แค่หยุดเผา…ที่บ้านฉันก็มีการเปลี่ยนแปลง

นัสดา และครอบครัว ทำสวนมะพร้าว บนที่ดิน ๑ ไร่ ๑ งาน ๙๙ ตารางวา


เธอถางหญ้าแล้วเผาทิ้งเพื่อให้สวนโล่งเตียน ตามแบบอย่างชาวสวนใน


ชุมชนเดียวกันที่ทำตามกันมา แต่เธอก็สังเกตเห็นว่าที่ดินในสวนไม่สามารถปลูก


อะไรได้เลย พืชแต่ละชนิดที่ปลูกไว้ไม่เจริญเติบโต ไม่มีดอกผลตามที่ควรจะเป็น


มื่อเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชีวิต มนัสดาพบคำตอบจากการเรียนรู้วิธีปรับปรุงดิน


โดยต้องเลิกถางและเลิกเผาหญ้า เมื่ออาจารย์แนะนำการใช้ แร่โดโลไมท์ซึ่งเป็น


แร่ธาตุจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการแก้ปัญหาสภาพดินเสื่อมโทรม แต่ต้อง


ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพดิน ไม่ใส่มากเกินไป จนทำให้เกิดโทษ


มนัสดาได้เรียนรู้อีกว่าดินเสื่อมนั้นแยกออกไปอีกว่าเสื่อมเพราะอะไร หากเสื่อม


เพราะการเผาหญ้า ก็จะทำให้จุลินทรีย์ในดินตาย เพราะการเผาหญ้าหน้าดินก็แห้ง


ดินร้อน ปลูกพืชอะไรไม่ค่อยได้ผล ซึ่งตรงกับปัญหาของมนัสดา


ต่เมื่อเธอบอกเล่าเรื่องนี้ให้แม่สามีฟัง กลับได้รับคำตอบว่า .... “กูเห็นแต่เขา


ทำให้สวนเตียน ไม่เห็นมีใครปล่อยให้หญ้ารกไว้คลุมดินเหมือนมึงว่า


มึงปล่อยให้รกแต่ของมึงต๊ะ ของกู กูถาง กูเผาเหมือนเดิม


๐๐๐


ม้แม่สามีจะไม่สนใจสิ่งที่เธอบอก แต่เธอก็ปรับปรุงดินตามที่ได้เรียนมา เริ่มจาก


การหยุดเผา หยุดถางหญ้า บำรุงดินด้วยโดโลไมท์ ใช้เศษใบไม้เศษหญ้าแห้ง


คลุมดิน ไม่นานพืชผักในสวนที่เคยปลูกไว้ก็ผลิดอกออกผล เธอเริ่มวางแผน


“มีที่บ้านฉัน” ได้อย่างน่าสนใจ


นสวนมะพร้าวของเธอจึงมีทั้งพืชผักชนิดต่างๆ ที่กินได้ใช้ได้ แบ่งปันเพื่อนบ้าน


ได้ ไม่ว่าใครจะมาขออะไร ทั้งชะอม ใบชะมวง ยอดมะขามอ่อน ใบชะพลู ขิง ข่า


ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกไทยเขียว ยอดมันปู ยอดเล็บครุฑ ยอดมะกอก รางจืด


เสลดพังพอน และอื่นๆ อีกมากมาย ที่เธอบอกว่า “มีที่บ้านฉัน”


การแบ่งปันพืชผักและสมุนไพรให้กับเพื่อนบ้าน ยังทำให้เธอได้ความรู้เพิ่มอีก


หลายอย่าง เช่น มียายคนหนึ่งบอกว่าเสลดพังพอนแก้พิษงูได้ เพื่อนบ้านอีกคนวิ่ง


หารางจืด เพราะสุนัขโดนยาเบื่อ แล้วเธอก็ต้องพบกับเหตุการณ์ที่น่าตกใจ เมื่อ


วันหนึ่งไก่ ๓๗ ตัว ที่เลี้ยงไว้นอนน้ำลายฟูมปาก เพราะไปกินซากงูเห่า วันนั้นเธอ


ได้แต่วิ่งไปวิ่งมาอยู่หน้าคอกไก่ ขณะวิ่งไปบ้านแม่สามีเพื่อขอความช่วยเหลือ


บังเอิญผ่านต้นรางจืด กับเสลดพังพอน จึงนึกขึ้นได้ มันมีสรรพคุณแก้พิษได้


เธอคว้าครกกับสาก แล้ววิ่งไปเก็บรางจืดกับเสลดพังพอนมาตำ แล้วขยำกับน้ำ


ปากก็เรียกแม่สามีให้มาช่วย เธอนึกได้ว่ามีหลอดฉีดยาที่ใช้ดูดน้ำมันสกัดเย็น ก็


ไปเอาหลอดฉีดยามาดูดน้ำรางจืดกับเสลดพังพอนฉีดกรอกใส่ปากไก่ทุกตัว


ตัวละประมาณ ๕-๑๐ ครั้ง ๑-๒ ชั่วโมงต่อมาเงิน ๕๐๐๐-๖๐๐๐ บาทที่คิดว่า


หายวับไปแล้ว ก็ลอยกลับคืนมา


มนัสดา เป็นตัวอย่างของการนำบทเรียนจากมหาวิทยาลัยชีวิตมาใช้ในชีวิตจริง


ได้เป็นอย่างดี เธอสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ต่างๆ กับสวนในบ้าน ไม่หวั่นไหวกับ


คำพูดของชาวบ้านที่มองว่าเธอทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน แล้วทุกอย่างที่เธอทำ


ก็ได้แบ่งปันเพื่อนบ้าน


ทุกวันนี้แม่สามีเห็นว่าสิ่งที่เธอทำ ได้ผลดี แม่ก็หยุดเผาหญ้าในสวนบ้าง ซึ่งเป็น


สิ่งที่มนัสดาบอกว่า ดีใจและตื่นเต้นที่สุด ที่แม่เห็นดีเห็นงามไปกับการทำสวน


แบบนี้ เธอบอกว่า “นี่แหละเมื่อหยุดเผา ที่บ้านฉันก็มีการเปลี่ยนแปลง”


มนัสดา โชติดาว : บุคคลตัวอย่างของนักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิต ที่ชีวิตเธอ


เปลี่ยนแปลงดีขึ้นตั้งแต่ขณะเรียน ปัจจุบันเป็นนักศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตร


บัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ศูนย์เรียนรู้ของชุมชน


เครือข่ายมหาวิทยาลัยชีวิต เมืองนครศรีธรรมราช


๐๐๐


เรื่อง : มนัสดา & ชาลี


ภาพ : มนัสดา โชติดาว

ใส่ความเห็น

© Copyright 2019 Welovethaiking.com , all rights reserved