สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ กับ เรื่องทรงเล่าพระราชทาน

 

7l3q1-1

      สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะผู้จัดทำหนังสือ “ราชการุณย์” เฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานสัมภาษณ์ และพระราชวินิจฉัยในโอกาสต่างๆ เป็นหลายคราว พระเดชพระคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อม หาที่สุดมิได้ 

      พระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเล่าเรื่องรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ดังนี้

12372067361237206763l

12283928811228400590l


      เรื่องศูนย์สภากาชาดไทย บ้านเขาล้านนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2522 มีเขมรอพยพเข้ามาหลายแห่ง เฉพาะแต่ที่อรัญประเทศมีทหารทะลักเข้ามาด้วย ทางด้านจังหวัดตราดก็มีผู้อพยพเหมือนกัน อย่างที่ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด มีจดหมายมาถึงหม่อมหลวงเกษตร (ศาสตราจารย์ นายแพทย์หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์)

       ตอนเช้าวันที่ 25 พฤษภาคม อยู่ที่หัวหิน เราปรึกษาท่านผู้หญิงประภาดา เกษมสันต์ ว่า จะจัดการอย่างไรดี ท่านผู้หญิงอ่านร่างหนังสือที่เราร่างถึงนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับความคิดของสมเด็จแม่ (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ)ที่จะตั้งเขตกาชาดแล้ว บอกว่าเหมาะดี

แต่ต้องเน้นให้ทราบว่าคนที่เข้ามาในเขตกาชาด จะต้องถูกปลดอาวุธและจะไม่คืนให้ด้วย พร้อมทั้งปรารภว่า คนเข้าที่ไปดูเหตุการณ์ชายแดนอย่างผิวเผินจะไม่ทราบความจริง ต้องถามทหารที่อยู่ในพื้นที่ จึงจะรู้ว่าพวกเขมรเข้ามาทำทารุณอย่างไรกับประชาชนของเรา

       เราไปเฝ้าฯสมเด็จแม่ สมเด็จแม่รับสั่งว่า จะไปตราดวันพรุ่งนี้ ให้ทูลฯ ทูลกระหม่อมพ่อ(พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ) กับแจ้งคุณหมอเกษตรก่อน

เราโทรศัพท์หาคุณหมอเกษตร ว่า สมเด็จแม่จะเสด็จฯ ไปตราด ให้คุณหมอไปคอยที่ตราด ส่วนคุณหมอตวัน (ศาสตราจารย์แพทย์หญิงคุณตวัน สุรวงศ์ บุนนาค) ซึ่งอยู่ที่ตราดแล้ว อย่าเพิ่งไปอรัญประเทศ ให้คอยอยู่ที่ตราดก่อน

คุณหมอเกษตรรู้สึกงงไปเหมือนกัน แล้วบอกว่าจะรีบออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่หกโมงเช้า

A10495249-33

       แรกทีเดียวทูลกระหม่อมพ่อจัดเครื่องบินพระราชทาน คิดว่า ซี 123 จะลงได้ที่ตราด เราวิ่งไปวิ่งมาประมาณ 10 , 20 เที่ยว หาเสบียง เสื้อผ้าไปแจก ข้าวและนมผงเด็ก

คนที่ตามเสด็จฯ มีท่านผู้หญิงเกนหลง คุณมนัสนิตย์ คุณหญิงแดงและทัดสมัย ตอนหลังทรงเดิมคุณแอ๋ว อึ่ง คุณแอ๊ด และท่านผู้หญิงสุประภาดา

       ลงท้ายตกลงว่า จะเสด็จฯ ไปเครื่องดาโกต้า และต้องต่อเฮลิคอปเตอร์ วันรุ่งขึ้นคือวันที่ 26 พฤษภาคม

เราเข้ามางานโรงเรียนราชินีที่กรุงเทพฯ ตกเย็น ไล (ท่านผู้หญิงวิไล อมาตยกุล) เอาเทเล็กซ์ที่สมเด็จแม่ส่งมาถวายทูลกระหม่อมพ่อ

และทูลกระหม่อมพ่อส่งมาพระราชทานอีกทอดหนึ่ง ให้ส่งของมีรายการยาวเหยียดไปถวายที่ตราด

       วิธีที่จะหารถและคนขับพร้อมทั้งข้าวของได้ดีที่สุด คือบอกทางคุณแก้ว (นายแก้วขวัญ วัชโรทัย) รองเลขาธิการพระราชวัง คุณแก้วมาเร็วทันใจ ปรึกษากับคุณหนูเล็ก (ท่านผู้หญิงนราวดี ชัยเฉนียน) และคุณแก้วว่า รถ บ.ข.ส. แต่เลยจากเที่ยงหรือบ่ายสองโมงไปแล้วจำไม่ได้แน่ บ.ข.ส. ก็เลิกทำการแล้ว

คุณแก้วบอกว่าให้เอารถจากโรงสี และขอคนขับรถจาก ร.ย.ล. พร้อมกับว่าที่ ร.ย.ล. เองก็หาคนขับยาก เพราะจะให้คนที่ขับรถธรรมดาไปขับรถบรรทุกไม่ได้

ส่วนข้าวมีอยู่แล้ว 10 กระสอบ เป็นข้าวที่ใครเขาถวายมา เสื้อผ้าที่มีอยู่ก็จำนวนจำกัด เรื่องผ้าพลาสติก คุณแก้วเป็นเพื่อนกับเจ้าของโรงงาน

T0010_0020_02

        แต่วันนี้วันเสาร์ แถมเย็นแล้วคงจะติดต่ออะไรไม่ได้ เรื่องเกลือ เรารีบโทรศัพท์ไปหาคุณหมอเจ้าของโรงงาน

แต่วันนี้วันเสาร์ แถมเย็นแล้วคงจะติดต่ออะไรไม่ได้ เรื่องเกลือ เรารีบโทรศัพท์ไปหาคุณหมอร่มไทร (ศาสตราจารย์ นายแพทย์ร่มไทร สุวรรณนิก) ที่บ้าน

บอกแกว่าเรื่องเกลือเป็นการด่วนที่สุด แกบอกว่าที่บ้านมีอยู่ 100-200 ซอง บอกไปว่าไม่พอ ขอให้ไปเอาที่ศิริราชเพิ่มเติมให้ แล้วจะเอารถสิงห์สยามไปรับมา

        ทั้งนี้ ให้ชาญชัยเป็นคนไปรับ นม ได้นมผงจิตรลดา ส่วนเครื่องปั่นไฟ คุณสุรัสวดี บอกว่ามีอยู่เครื่องหนึ่ง แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้

พอจัดการได้แค่นี้ ทูลกระหม่อมพ่อทรงโทรศัพท์มา ทูลฯ ไปว่าของที่สั่งจะส่งไปได้แค่ 10% เท่านั้น ทูลกระหม่อมพ่อรับสั่งว่าเอาเถิดไม่เป็นไร

ได้รับข่าวจากทูลกระหม่อมพ่อด้วยว่า ทรงขอให้แม่ทัพภาคจัดรถสำหรับขนของไปตราด ตกลงว่าเที่ยวนี้เราได้รถแล้ว เราจัดคนไป พร้อมทั้งเงินเบี้ยเลี้ยงประมาณ 5,000 บาท

เราบอกว่าจะไปดูการขนของ ระหว่างนั้นให้คนขับไปนอนเอาแรงก่อน เลยเดินไปที่กองหาดไทย พอไปถึงที่รถขนของ เขาขนเอาข้าวและนมผงขึ้นไปแล้ว เราบอกว่าให้เอาของลงมาชั่งน้ำหนักให้หมด เพราะรถโรงสีของเราบรรทุกน้ำหนักได้จำกัด นับจำนวน บอกน้ำหนักทั้งเสื้อผ้าและผ้าพลาสติกด้วย ขอให้ทำให้เป็นระบบ

คนช่วยชั่งน้ำหนักของคือ อาจั๋ง (พลเรือโทสำเภา พลธร) คนที่จดคือ หนูเล็ก จิริกัญญา (ม.ร.ว. จิริกัญญา โชติกเสถียร) และรวิจิตร (ม.ร.ว. รวิจิตร สุวรรณบุปผา) เป็นคนบวกเลขด้วย คนที่มาช่วยขนของมีนายห้างเจ้าของโรงงานผ้าพลาสติก ช่วยขนจนเสร็จก็ไปขอบคุณเขา ขนของเสร็จสี่ทุ่มกว่า

       เหงื่อท่วมตัวต้องไปอาบน้ำ เก็บข้าวของส่วนตัวต่างๆ กลับหัวหิน ถึงหัวหินแล้วเราขึ้นไปเฝ้าฯทูลกระหม่อมพ่อ ถวายรายงาน ออกจากทูลกระหม่อมพ่อไปเฝ้าฯ สมเด็จแม่

A10495249-28

       สมเด็จแม่ทรงเล่าว่าที่ชายแดนเขมรแย่จริงๆ ตอนแรกท่านเสด็จฯ ไปที่ไม้รูดก่อน เขาขนพวกเขมรไปประมาณ 1,000 คน

ส่วนมากเป็นทหารและคนเจ็บ อยู่บริเวณโรงเรียนบ้านไม้รูด ทหารเขมรบางคนมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเลย

ท่านสงสัยว่า พวกนี้หรือเป็นผู้อพยพ ดูไม่น่าสงสารเลย เพราะแต่งตัวดีและจะเป็นทหารเสียเป็นส่วนใหญ่

ทรงขอไปที่เขาล้าน เมื่อไปถึง สภาพที่ทอดพระเนตรเห็นก็ตกพระทัย เพราะเหมือนอยู่ในนรกมากกว่า

เหม็นอุจจาระคลุ้งไปหมด เพราะคนซึ่งแออัดอยู่ไม่รู้จะไปถ่ายที่ไหน ก็ถ่ายเป็นกองๆ ไป ปะปนกับน้ำดื่มน้ำอาบ

       ท่านแจกของ แจกนมชงสำหรับเด็กอ่อน และแจกอมยิ้มสำหรับเด็ก อหิวาต์กำลังระบาดอย่างแรง คนตายวันละ 4-5 คน ถ้าเป็นทหารมักจะมีสุขภาพดี แต่ถ้าเป็นราษฏรมักจะป่วยและขาดอาหารอย่างรุนแรก แข้งขาบวมไปหมดและเท้าแตกเพราะเดินมาก

สมเด็จแม่รับสั่งว่าทนไม่ไหว ต้องตั้งศูนย์อพยพของสภากาชาดไทย ได้ทรงทิ้งท่านผู้หญิงสุประภาดา คุณแอ๊ด และอึ่งไว้ และให้ นย. สร้างศูนย์

        งานที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุด คือหาวัคซีนฉีดให้คนในศูนย์เพื่อป้องกันโรค หาอาสาสมัครไปทำงานที่นั้น และทำธงกาชาดใหญ่ๆ ไปติดเป็นเครื่องหมาย

สมเด็จแม่สั่งการอยู่จนตี 3 จึงได้เสด็จขึ้นข้างบน

K6764842-60

        เช้าวันอาทิตย์ที่ 27 เช้านี้เชิญคุณหญิงมนัสนิตย์ มาปรึกษากันว่าจะติดต่อกับใคร อย่างไรบ้าง จะพูดกับใครก็ไม่สะดวกเพราะเป็นวันอาทิตย์

เคราะห์ดีที่ท่านราชเลขาธิการอยู่บ้าน พอจะติดต่อได้ง่าย ตอนกลางวันรับประทานอาหารเสร็จ ขึ้นไปเฝ้าฯสมเด็จแม่ ท่านให้หาหมอไปเพิ่มอีก พร้อมทั้งอาสาสมัคร

โดยให้ติดต่อกับคุณชายพัฒนไชย (ม.ร.ว.พัฒนไชย ไชยันต์) ท่านให้ติดต่อ ดร.เชาวน์ (ดร.เชาวน์ ณศีลวันต์) และคุณหญิงส่าหรี (คุณหญิงส่าหรี แพทยกุล) พร้อมกับอาสาสมัครอีกหลายคนให้ติดต่อกับคุณถวิลหวัง(ท่านผู้หญิงถวิลหวัง ทุติยะโพธิ) ให้มาอบรมพยาบาลกับอาสาสมัครที่จะจัดไปทำงาน

        ตอนค่ำรับประทานข้าวแล้วจัดการประชุม มีรายงานการประชุมจดไว้อย่างละเอียดเพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย เสร็จธุระจึงกลับไปนอนประมาณตีหนึ่งกว่า พร้อมทั้งปลุกนาฬิกาไว้หกโมงสิบนาที

K6764842-64 (1)

        เช้าวันจันทร์ที่ 28 รีบเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ชวนจัน (คุณจันทิรา พึ่งบารมี) ไปส่งท่านองคมนตรีเชาวน์ตอนแรกก็สะเพร่าไปหน่อย ลืมถามว่าพักอยู่ที่ไหน ถามใครจำไม่ได้

เขาบอกว่าพักอยู่ที่บ้านมิสเตอร์เดมอน จึงไปพระตำหนักปลุกเกษม เอาจักรยานถีบไป ไปถึงองคมนตรีเชาวน์ลงมา บอกว่าจะรีบไปกรงเทพฯ ก่อน เพื่อไปรับคนเพิ่มเติมแล้วจึงเลยไปตราดต่อไป

        พอส่งคณะเดินทางเสร็จ ได้คุยกับหลายคนทราบเรื่องน่าหนักใจ ว่า มีเขมรเข้ามาทางโป่งน้ำร้อนอีกประมาณ 40,000 คน

และทางอรัญประเทศก็หลั่งไหลเข้ามาอีก เราขึ้นมารับประทานอาหารพลาง เรียกครูปราณีตให้มาช่วยเย็บธงกาชาดพลาง ให้เงินครูไป 200 บาท เป็นค่าผ้า

ตอนแรกเราจะถีบรถไปซื้อผ้าที่ตลาดเอง แต่ป้าจันบอกว่าให้ครูไปซื้อดีกว่า เพราะแกย่อมรู้เรื่องผ้าดีกว่า

เราส่งจันทร์แรมให้ไปเป็นผู้ช่วยครูปราณีตอีกคนหนึ่ง ถ้าไม่พอ คงต้องให้บุญตาไปช่วยอีกคน รับประทานเสร็จแล้วไปสถานกาชาดที่ 10 เพื่อไปตรวจงานตามปกติ และถือโอกาสไปหารือที่นั่น

        ได้ความว่ากองบรรเทาทุกข์ของเรามีคนน้อยมาก มีหมอประมาณ 10 คนเท่านั้นและทางโรงพยาบาลก็ไม่ค่อยมีเสียด้วย เห็นพ้องกันว่าต้องอาศัยหมออีก 7-8 คน ได้การแล้วก็ลากลับมารับประทานอาหาร เสร็จแล้วถีบรถไปบ้านครูปราณีต

เห็นครูกำลังเย็บธงกาชาดอยู่ข้างใน เราไปช่วยแก แล้วเอากลับมา ฝากซื้อเชือกด้วย ได้ธงได้เชือกแล้วขึ้นไปเฝ้าทูลกระหม่อมพ่อ ก่อนโทรศัพท์ติดต่อเรื่องการเอาของเพิ่มขึ้นและเรื่องธงด้วยได้ความว่าคุณชายพัฒนไชยจะพาหมอไปได้วันที่ 31 ตอนแรกคงจะได้แพทย์จากโรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชาก่อน ซึ่งเขาก็เจียดเต็มที่แล้ว

photo_560x747

        เราไปเฝ้าฯ สมเด็จแม่เอาธงไปถวายท่าน ทรงติว่ากาชาดสั้นไป ให้เติมอีกหน่อย ท่านบอกให้ติดต่อตามรายชื่อที่จดพระราชทานเพื่อขอความร่วมมือและความช่วยเหลือต่างๆ ตอนเย็นคุณถวิลหวังและคณะมาถึงบอกว่าจะให้ทำอะไรก็ได้

และบอกด้วยว่าที่สำคัญสุดคือเรื่องส้วมและการรักษาความสะอาดต้องให้พวกเขมรทำเอง เราเล่าเรื่องที่ฟังมาจากสมเด็จแม่ คุณถวิลหวังเองก็บอกว่าได้รับฟังจากคุณหมอเกษตรแล้ว บอกว่าแย่เหมือนกัน

        โดยสรุปแล้วสภาพผู้อพยพที่ทุกคนไปเห็นมา แย่มาก คนไม่เป็นคนอยู่แล้ว

สมเด็จแม่บอกว่าจะต้องจัดเรื่องน้ำดื่มน้ำสะอาดและการป้องกันโรคก่อน จัดที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น เช่น ต้องเป็นเต็นท์อยู่ได้ มีผ้าพลาสติกคลุมพอกันแดดกันฝน ไม่อย่างนั้นไม่มีอะไรเลย

บางทีเขาก็ขุดหลุมแล้วเอาใบไม้คลุมดูแล้วเหมือนขุดรูอยู่ เราจึงต้องคิดช่วยเหลือ

 



       สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๑๐ (ทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ ในขณะนั้น) ทรงนำทหารมหาดเล็กไปเป็นคนดูแลร่วมกับ นย. ตอนนั้นตรงไหนมีกับระเบิดหรือไม่มี

เรายังไม่แน่ใจ แล้วยังมีระเบิดลงอีก ใครจะเป็นอาสาสมัครก็หายาก

นอกจากคนในวัง ซึ่งที่เขายอมไปนั้นไม่ใช่เพราะเขารักเขมร

แต่เขาไปเพราะจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ

        สมเด็จแม่ พระราชทานแนวคิดใหญ่ ๆ เช่น เรื่องเขมร เราจะต้องอุทิศตัว ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง คนที่เข้ามานั้นเขาลำบาก

ขอให้ถือเป็นการแผ่เมตตา ทั้งทำตามอุดมการณ์กาชาดและหลักทางพุทธศาสนา

        สมเด็จแม่ทรงถือว่า งานนี้เป็นการปฏิบัติบูชาตามหลักพระพุทธศาสนาด้วย เมื่อถึงเวลาเหตุการณ์คับขัน ท่านก็บอกว่าเห็นใจ เพราะเป็นการเสียสละถึงชีวิต ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้

ส่วนคนที่ไม่ทำก็ใช่ว่าเขาจะเลว ให้ลองไปพูดกับเขาดู ให้เขาเข้าใจว่าเราทำเพื่ออะไร ขั้นตอนงานที่จะทำมีมาก ต้องคิดรอบคอบไปหมด

จะทำอะไร จะกินอะไร ในแต่ละวัน ต้องป้องกันโรคระบาดที่มีมาอย่างเร็ว ต้องหาคนมาทำงาน ต้องสร้างศูนย์ ศูนย์ต้องมีเครื่องหมายกาชาดขนาดใหญ่ติดบนหลังคา

 

 



        ต้องติดต่อหน่วยกาชาดระหว่างประเทศ แล้วมีการชี้แจงรายละเอียดว่าแต่ละคนให้ทำอย่างไร

        ในระยะแรกมีปัญหาเรื่องน้ำไฟ ต้องขนน้ำเข้าไปใช้ ภายหลังจึงให้ชลประทานทำฝาย เรื่องไฟตอนแรกส่งเครื่องปั่นไฟไปช่วยเรื่องแสงสว่าง ตู้เย็นต้องหาตู้เย็นน้ำมันก๊าดไปใช้ ภายหลังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงต่อไฟเข้าไป

        สมเด็จแม่พระราชทานนโยบาย ให้ความคิดกับเรา ชี้ให้ดูสิ่งที่เราออกไปเห็นตามชายแดน

ในขณะที่คนในกรุงคิดว่าไปช่วยเขมรทำไม แต่คิดไปก็น่าสงสาร เพราะเราคนไทยถึงจะยากจนเพียงไหน แต่ก็ยังมีที่อยู่ มีแผ่นดิน และรู้ว่าเราคือใคร มีที่ยึดเหนี่ยว

แต่เขาไม่มีใครเลย น่าสงสาร

ท่านบอกว่าน้ำใจคนไทยต้องคิดอย่างนี้ เรื่องเด็ก ท่านก็แนะให้ไปหาคนมาช่วยเลี้ยงเด็ก ได้สมาชิกสถาบันแม่ชีไทยไปช่วย

        เรื่องการก่อสร้างให้ติดต่อกรมชลประทานเราติดต่อทำบัญชีหาทุนมาเสริมทุนพระราชทานใช้ด้านก่อสร้าง และเบี้ยเลี้ยงผู้ปฏิบัติงาน ผู้ที่ช่วยมากที่สุด ได้แก่ สำนักงานคาทอลิกสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและผู้ลี้ภัย



9zwq2

        สมเด็จแม่ทรงคิดเรื่องสุขภาพอนามัยกับเรื่องการศึกษาของเด็กเขมรเป็นข้อสำคัญ เขากลับประเทศไม่ได้ ต้องเลี้ยงดูอยู่ก่อน

ขณะนี้ต้องให้การศึกษาที่ว่าต่อไปจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ จะไปอยู่ประเทศไหนก็ต้องมีความรู้ไปอยู่ต่างประเทศก็ต้องประกอบอาชีพได้ กลับเขมรก็ต้องสร้างชาติได้

        ได้พวก ตชด. มาสอนภาษาไทย ภาษาเขมร ภาษาอังกฤษ และภาษาเยอรมัน เพื่อให้เขาคล่องตัวไปไหนได้ ต่อมาจึงใช้หลักสูตรวิชาทั่วไป ซึ่งวิทยาลัยครูจันทบุรีช่วยร่างให้เป็นพิเศษ

ท่านเพิ่มการสอนศิลปาชีพ ทอผ้า สานย่านลิเพา ส่งเสริมให้เขาทำเครื่องดนตรีเขมร ซึ่งเขาทำเป็นอยู่แล้ว เพื่อเป็นรายได้

คนที่ช่วยมากและเราติดต่อด้วยเสมอ คือ พี่แดง (นางสอางค์ พันธุ์สุวรรณ) ภรรยารองผู้ว่าราชการจังหวัด เขาทำงานธนาคารช่วยติดต่อเรื่องเงินและมาช่วยกิจการต่าง ๆ ด้วยตัวเอง

มีการอบรมเรื่องความสะอาด เรื่องอาหาร ส้วมซึ่งมีประมาณ 400 ส้วม เป็นส้วมหลุม แล้วใช้ทรายกับปูนขาวกลบ เมื่อเต็มหลุมก็ย้าย พี่เป็ด (นายเปรมินทร์ กัลยาณมิตร) ช่วยเขียนแบบ ตรงนั้นให้ปลูกต้นไม้ได้



 



        สมเด็จแม่คิดได้ทุกแง่ คนที่ไม่เคยทำงาน ท่านก็ให้ทำได้ทุกอย่าง ทรงแนะให้ตั้งบังเกอร์ไว้ใกล้กองอำนวยการ ในยามสงบใช้บังเกอร์เก็บสิ่งของต่างๆ ได้ ทั้งวัคซีนและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เป็นต้น เมื่อมีภัยก็ใช้หลบภัยได้ ความคิดที่จะมีศูนย์กาชาดนั้น

        นอกจากที่เล่ามาแล้ว ยังมีเรื่องเสริมอีกเรื่องหนึ่ง คือ นายเคิร์ท วอลไฮม์ เลขาธิการสหประชาชาติ ขณะนั้น เขามาเมืองไทยไปดูค่ายผู้อพยพลี้ภัยหลายแห่งได้มีโอกาสมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบทูลว่าถ้ากาชาดสามารถช่วยให้ผู้ลี้ภัยอยู่ได้อย่างมีระบบ มีระเบียบแล้ว จะยินดีจัดการให้ผู้อพยพ เดินทางไปประเทศที่สาม

1382172226-PA170067-o

        สมเด็จแม่จึงสั่งให้ร่างจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีอย่างที่เล่าแล้วในตอนแรก เพื่อขอบริเวณหนึ่งที่ไม่มีคนไทยทำกิน จัดเป็นเขตกาชาด เพื่อให้พวกนี้เข้าอยู่ไปได้พลางก่อน ก่อนที่จะเดินไปประเทศอื่น

โดยงานนี้กาชาดจะเป็นผู้จัดการเอง จะได้ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งภายในและนอกประเทศ

        ทรงเห็นว่าทางด้านอรัญประเทศ มีการจัดการเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว แต่ทางตราดยังไม่มีเช่นนั้น นอกจากมีหน่วยกาชาดเคลื่อนที่ เหตุการณ์ขณะนี้นับว่าเป็นภาวะสงครามแท้ ๆ ทางสภากาชาดไทย ควรมีบทบาทมากกว่านี้ ดูจากบทบาทของกาชาดระหว่างสงครามโลก เป็นต้น

A10495249-3

        ขณะนี้สงครามเกิดขึ้นใกล้ตัวได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสถานการณ์และการปฏิบัติงานของสภากาชาดไทยในฐานะที่ทรงเป็นองค์สภานายิกาสภากาชาด ขณะนั้นหน่วยแพทย์ของกองบรรเทาทุกข์ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ตราดแล้ว

ได้ทอดพระเนตรเห็นว่ากองบรรเทาทุกข์ได้ปฏิบัติงานอย่างดีเยี่ยม แต่สภาพสถานการณ์ที่นั่นร้ายแรง คนมีสภาพน่าสงสารมาก

ทรงเห็นว่ากองบรรเทาทุกข์ ถึงจะมีขีดความสามารถสูง แต่บุคคลากรจำกัด ทำให้เสียแรงงานมากและได้งานน้อยกว่าที่ควร ซ้ำกาชาดต้องทำอยู่ฝ่ายเดียว

        หากปล่อยไว้ในสภาพนี้ต่อไปจะเป็นภัยต่อประเทศชาติ ประเทศไทยจะเป็นที่ตำหนิติเตียนของต่างประเทศได้ ทั้งที่เราทำงานดีที่สุดแล้ว แต่ได้ผลไม่คุ้มกับความยากลำบากและความเหน็ดเหนื่อยของเรา ครั้นจะให้ต่างประเทศเข้ามาดำเนินการก็ยิ่งผิดนโยบายในด้านความมั่นคงของชาติ



IMG_8444

         ฉะนั้น จึงให้ใช้เขาล้านเป็นที่ตั้งศูนย์สภากาชาด ยืนยันอธิปไตยของไทยในเขตนั้น ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่หลบภัยสงคราม โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับความเจ็บป่วย และขาดอาหารหรือเด็กกำพร้า เน้นเฉพาะพลเรือนเป็นหลัก

ทรงเห็นว่าบุคลากรประจำของสภากาชาดไทยมีน้อย จะต้องเหน็ดเหนื่อยมาก จึงรับอาสาสมัครตามความสมัครใจ ใครจะไปช่วยกาชาดในฐานะคนของสภากาชาดก็ได้ทุกชนิด

ท่านผู้หญิงสุประภาดาและข้าราชบริพารในพระองค์ ข้าราชการในกองราชเลขานุการ ในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ

และคนอื่น ๆ ที่ทำงานอยู่รวมทั้งแพทย์จากกองบรรเทาทุกข์ จากสาธารณสุข ได้ปฏิบัติหน้าที่ในนามของสภากาชาดอยู่ตลอด

         ทางต่างประเทศได้ทราบข่าว เดินทางไปชม ก็ชมเชยการปฏิบัติงานของสภากาชาดนี้เป็นอย่างยิ่ง พร้อมที่รายงานไปทางประเทศของตน เพื่อขอความสนับสนุน ถาวรวัตถุที่สร้างขึ้น หากจะยั่งยืนต่อไปในอนาคต ก็จะได้ใช้ประโยชน์ในราชการของไทย

IMG_8457

         ทางฝ่ายไทยเราเอง เมื่อทรงตั้งศูนย์สภากาชาดขึ้นเช่นนี้ ก็ได้รับความร่วมมืออันดีจากหน่วยราชการอีกหลายหน่วยด้วยกัน เช่น ด้านสาธารณสุข ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ด้านกรมชลประทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงนำทหารมหาดเล็กไปดูแล

         นาวิกโยธิน ตำรวจ หรือแม้แต่ชาวบ้านในแถบนั้นก็ได้เอากล้วย อาหาร และของอื่น ๆ มาบริจาคช่วยเหลือ คือ ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานด้วยดี ทั้งนี้เพราะต่างคิดถึงชาติบ้านเมือง เป็นข้อสำคัญ ขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณทุกคน ทุกหน่วยงานที่ได้ช่วยกัน ช่วยงานของกาชาดในครั้งนั้นด้วย.

……………………………………………..


ที่มา : thairedcross.livingmuseum.sc.chula.ac.th

.............
ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน เดิมมีนามว่า” ศูนย์สภากาชาดไทย เขาล้าน” เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สภานายิกสภากาชาดไทย  ได้มีพระราชเสาวนีย์ให้สภากาชาดไทย จัดตั้งศูนย์รับผู้อพยพชาวกัมพูชาจำนวนนับแสนคน ณ บริเวณบ้านเขาล้าน ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด

ในโอกาส ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมผู้อพยพที่ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2522 

ศูนย์ได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกัมพูชาที่ลี้ภัยสงคราม โดยมีการจัดสร้างที่พักพิ่งชั่วคราวให้

ซึ่งภายหลังได้พัฒนาเป็นที่พักพิงถาวร มีการจัดหาแพทย์มาประจำการและการจัดหาครูศิลปาชีพมาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้อพยพ

ศูนย์ฯได้เปิดให้ความช่วยเหลือเป็นเวลารวม 7 ปี และปิดตัวลงในวันที่ 4 กรกฎาคม 2529

...............................

ที่มาข้อมูลจาก ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน The Thai Red Cross Society

 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved