2551 โดยลดลงจากระดับ 376,000 ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้รับการปรับทบทวนขึ้นจากระดับ 374,000 รายในรายงานก่อนหน้านี้ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการในสัปดาห์ที่แล้วจะอยู่ที่ราว 370,000 ราย
ราคาหุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ร่วงลงกว่า 1.3% แม้นายบัฟเฟตต์จะกล่าวว่า เขายังคงเชื่อมั่นในความสามารถของนายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค โดยกล่าวว่านายไดมอน เป็นหนึ่งในนายธนาคารที่ดีที่สุดในโลก เพราะมีความเข้าใจด้านการธนาคารและความเสี่ยงเป็นอย่างดี
การแสดงความเชื่อมั่นของบัฟเฟตต์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของเจพีมอร์แกน มีขึ้นเพียงวันเดียวก่อนที่เจพีมอร์แกน จะเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส ซึ่งเป็นที่จับต่อของตลาด เนื่องจากก่อนหน้านี้ ธนาคารรายใหญ่สุดของสหรัฐ ได้เปิดเผยว่าขาดทุนด้านเทรดดิ้งเป็นวงเงินสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ อันเนื่องมาจากการเก็งกำไรที่ผิดพลาดในตราสารอนุพันธ์ของ Chief Investment Office ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านบริหารความเสี่ยงของเจพี มอร์แกน
ขณะที่หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ดิ่งลงกว่า 1.3% และหุ้นแมริออท อินเตอร์เนชันแนล ดิ่งลง 4.3% หลังจากบริษัท ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการของโรงแรมนอกภูมิภาคอเมริกาเหนือ




ขอขอบคุณ bangkokbiznews

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved