เด็กไทยเจ๋ง คิดค้นนวัตกรรมระบบวงจรส่งยาผ่านผิวหนัง แทนการฉีดอินซูลินในผู้ป่วยเบาหวาน

 



โรคเบาหวาน เกิดขึ้นได้กับกลุ่มคนทุกเพศ ทุกวัย และทุกช่วงอายุ โดยพบในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 -69 ปี มากที่สุด ซึ่งทางสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation: IDF) คาดการณ์ว่าในอีก 22 ปีข้างหน้า (ปี 2583) จำนวนผู้ป่วยเบาหวานจะเพิ่มเป็น 642 ล้านรายทั่วโลก สำหรับประเทศไทยมีผู้ป่วยมากเป็ นอันดับ 4 ของโลก รองจาก จีน อินเดีย และญี่ปุ่น ซึ่งปี 2583 แนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.3 ล้านราย จากเดิมในปี 2560 มีผู้ป่วย 4.4 ล้านราย ในแต่ละวันมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 200 คน หรือ 8 รายต่อชั่วโมง การรักษาในปัจจุบันนิยมรับประทานยาหรือฉีดอินซูลินเข้ากระแสเลื อด



สองสหายเมคเกอร์ไฟแรง โดยรวมรัตน์ ได้ผลรักษา และ ศุภณัฐ วัจนรัตน์ จากภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้า คุณทหารลาดกระบัง (สจล.) คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี ด้านอิเล็กทรอนิสก์และมีความตั้งใจอยากผลิตวงจรรวมเป็นของตนเอง ภายใต้แนวคิดวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ผุดไอเดีย “นวัตกรรมวงจรรวมสำหรับระบบส่งยาผ่านผิวหนัง” โดยมี ศ.ดร.อภินันท์ ธนชยานนท์ เป็นที่ปรึกษาโครงการ

 

รวมรัตน์ ได้ผลรักษา หรือ อ๋อม เมคเกอร์ หนุ่มวัย 23 ปี บอกถึงที่มาของนวัตกรรม ว่า “โรคเบาหวานที่พบบ่อยมีอยู่ 2 ชนิด คือ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่เกิดจากร่างกายทำลายเซลล์ ของตัวเองที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลินโดยปฏิกิริยาอิมมูน ซึ่งมักจะพบในเด็กและผู้ใหญ่วัย ต้น ส่วนโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คือ เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน ส่วนใหญ่จะพบในผู้ใหญ่อายุ 30 ปีขึ้นไป การรักษานอกจากจะต้องควบคุมอาหา รแล้ว ยังจำเป็นต้องฉีดอินซูลิ นหลายครั้งในหนึ่งวัน ปัจจุบันประเทศไทยต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคเบาหวานปี ละกว่า 47,596 ล้านบาท การรักษาโรคเบาหวานด้ วยการฉีดอินซูลินเข้าสู่ร่างกายนั้น ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องทน ต่อความเจ็บปวดจากแผลที่เกิดขึ้นจากการฉีดยาในบริเวณเดิมซ้ำ ๆ เข็มแล้วเข็มเล่า จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะวิจัยพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมชีวการ แพทย์เพื่อทดแทนการใช้เข็มฉีดยา โดยการนำทฤษฎีการใช้กระแสไฟฟ้ าส่งยาเข้าสู่ผิวหนัง (Iontophoresis Theory) ซึ่งทฤษฎีนี้วงการแพทย์ของสหรัฐอเมริกาก็ให้การยอมรับกัน



วงจรที่เราออกแบบนั้นเป็นวงจรที่ใช้จ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ผิวหนัง และต้องสามารถควบคุมปริมาณกระแส และปริมาณยาที่เข้าสู่ผิวหนังได้ ถึงแม้ว่าตัวแปรต่าง ๆ บนผิวหนังที่มีผลกับวงจรจะเปลี่ ยนแปลงตลอดเวลา แต่กระแสที่จ่ายยังคงต้องคงที่อ ยู่เสมอ ซึ่งเราได้เริ่มการออกแบบโปรแกร มจำลอง ด้วยการวางแผนให้มีส่ วนประกอบหลักของนวัตกรรม 2 ส่วน คือ 1.วงจรวัดค่าตัวแปรทางไฟฟ้าบนผิ วหนัง คือ ความต้านทานทางไฟฟ้าของผิวหนัง ที่จะมีผลอย่างมาก เนื่องจากทำหน้าที่เพื่อปรับกระ แสที่จ่ายไฟฟ้าให้เข้ากับผิวหนัง โดยเป็นตัวชี้ปริมาณยาที่จ่ ายเข้าสู่ร่างกาย และ 2.วงจรที่จ่ายกระแสไฟฟ้าแบบ Pul se เข้าสู่ผิวหนัง เพื่อที่จะทำให้ตัวยาฉีดเข้าสู่ ผิวหนังโดยการดูดซึม ซึ่งในส่วนนี้ความยาก คือต้องออกแบบวงจรให้คงที่ไม่ ให้เปลี่ยนแปลงไปตามความต้ านทานของผิวหนังที่เปลี่ ยนแปลงตลอดเวลา โดยทั้ง 2 วงจรนี้จะเชื่อมต่อการทำงานร่วม กัน อยู่ใน”วงจรรวมสำหรับส่งยาผ่ านผิวหนัง”



ศุภณัฐ วัจนรัตน์ หรือ เต้ วัย 23 ปี หนึ่งในสมาชิกของทีมวิจัย บอกถึงวิธีใช้งานและคุณประโยชน์ ของนวัตกรรม ว่า “การออกแบบวงจรรวมสำหรับระบบส่ง ยาผ่านผิวหนังที่เราได้ออกแบบใน โปรแกรมจำลอง วิธีการใช้งาน คื อทุกครั้งก่อนแปะวงจรลงบนร่างกายต้องทำความสะอาดพื้นผิวของแผ่น วงจรด้วยแอลกอฮอล์ หลังจากนั้นทาตัวยาอินซูลินบนผิวหนังและนำแผ่นวงจรแปะทับตัวยา พร้อมกดปุ่มเปิดบนวงจรรวมที่เรา ได้ออกแบบไว้ วงจรรวมสำหรับระบบส่งยาผ่านผิวหนังก็จะทำงานแบบอัตโนมัติ”

 

ด้านคุณประโยชน์ของวงจรรวมสำหรั บระบบส่งยาผ่านผิวหนัง ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ทางการแพท ย์ที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานไ ม่ต้องทนเจ็บกับการฉีดยาซ้ำที่เ ดิมเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ คือ เป็นนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใกล้ ตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่คนใน วงกว้าง เทคโนโลยีวงจรรวมนั้นนับเป็นสิ่งมีคุณค่าและสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานเทคโนโลยีของประเทศและโลก

 

ศ.ดร.อภินันท์ ธนชยานนท์ ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวทิ้งท้ายว่า “วงจรรวมนั บเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด อุ ตสาหกรรมการออกแบบวงจรรวม เป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีการลงทุนต่ำ แต่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สูงมาก ประเทศใดมีการพัฒนาวงจรรวมที่ก้าวล้ำ ก็จะสามารถสร้างส่วนแบ่งทางเศรษ ฐกิจในตลาดโลกได้มหาศาล จึงอยากเห็นภาครัฐให้การสนับสนุนการสร้างอุตสาหกรรมการออกแบบวงจรรวมภายในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้เป็นกลจักรสำคัญในการขั บเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยให้เจ ริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต



ขอขอบคุณ

สยามรัฐออนไลน์ https://goo.gl/BDKQ4s

 

 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved