เลี้ยงกระบองเพชร ยังไม่ตกยุค! บริหารจัดการดี ทำเป็น ขายได้ รับกำไรเดือนละ 3-4 หมื่น



            ความสนใจในสีเขียวของต้นไม้ ใบหญ้าของคนยุคนี้ ยังไม่หมดไป มีแต่แนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนในเมืองกรุง ที่มีชีวิตและวิถีการดำเนินชีวิตอยู่กับท้องถนนและตึกสูงใหญ่ จะหาพื้นที่สีเขียว หรือพื้นที่ที่มีต้นไม้ให้ได้พอเย็นตา คลายร้อน ชื่นใจ ได้นั้น เห็นทีจะต้องไปดูกันถึงที่สวนสาธารณะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ต้นไม้หนาตากว่าที่อื่นๆ

           เชื่อว่าไม่มีใครที่จะไม่ชอบการได้เห็นต้นไม้ แต่หากจะมองหาต้นไม้ที่จะสามารถดูแล และปลูกเองได้ที่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีค่อนข้างจำกัด การมองหาต้นไม้ที่จะสามารถไปตั้งวาง หรือปลูกเลี้ยงไว้ภายในบ้าน คอนโด หรือหอพัก แบบนี้ก็คงจะหนีไปพ้นการมองหาไม้ประดับขนาดเล็ก ที่ไม่ต้องการพื้นที่ในการเพาะเลี้ยง หรือเจริญเติบโตมากนัก และมีความสามารถเติบโตในพื้นที่ขนาดเล็ก มีความอึดพอสมควร ก็หนีไม่พ้นการนึกถึง กระบองเพชร หรือ แคสตัส ตามภาษาสมัยนิยมที่เรียกกันในขณะนี้

            ตามลักษณะโดยทั่วไปของกระบองเพชร มีหลากหลาย มากมายสายพันธุ์ โดยลักษณะพิเศษของต้นไม้ขนาดเล็กชนิดนี้อยู่ที่ลักษณะของต้นที่เป็นไม้พุ่ม อวบน้ำ ลำต้นและกิ่งกลม ตั้งตรง หยักลึกเป็นร่อง แตกหน่อที่โคน ส่วนใบคือส่วนของลำต้นที่ทำหน้าที่แทนใบ หรือบางชนิดก็มีใบแบนกลมหน้าใหญ่ อาจมีดอกสีแดง สีเหลือง หรือสีขาว ลักษณะดอกและขนาดดอก ขึ้นกับชนิดพันธุ์



ออกจากงานประจำ ทำธุรกิจ เลี้ยงกระบองเพชร อาชีพเสริม

            ถึงแม้ว่าจะเป็นกระแสนิยม ที่มีมาได้สักพักแล้วนั้น แต่ความนิยมในต้นไม้ชนิดนี้ก็ยังไม่หมดไป หากมองในเชิงของอาชีพแล้วนั้น อาชีพการเพาะเลี้ยงกระบองเพชร เพื่อการค้าขาย ก็ยังไม่ตกยุค เพราะคนก็ยังนิยมเพาะเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง

             คุณวิรุฬห์ เงินชูศรี หรือคุณติ วัย 36 ปี เจ้าของสวนกระบองเพชร Iamcactus เล่าความเป็นมา กว่าจะมามีสวนกระบองเพชรและสนใจหันมาเพาะเลี้ยงอย่างจริงจังว่า “ก่อนหน้านี้ผมทำงานเป็นพนักงานประจำอยู่ที่ SCG ทำงานไปได้สักพัก ก็เริ่มอยากมีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตัวเอง จึงตัดสินใจลาออกจากงาน มาประกอบธุรกิจ ซึ่งก็เป็นธุรกิจเทรดดิ้ง ทำเกี่ยวกับแพ็คเกตจิ้งส่งขายช่วงที่หันมาเปิดธุรกิจเป็นของตนเองนี่เองที่ทำให้มีเวลาว่างมากขึ้นในการเลี้ยงกระบองเพชร”

             หากย้อนเล่าถึงความชอบและความสนใจในกระบองเพชรนั้น คุณติบอกว่า รู้จักและเริ่มชอบมาตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนนั้นก็ซื้อมาเลี้ยงต้นละ 10-20 บาท แต่พอเริ่มได้ทำงาน ก็เริ่มซื้อต้นที่แพงขึ้นเอามาเลี้ยง เพราะความชอบ และศึกษานิสัยของกระบองเพชรไปด้วย หลังจากที่ออกจากงานตอนนั้นช่วงอายุ 28 แล้วมาทำธุรกิจส่วนตัวนั้น กระบองเพชรที่เลี้ยงอยู่ที่บ้านก็เริ่มมีเพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มต้นเอากระบองเพชรที่มาขาย



ไม่มีที่ดิน ก็เพาะ ขายได้ บริหารจัดการดี ควบคุมง่าย สุขใจ

            อยากทำธุรกิจ ก็ต้องลุย คุณติ คิดเช่นนี้ และเล่าต่อว่า “งานธุรกิจที่ทำแพ็คเกตจิ้งส่งขายพอเริ่มไปได้แล้ว ก็อยากมาลุยทำธุรกิจเกี่ยวกับกระบองเพชรเพิ่ม เพราะเห็นมันขายได้ ก็มีความคิดว่าอยากเช่าที่เพื่อเพาะเลี้ยงกระบองเพชร โดยได้ไปเช่าที่ดินที่จังหวัดชลบุรี จากคนที่รู้จัก ก็เริ่มทำโรงเรือน เพื่อทำการเพาะเลี้ยงกระบองเพชร สำหรับขาย ผมก็ไม่ได้คิดมาตั้งแต่แรกว่าจะขายกระบองเพชรได้ขนาดนี้

             เพราะจังหวะช่วงที่เริ่มขาย ผมเริ่มจากต้นไม้ที่มีในบ้านเพาะเลี้ยงเองแล้วขาย พอมีคนมาขอซื้อเพิ่มมากขึ้น จากคนที่เพาะเลี้ยงและขายเอง ก็เริ่มกลายเป็นตัวกลาง หาต้นไม้มาขายให้คนซื้ออีกต่อหนึ่ง ก็ทำอยู่สักพักหนึ่ง จนกระทั่งสามารถขยายโรงเรือน เพาะเลี้ยง ผสมเกสรเองได้หมด โดยปัจจุบันนี้ ผมทำแบบครบวงจรแล้วสำหรับการเพาะเลี้ยงกระบองเพชร”

             ครบวงจรในที่นี่ คือ เป็นทั้งผู้ผลิต ซึ่งเป็นคนผสมเกสร คนดูแล คนเพาะเลี้ยง จนกระทั่งไปสู่คนขาย และคนบริหารจัดการธุรกิจทั้งหมดเกี่ยวกับกระบองเพชร โดยสวน Iamcactus มีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 2 แบบ คือ ขายเมล็ด และขายต้นไม้



              จากวันที่เริ่มต้นประกอบธุรกิจทั้งสองอย่างที่ทำพร้อมๆ กันมา 8 ปี แล้ว คุณติ พบว่า “การเพาะเลี้ยงกระบองเพชรเป็นสิ่งที่ทำแล้วสบายใจ มีความสุขมากกว่าการทำธุรกิจเทรดดิ้ง เพราะต้นไม้เป็นสินค้าที่ซื้อด้วยความสบายใจของคนซื้อและคนขาย ราคาก็ตามความชื่นชอบ พึงพอใจ และเป็นสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นต้องผ่านระบบมาตรฐาน ISO หรือมาตรฐานไหนๆ และเราสามารถบริหารจัดการเองได้ง่ายกว่ามาก เพราะเห็นกระบวนการทั้งหมด เห็นวัฎจักรของต้นไม้ ที่สำคัญคือสามารถบริหารจัดการเวลาและควบคุมได้ ทำให้มีเวลาเป็นของตนเอง ได้มีเวลาออกไปเที่ยว ทำกิจกรรมอย่างอื่นนอกเหนือจากงานบ้าง อีกทั้งเป็นงานที่ทำเองได้ที่บ้าน  ก็สุขใจ”

ขายออนไลน์เป็นหลัก ชื่อเสียงสำคัญ ต้องระลึกเสมอ

               ปัจจุบัน คุณติ ขายกระบองเพชรผ่านรูปแบบการตลาดแบบออนไลน์เป็นหลัก โดยอาศัยการเข้าไปอยู่ในกลุ่มที่มีการซื้อขายกระบองเพชร และทำการเปิดหน้าเพจบนเฟซบุ๊ก และขายบนเว็บไซต์ ส่วนช่องทางการขายแบบออฟไลน์ ก็ได้ใช้หน้าบ้านแถวลาดพร้าว 106 มาเปิดเป็นหน้าร้านในช่วงวันอาทิตย์ และออกบูทขายตามงานแฟร์ และที่สวนจตุจักรบ้างเป็นบ้างครั้ง



               โดยทั่วไป ตลาดกระบองเพชรแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบที่ผู้เล่นมือใหม่ พึ่งจะหัดเล่น ราคาที่ซื้อกันได้ง่ายๆ ก็จะอยู่ที่ 20-100 บาท ส่วนตลาดกลาง หรือตลาดที่มีกำลังซื้อมากขึ้น คนเหล่านี้มักจะต้องการซื้อกระบองเพชรที่สวย เป็นไม้ที่ดูดี ราคาก็มักจะ 100 บาทขึ้นไป ก็อยู่ที่ว่าคนขายจะต้องการจับกลุ่มคนซื้อประเภทไหน คุณติ บอกและเพิ่มเติมว่า

              “ผมขายของออนไลน์ ชื่อเสียงสำคัญมาก จะพลาดไม่ได้ ต้นไม้ต้องสวย มีคุณภาพ ผมเลือกต้นไม้ที่สวยๆ ขายให้ลูกค้าเสมอ ผมไม่เคยขายต้นไม้ที่ไม่สวย เพราะถ้ามองในมุมของเราเป็นคนซื้อ เราก็อยากจะซื้อของที่ดี สวยและมีคุณภาพ ฉะนั้นมุมของผมเป็นคนขาย ก็อยากขายสิ่งที่ดี สวย และมีคุณภาพ”

               อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับคุณติ ในการทำธุรกิจขายกระบองเพชร ที่ขายทั้งเมล็ดที่เพาะเอง และขายต้นไม้ ก็คือ การขยายพันธุ์ โดยการผสมเกสร เพื่อเอาเมล็ดมาขาย จะต้องติดแท็ก ทุกครั้ง เพื่อบอกให้ทั้งคนซื้อและคนผลิตอย่างเขา ทราบว่า เมล็ดนี้มาจากพ่อแม่พันธุ์ต้นไหน ซึ่งจะถ่ายรูปเก็บเอาไว้ด้วย เวลาขาย ก็จะเอารูปมาลงเพื่อให้คนที่จะมาซื้อรู้ด้วยว่าพ่อแม่พันธุ์คือต้นไหน หน้าตาเป็นยังไง

              โดยมีแนวคิดอยู่ 2 ข้อ คือ 1.เวลาผสมขายของ เอาต้นสวยให้ลูกค้าก่อน และเอาต้นที่ยังไม่สวยสมบูรณ์มาพัฒนาและทำให้ดีขึ้น 2.ต้องรู้และเข้าใจความแตกต่างของต้นไม้ และดึงจุดเด่นของต้นไม้ออกมาขาย คุณติ บอก



            สำหรับรายได้จากการขายกระบองเพชร คุณติ บอกว่า “มีกำไรเดือนละ 30,000-40,000 บาท และสามารถขยายโรงเรือนจากเดิมที่เคยเริ่มจาก 1 โรงเรือน มาเป็น 4 โรงเรือน มีคนงานมาช่วยดูแลด้วย

            ทั้งนี้คุณติ มีคำแนะนำสำหรับคนที่สนใจเริ่มที่จะเพาะเลี้ยงกระบองเพชรเพื่อต่อยอดให้เป็นธุรกิจ ดังนี้ ข้อ1. คือ ต้องเลี้ยงให้รอดก่อน ฝึกเลี้ยงให้รอด จนชำนาญ จะได้เข้าใจและเรียนรู้นิสัยของกระบองเพชร ข้อ2.ฝึกเลี้ยงให้สวย ข้อ3. เมื่อเริ่มขาย ต้องรู้ว่าจะเริ่มขายที่ตลาดแบบไหน จะขายออนไลน์ ตลาดนัด งานแฟร์ หรือจะที่ไหน เพราะกระบองเพชรจะขายได้ก็ขึ้นอยู่กับตลาดว่าจะทำแบบไหนขาย และข้อ4. ควรทำบัญชี รายรับ รายจ่าย ให้ครบ ทำให้เป็นระบบ จะได้ไม่เข้าค่ายทำไมขายดีแล้วเจ๊ง เงินและกำไรที่ขายได้หายไปไหนหมด”

 

หากใครที่สนใจสามารถไปดูหน้าร้าน ซึ่งตั้งอยู่ที่ ลาดพร้าว 106 กรุงเทพ เปิดทุกวันอาทิตย์ (9.00-17.00) โดยต้องโทรนัดล่วงหน้าก่อน โดยสามารถโทรไปที่ 089-77-44-624 IDLINE :tisiawirun Facebook page :IamcactusGarden

 

ที่มา : เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ https://www.sentangsedtee.com/featured/article_26604

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved