ห้วยองคต“เนื่องจากพระราชดำริ”มอบเอกสาร“สิทธิ์ทำกิน(สทก.)”


โดย นุชจิรา นุ้ยไซล่า

              เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีมอบเอกสารสิทธิ์ทำกิน (สทก.) พื้นที่โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดกาญจนบุรี  โดยมี นายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  กปร. นายโกวิทย์ เพ่งวาณิชย์ รองเลขาธิการ กปร. นายสมบูรณ์ วงศ์กาด ผู้อำนวยการสำนักประสานงานโครงการพื้นที่ ๑ นายประยุทธ หล่อสุวรรณศิริ รองอธิบดีกรมป่าไม้ และคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน กปร. ร่วมเดินทางไปงานในครั้งนี้ โดยมีนายมนัส  กาญจนคเชนทร์ นายอำเภอหนองปรือกล่าวต้อนรับประธานในพิธี และคณะ

              นายประยุทธ หล่อสุวรรณศิริ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลพื้นที่ กล่าวรายงานผลการดำเนินงานในพื้นที่โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

              “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ขอขอบพระคุณ ฯพณฯ ท่านอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีเป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานมอบหนังสืออนุญาต สทก. และโครงการปลูกป่าถวายพระแม่ของแผ่นดิน ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕

             ตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ก็ทรงห่วงใยและให้ความสำคัญมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่า


             ดังจะเห็นได้จาก พระราชเสาวนีย์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่พระราชทานไว้ความว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า”

             ทรงเน้นความสำคัญของป่าไม้อันเป็นทรัพยากรของชาติ ซึ่งพระองค์ได้ทรงยึดถือตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าไม้ให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ ด้วยแนวทางผสมผสาน

             ซึ่งจะเห็นได้ว่าการฟื้นฟูสภาพป่าไม้ จำเป็นที่จะต้องให้สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคมและสภาพทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ดิน น้ำ และการที่จะอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้นั้นจำเป็นต้องกระทำควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรด้วย


            โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นโครงการต้นแบบในการดำเนินการที่ให้ความสำคัญกับทรัพยากรป่าไม้ พร้อมกับพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรควบคู่กันไป ในการส่งเสริมอาชีพ และอนุญาตให้ราษฎรอยู่อาศัยทำกิน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติอย่างถูกต้องตามกฏหมาย

             ทราบข้อมูลจากกรมป่าไม้ว่า เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๓๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้ฟื้นฟูและพัฒนาโครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งอยู่ในพื้นที่บริเวณตำบลหนองปรือ อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ

             เนื่องจากในขณะนั้นเป็นพื้นที่ป่าเบญจพรรณ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาพระฤาษี-เขาบ่อแร่ มีพื้นที่ประมาณ ๒๐,๖๒๕ ไร่ ถูกราษฎรบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเป็นบริเวณกว้าง ทำให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม

             ซึ่งในปัจจุบันสภาพป่าไม้ได้รับการฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมประมาณร้อยละ ๒๐ ของพื้นที่ จำนวน ๔,๐๓๐ ไร่ โดยปลูกไม้ ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ได้แก่ มะค่าโมง ประดู่ป่า สะเดา ขี้เหล็กบ้าน ฯลฯ

              โดยเมื่อปี ๒๕๕๐ พบว่ามีพันธุ์ไม้เพิ่มขึ้นถึง ๒๙ ชนิด ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ต้น ความหนาแน่นของต้นไม้ ประมาณ ๒๐๘ ต้น/ไร่ ซึ่งสามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อนำไปสร้างมวลชีวภาพปริมาณ ๓๐,๕๘๘.๘๕ ตัน และสามารถปลดปล่อยก๊าซออกซิเจนสู่บรรยากาศ โดยกระบวนการสังเคราะห์แสงเป็นปริมาณทั้งสิ้นเท่ากับ ๒๔,๔๗๑.๐๘ ตัน



              ทั้งหมดล้วนเกิดจากความร่วมมือของชุมชนในการบริหารจัดการการอนุรักษ์ ก่อให้เกิดความหวงแหน ส่งผลให้สภาพป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น รวมทั้ง ได้มีการจัดตั้งชุดอาสาสมัครพิทักษ์ป่า ลาดตระเวนเฝ้าระวังการลักลอบตัดไม้ ส่งเสริมให้ราษฎรนำกล้าไม้ปลูกในพื้นที่ตนเอง

             รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการพัฒนาแหล่งน้ำ ได้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ๕ แห่ง ฝายทดน้ำในลำห้วยแม่ระวัง ๖ แห่ง ขุดสระน้ำประจำไร่ ๕๕๔ แห่ง และขุดลอกลำห้วย ระยะทาง ๘,๘๐๐ เมตร เพื่อสนับสนุนแหล่งน้ำให้มีเพียงพอสามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ ๘,๕๖๐ ไร่

             และเมื่อปี ๒๕๔๘-๒๕๕๑ มีการก่อสร้างฝายชะลอน้ำจำนวน ๓๗๐ ฝาย ซึ่งสามารถชะลอการไหลของน้ำในพื้นที่ป่าไม้ได้ประมาณ ๒ เดือนในรอบปี ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ป้องกันไฟป่า และสร้างความชุ่มชื้นแก่พื้นที่อีกด้วย

              ปัจจุบันราษฎรในพื้นที่โครงการฯ ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มี  สภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งด้านที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย การศึกษา สุขภาพอนามัย อาชีพ การคมนาคม การสื่อสาร มีการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

               และมีการส่งเสริมให้จัดตั้งกลุ่มอาชีพ เช่น การเลี้ยงไก่ การเลี้ยงแพะ การเลี้ยงปลา การเลี้ยงสุกร มีศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โดยจัดทำแปลงสาธิตการปลูกพืชเศรษฐกิจ เลี้ยงสัตว์ การผลิตน้ำมันไบโอดีเซล การอบรมความรู้เพื่อให้ราษฎรที่มาศึกษาดูงานนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพของตนเอง ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมามีเกษตรกรและผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงานกว่า ๑๒,๐๐๐ คน



            โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้จัดแบ่งแปลงที่ดินทำกินครอบครัวละ ๘ ไร่ ครอบครัวใหญ่ ๑๖ ไร่ รวม ๙๐๗ แปลง และแปลงที่อยู่อาศัยครอบครัวละ ๑ ไร่ รวม ๗๘๐ แปลง โดยมีหลักเกณฑ์ห้ามซื้อขายและให้เป็นมรดกตกทอดแก่ลูกหลานเท่านั้น

             ดังนั้น เพื่อสร้างความมั่นคงในที่ทำกินให้แก่ราษฎรในพื้นที่โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเพื่อให้การจัดการระเบียบชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำนักงาน กปร. กรมป่าไม้ และจังหวัดกาญจนบุรี จึงได้ร่วมกันดำเนินการจัดทำข้อมูลและสำรวจพื้นที่เพื่อจัดทำเอกสารสิทธิ์ทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (สทก.) ให้แก่ราษฎรดังกล่าว

            โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเดิมหรือทายาท และกลุ่มเปลี่ยนมือผู้ครอบครองสิทธิ์ ซึ่งในวันนั้นสามารถมอบเอกสารสิทธิ์ทำกิน (สทก.) ให้แก่ราษฎรได้ จำนวน ๖๕๖ ราย จำนวน ๙๒๗ ฉบับ

             และจะได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลเพื่อมอบเอกสารสิทธิ์ทำกิน (สทก.) ให้แก่ราษฎรที่เหลือในโอกาสต่อไป.

ใส่ความเห็น

© Copyright 2014 Welovethaiking.com , all rights reserved