เปิดโมเดล “เนเธอร์แลนด์” ประเทศเล็กสู่ยักษ์เกษตรเบอร์ 2 โลก


"เนเธอร์แลนด์" ประเทศแสนสงบในยุโรป แม้จะมีขนาดเล็กด้วยประชากรเพียง 17 ล้านคน แต่ศักยภาพกลับไม่เล็กตามไปด้วย

เพราะเป็นประเทศอันดับ 2 ของโลกที่ส่งออกผลผลิตด้านเกษตรกรรม เป็นรองแค่สหรัฐเท่านั้น

นอกจากนั้น ยังสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรได้เป็นอันดับ 1 ของโลก

เกษตรกรรมและการส่งออกด้านอาหารของเนเธอร์แลนด์คิดเป็นมูลค่าถึง 91,000 ล้านยูโร เท่ากับ 22% ของการส่งออกทั้งหมด และเป็น 8.8% ของการจ้างงานทั่วประเทศ

เบื้องหลังความสำเร็จมาจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ากับการเกษตร



ในการบรรยายพิเศษเรื่อง "The Netherland"s Top Sectors : Policy and Implementation" ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับสถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย

"ศาสตราจารย์อัลด์ ไดเฮาเซนส์" ประธาน บริษัท "Dutch Topsec-tor Agri & Food" ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาและวิจัยภายใต้ความร่วมมือของรัฐ กล่าวถึงอนาคตในอีก 40 ปีข้างหน้า ว่า

ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นจำนวนถึง 2-3 พันล้านคน ชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นอีก 3,000 ล้านคน ส่งผลให้ความต้องการบริโภคอาหารเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพสูง

"แม้ว่าจะเป็นความท้าทายของโลกครั้งยิ่งใหญ่ แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในด้านเศรษฐกิจ เกษตรกรรม และการพัฒนาด้านการศึกษาสำหรับคนรุ่นใหม่เช่นกัน" ไดเฮาเซนส์กล่าว



ความท้าทายที่ว่า ได้แก่

การเพิ่มผลผลิตการเกษตรและผลผลิตจากสัตว์

การพัฒนาคุณภาพอาหารและความปลอดภัยด้านอาหาร

การลดผลกระทบจากการผลิตต่อธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพภูมิอากาศ

และการนำผลผลิตที่เหลือมาผลิตซ้ำใหม่



ดูเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการนำผลผลิตที่เหลือทิ้งมาผลิตซ้ำใหม่ แต่ไดเฮาเซนส์ชี้ว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้หากใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ

อนาคต คือ โลกแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ซึ่งปัจจุบันเนเธอร์แลนด์มีการปรับใช้กับการเกษตรอย่างกว้างขวาง

"สมาร์ทเทคโนโลยี" ทั้งระบบเซ็นเซอร์ โดรน และหุ่นยนต์ สามารถช่วยเพิ่มสมรรถภาพด้านผลผลิตได้

 เช่น ระบบเซ็นเซอร์ช่วยให้อาหารสัตว์หรือใส่ปุ๋ยได้อย่างแม่นยำ รวมถึงช่วยเหลือในระบบจัดการน้ำ

โดรนใช้ในการสำรวจผลผลิต

หรือหุ่นยนต์ช่วยทุ่นแรง หรือช่วยด้านการขนส่งและจัดเก็บได้



"จีโนมิกส์" การศึกษาด้านจีโนมของสิ่งมีชีวิต ก็สามารถช่วยเหลือในการผสมพันธุ์สัตว์เพื่อขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้น ได้สัตว์ในเจเนอเรชั่นถัดไปที่มีกำลังผลิตเพิ่ม เช่น วัวที่รีดน้ำนมได้ไวขึ้น หรือการผลิตผลิตผลที่เหมาะกับบุคคลประเภทต่าง ๆ

เทคโนโลยี "ไบโอรีไฟเนอรี่" หรือการใช้วัตถุดิบธรรมชาติหรือของเสียจากอุตสาหกรรม มาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นผ่านกระบวนการเพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบเหลือเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

ทำให้ไม่เหลือของเสียทิ้งอีกเลย (Zero Waste)

และเป็นการทำให้เศรษฐกิจเคลื่อนที่เป็นวงกลมอย่างสมบูรณ์

.............


นอกจากนี้ ยังรวมถึงเทคโนโลยี "การควบคุมสภาพภูมิอากาศ"

เช่น การเลี้ยงมะเขือเทศในเรือนกระจก ใช้ความร้อน คาร์บอนไดออกไซด์ และแสงประดิษฐ์ ซึ่งผลผลิตจะงอกงามโดยไม่กระทบสภาพแวดล้อมโลก เพิ่มผลผลิตจาก 5 กก./ตร.ม.เป็น 75 กก./ตร.ม.

อย่างไรก็ตาม ไดเฮาเซนส์มองว่า โลกยังต้องการเทคโนโลยีด้านอาหารมากกว่านี้เพื่อรองรับอนาคต

จึงเสนอแนะว่าการร่วมมือระหว่างกลุ่มธุรกิจ รัฐบาล และเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ นับตั้งแต่วันนี้คือ หัวใจสำคัญของความสำเร็จทั้งมวล



ที่เนเธอร์แลนด์มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยด้านเกษตรและอาหาร "WageningenUniversity" ได้รับการก่อตั้งมาร่วมร้อยปี ท่ามกลางหลายประเทศในยุโรปทยอยปิดประเทศในช่วงเวลานั้น ทำให้เนเธอร์แลนด์ต้องดิ้นรนด้านอาหารด้วยตัวเอง ปัจจุบันมหาวิทยาลัยถือเป็นความสำเร็จระดับนานาชาติ มีนักศึกษาจากทั่วโลกนับหมื่นคน

การก่อตั้งมหาวิทยาลัยดังกล่าว ถือเป็นจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ด้านอาหารของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้รับความร่วมมือของภาคธุรกิจและรัฐบาลมาโดยตลอด

โดยเฉพาะนโยบาย "ท็อปเซ็กเตอร์" นโยบายด้านอุตสาหกรรมที่มีมานับตั้งแต่ปี 2010 ให้ความสำคัญกับการให้เงินกองทุนสนับสนุนด้านงานวิจัยด้านเกษตรและอาหาร

ซึ่งเงินทุนจะมาจากภาครัฐและเอกชน 50/50 ปัจจุบัน Wageningen University มีโปรเจ็กต์ด้านอาหารกว่า 450 โปรเจ็กต์ ในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก นับเป็นความสำเร็จระดับสากลอย่างยิ่งยวด



ไดเฮาเซนส์ ยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการรับมือกับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของโลกอนาคต ว่า ความร่วมมือ "ระหว่างประเทศ" คือหัวใจสำคัญ เพราะเป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งที่ต่างคนต่างมีให้แก่กันและกัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ปัจจุบันสามารถคิดค้น และพัฒนาได้จากคนทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย Wageningen University กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สามารถร่วมมือกันในด้านการจัดอบรมบุคลากร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือด้านเทรนนิ่งนักวิจัยรองรับโลกในอนาคตได้เช่นเดียวกัน



 ............

แฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

www.facebook.com/PrachachatOnline

ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์

ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat <<  

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ภาพประกอบเรื่องทั้งหมดจากอินเตอร์เนต


ไม่ได้มาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นเพียงแนวทางประกอบเรื่องเท่านั้น


ขอขอบคุณ ท่านเจ้าของภาพไว้ ณ ที่นี้ด้วย


ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved