เรื่องทรงเล่า..อยากได้ถนน “ซื่อ” ขึ้นมา



"... อันนี้ เรื่องหนึ่งอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย อีกแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นไปบนภูเขา ตอนนั้นไปเฮลิคอปเตอร์ เวลาลงจากเฮลิคอปเตอร์ เครื่องใบพัดยังไม่ทันหยุด มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านชาวม้ง วิ่งเข้ามาบอก "พ่อๆ ดีใจเหลือเกิน"

แล้วบอก "พ่อ ขออย่างหนึ่งได้ไหม ขอให้ไปพบประธานรุ่นลูกเสือชาวบ้าน"

เขาอยากพบก็เลยตกลง

บอกเอา ไปๆ ก็เดินๆ ไป เดินไปเดินมาก็เลยชักจะรู้ไส้นิดหน่อย ก็บอกกับพวกชาวเขา ว่า "ได้ยินว่า อยากได้ถนนขึ้นมาใช่ไหม"

"อ้อ...ใช่ๆ อยากได้ถนนขึ้นมาซื่อเลย" หมายความว่า ตรงขึ้นมา ภูเขาลําธารอะไรผ่านหมดเลย เขาบอกมีทางขึ้นได้

ก็เลยบอกว่า "เอ๊ะ...ถนนนี่มันแพงนะ ตัดซื่อขึ้นมา หมายความว่า จะต้องบุกเบิกขึ้นมา ตัดเนินภูเขาขึ้นมา"

ที่จริงถนนเขาก็ได้มาแล้วอีกข้างหนึ่ง อีกด้านหนึ่งโดยที่ผ่านไปไร่ ป่าไม้ดอยอินทนนท์ ทางเหนือของดอยอินทนนท์ไปได้ เขาก็บอกว่า สํารวจทางแล้ว ได้พูดกับเจ้าหน้าที่ ๓ ล้านบาทเท่านั้นเอง

ที่จริง ๓ ล้านบาท สําหรับถนนที่สร้างอย่างนั้น ก็นับว่าถูกมาก



ก็เลยทราบ คือทราบดีว่า ถ้าสมมติว่า บอกเอาอยากได้ถนนซื่อก็เอา เชื่อว่าต้องสิ้นเงินไปกว่า ๓ ล้านบาท แล้วจะเอามาจากไหน

ก็เลยบอกกับเขาว่า ตอนนี้ทางขึ้นก็มีอยู่แล้ว รถยนต์ขึ้นมาได้ดีพอสมควร ใช้เวลาเพิ่มขึ้นหน่อย ต้องผ่านทางบ้านห้วย ต้องอะไรนั้นนะ ต้องอ้อมหน่อย

ก็เลยเป็นอันว่า ต้องฉายซ้ำ

บอกว่า เรากินข้าว หรือกินฝุ่น ดี



เขาก็บอก กินข้าวดี ... เขาก็เห็นด้วยที่จะพัฒนาให้มีข้าวกิน ให้เพราะปลูกทําข้าวโพด ทําอะไรให้ดีเขาก็เห็นด้วย

ก็เลยไปอันว่าเขาพอใจ ไม่ต้องทําถนนตรงนี้ขึ้นมา เขาสบายใจแล้ว

แล้วเดินๆ ไป ถามว่า "แล้วประธานรุ่นลูกเสือชาวบ้านที่เขาอยากพบนะ เขาอยู่ที่ไหน"

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเขาบอก "เอ่อ...อยากพบเรอะ"



นี่แหละ เพราะเหตุใด เพราะว่าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเขาไปบอกกับประธานรุ่นว่า ขอให้สนับสนุนเขาในการสร้างถนน แล้วเขาจะสนับสนุนให้ไปช่วยทําศาลารวมใจให้ที่หมู่บ้าน

แต่ว่าโดยที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เรื่องถนน ว่า กินข้าวดีกว่ากินฝุ่น ก็เลยหมดภาระ ... เขาเลยไม่พาไป

อันนี้ก็จิตใจของคนนั้นนะ มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ของตัว ตกลงกันได้

แล้วก็เป็นว่า ผลประโยชน์ของคนอื่นช่างเขา ก็เลยต้องเดินต่อไปก็ไปเจอประธานรุ่น ก็ไปพูดกับเขา

ก็รู้แล้วว่า เขาต้องการอะไรเป็นการแลกเปลี่ยนกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน



เราก็ทราบดีแล้ว แต่เข้าไปถามว่า "ต้องการอะไร"

เขาบอกว่า "ต้องการให้ทําศาลารวมใจ" คือเป็นที่สําหรับชุมนุมของลูกเสือชาวบ้าน แล้วก็มีหนังสืออะไรต่างๆ ที่เป็นความรู้ ที่เราเคยจัดไว้บางแห่งแล้วสําหรับลูกเสือชาวบ้าน เพื่อที่จะให้เป็นที่ชุมนุมแล้วมาหาความรู้

ถ้ามีความเดือดร้อนอะไรก็มาจดเอาไว้ มีเจ้าหน้าที่ที่มาจากอําเภอ หรือมาจากที่อื่น เขาก็มาที่ศาลารวมใจ แล้วก็มาดูเป็นศูนย์สําหรับลูกเสือชาวบ้าน ลูกเสือชาวบ้านจึงจะมีประโยชน์เต็มเปี่ยม

เขาก็บอกว่า ขอทํา



เป็นอันว่าประธานรุ่นลูกเสือชาวบ้านก็ไม่ต้องสนับสนุนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านก็เลยไม่ได้สนับสนุนประธานรุ่นลูกเสือชาวบ้าน

และในที่สุดก็ไม่มีใครเสียประโยชน์ เพราะว่า ลงท้ายก็ได้ติดต่อเกี่ยวข้องกับเรื่องของลูกเสือชาวบ้านเรียบร้อยแล้ว

แต่ที่เล่าให้ฟังนี้... ให้เข้าใจว่า ประโยชน์มันต้องแลกเปลี่ยนกันอย่างนี้



บางที ทําให้สับสน เป็นการเรียกว่า อาศัยกันมา สําหรับมาขอ มาเรียกร้อง

ซึ่งบางทีในชีวิตที่อื่น ในด้านอื่นก็ทํากัน ไม่ใช่บางที .. ทํากันมาก เดี๋ยวนี้ก็ยังทํากันอยู่ ได้ทํามาแล้ว แล้วต่อไปก็จะทํา เขาเรียกว่าแนวร่วมเฉพาะกิจ

แนวร่วมเฉพาะกิจบางคนก็ไม่ได้รักกันจริงๆ หรือไม่ได้มีอุดมคติเหมือนกัน ไม่มีนโยบายเช่นเดียวกัน แต่ก็ร่วมกัน.......... "


...................................................


#ส่วนหนึ่งในพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา วันพฤหัสบดี ที่ ๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓


สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท


ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้


............

ขอขอบคุณ

ที่มา : บางส่วนจาก เพจ นิทรรศการพลังแผ่นดิน อัศจรรย์งานศิลป์แผ่นดินสยาม โพสต์เมื่อ วันที่ ๑๑ กันยายน ปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ นับได้ ๓๓๔ วัน นับแต่วันสวรรคต

**หมายเหตุ** ภาพประกอบเรื่องได้มาจากหลายเหตุการณ์ที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และพระบรมวงศ์ฯ เสด็จฯ ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจและทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ห่างไกล

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved