ณ บ้านห้วยมงคล..โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวง ร.๙ เกิดครั้งแรก



ณ บ้านห้วยมงคล

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกแห่งแรกในประเทศไทย

นับจากวันที่พระองค์ท่านทรงขึ้นครองราชย์ไม่นาน และโครงการพระราชดำริก็ก่อบังเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเกิดขึ้นที่ ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ซึ่งมีปรากฏอยู่ในบันทึกของ นายมนูญ มุขประดิษฐ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( กปร. )ในขณะนั้น

ได้เขียนเล่าไว้ในเรื่อง “ ประทีปแห่งแผ่นดิน ” ในหนังสือเรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช) กับงานจัดการทรัพยากรน้ำไว้ ว่า

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริโครงการแรกคือ ถนนสายห้วยมงคล เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๕ ที่บ้านห้วยมงคล ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ซึ่งในขณะนั้นแม้ว่าบ้านห้วยมงคล ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจากตลาดหัวหิน

แต่ก็ยังไม่มีถนนจากหมู่บ้านออกมาสู่ตลาดหัวหิน

ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรปลูกพืชผลเช่น ข้าวโพด ผัก ผลไม้

หากจะขายพืชผลจะต้องบรรทุกใส่รถเข็นมาตามทางเดินใช้เวลาถึง ๒ วัน ๒ คืน กว่าจะถึงตลาดซึ่งบางครั้งพืชผลก็เน่าเสียก่อนที่จะขายได้

ถ้าจะให้เร็วต้องเช่าเหมารถจี๊ปที่สามารถบุกไปในถนนดินขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อได้

แต่ต้องเสียค่าเช่าเหมาถึงเที่ยวละ ๕๐๐ บาท ซึ่งไม่คุ้มกับราคาพืชผลที่ขายได้



เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเข้าไปที่หมู่บ้านในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ จึงได้เกิดถนนสายห้วยมงคลขึ้น

วันนั้น...มีรถยนต์รูปร่างแปลกคันหนึ่งอุตสาหะบุกเข้าไปถึง “ บ้านห้วยมงคล ”แล้วไปตกหล่มติดอยู่ที่หน้าบ้านเลขที่ ๑๔๓ หมู่ ๕ ของ “ลุงรวย งามขำ ” เกษตรกร

มีคนแต่งกายชุดทหารตำรวจประมาณ ๑๐ คน ช่วยกันดันรถจะให้หลุดจากหล่ม

ลุงรวย งามขำ ไม่รอช้าปราดเข้าช่วยทันที พร้อมกับเรียกเพื่อนบ้านให้ออกมาช่วยด้วย โดยที่ลุงรวยไม่ทราบว่า เจ้าของรถที่ขับมาติดหล่มอยู่นั้นเป็นใคร

ครั้นเมื่อเจ้าของรถซึ่งเป็นชายหนุ่ม สวมแว่นตา กับหญิงสาว ลักษณะงดงามลงจากรถ มาปรากฏแก่ตาลุงรวย

สักพักหนึ่งลุงรวยจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ถึงคำบอกเล่าของผู้ใหญ่บ้านเมื่อหลายวันก่อน

ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ กับสมเด็จพระราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินมาที่หัวหิน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ ได้รับสั่งถามลุงรวย ถึงปัญหาของหมู่บ้าน ซึ่งลุงรวยก็ได้กราบบังคมทูลว่า "อยากได้ถนนมากที่สุด"

ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับได้พระราชทานเงินก้นถุงแก่ลุงรวย



และแล้ว ต่อมาอีกไม่นานก็มีตำรวจพลร่มจำนวนหนึ่ง นำอุปกรณ์มาไถตัดถนนใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน ชาวบ้านห้วยมงคลก็มีถนนตัดออกสู่ตลาดหัวหิน ใช้เวลาเพียง ๑๕-๒๐ นาที ก็ถึง

ถนนสายห้วยมงคลจึงนับเป็นเส้นทางบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ซึ่งนำไปสู่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากกว่า ๔,๐๐๐ โครงการที่กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค นำพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ ปกแผ่คุ้มเกล้าประชาชนชาวไทยทั้งปวงทั่วประเทศ นำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ราษฎรโดยถ้วนหน้า

นี่คือ บันทึกที่นายมนูญ มุขประดิษฐ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( กปร. ) ได้เขียนเล่าไว้



ณ วันที่ ๙ พ.ย.๒๕๕๕ ผู้เขียน จึงได้ออกติดตามหาตัวลุงรวย แต่พบว่า ลุงรวย เสียชีวิตไปแล้ว พบแต่เพียง ลุงซิ่ว เทียนอินทร์ ชายสูงอายุ ในวัย ๗๒ ปีเพื่อนลุงรวย

ลุงซิ่ว เล่าว่า (ผู้เขียนได้บันทึกเอาไว้เมื่อวันที่ ๙ พ.ย.๒๕๕๕ ก่อนลุงซิ่ว เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งประมาณ ๑ ปีเศษ) ในสมัยนั้น ผมมาจากนครปฐมเข้ามาอยู่อาศัย ที่บ้านห้วยมงคลแห่งนี้

ซึ่งในสมัยนั้นเขาเรียกกันว่าบ้านห้วยคด ตามความคดเคี้ยวของลำห้วย ซึ่งในขณะนั้นยังขึ้นอยู่กับ ตำบลหินเหล็กไฟ

แต่ปัจจุบันนี้ อยู่กับตำบลทับใต้ ในตอนนั้นผมมาจับจองพื้นที่ทำกิน โดยการทำไร่ ปลูกกล้วย ปลูกมัน ถั่วคุต หรือที่ในปัจจุบันนี้เขาเรียกกันว่าถั่วลิสง

ในสมัยนั้นพื้นที่แห่งนี้ยังคงเป็นป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ไปหมด ผู้คนจะเข้ามาทำไม้ตัดไม้กัน เพราะเป็นป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์

ชนิดที่เรียกว่าสัตว์ป่าต่าง ๆ ก็ยังมีอยู่อย่างชุกชุมเต็มไปหมดต้นไม้แต่ละต้นนั้นล้วนแต่ต้นใหญ่ ๆ

ไอ้ต้นกอซอ หรือที่ปัจจุบันเรียกกันว่าไม้ไผ่ นี่นะ แต่ละต้นมันใหญ่มาก เวลาตัดนี่จะต้องใช้ขวานถึงสี่ขวาน สี่คน ตัดกันเลย แต่จะต้องฟันเป็นนะไม่อย่างนั้นจะโดนกันเอง

เส้นทางถ้าพูดถึงถนนไม่มีหรอก มีแต่ทางชักลากไม้ ลำบากมาก จะขนของขนกล้วยและพืชผักไปขายที่ตลาดหัวหินนี่ จะต้องใช้รถจิ๊ปอย่างเดียว หรือไม่ก็ต้องใช้รถเข็นออกไปซึ่งก็ต้องใช้เวลานานมากเป็นวัน ๆ

ถ้าหน้าฝน ก็ยิ่งลำบากใหญ่ใช้เวลาถึงสองสามวันก็เคยมี



ลุงซิ่วบอกต่อไปว่าเคยไปติดหล่มอยู่หลายวันจนกล้วยที่ขนมาจะไปขายที่ตลาดหัวหินสุกจนหมดทั้งคันรถ จนในที่สุดต้องทิ้งไปหมด

แต่อยู่ ๆ วันหนึ่งก็เห็นมีรถจี๊ป เข้ามามีทหารและตำรวจพลร่ม ตชด.ค่ายนเรศวรเข้ามาด้วย และในที่สุดรถคันนั้นก็มาติดหล่มอยู่ ที่หน้าบ้านลุงรวย

เห็นทหารตำรวจพลร่มพยายามช่วยกันเข็นรถจิ๊ปคันดังกล่าว อยู่นานแต่ก็ยังไม่ขึ้น จึงพากันออกไปช่วยกันเข็น

ถึงได้รู้ว่า คนที่อยู่ในรถดังกล่าว เป็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯกับพระราชินี

ในตอนนั้น พวกเรารู้สึกปลื้มปีติมากดีใจจนบอกไม่ถูก ที่เห็นพระองค์ท่านเสด็จมาถึงที่นี่ ในตอนนั้นผมอายุ ๒๐ กว่า ๆ

ที่นี่มีบ้านอยู่กันกระจัดกระจายประมาณสัก ๔๐ หลังเห็นจะได้

วัดห้วยมงคลเองก็ มีเพียงแค่กุฏิหลัง ศาลาหลังเล็กๆ เพียงหลังเดียวเท่านั้น ก็ยังใช้ชื่อวัดห้วยคต อยู่เหมือนกัน



หลังพระองค์ท่านเสด็จในครั้งนั้น พระองค์ท่านก็เข้ามาถึงโรงเรียนห้วยคด พวกเราก็พากันไปที่โรงเรียนเพื่อรับเสด็จ ฯ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ ทรงถามว่า ที่นี่มีอะไรขาดอยากให้ช่วยอะไรบ้าง ในตอนนั้นผม เฝ้ารับเสด็จ ฯ อยู่ตรงหน้าพระองค์ท่าน ไม่ห่างกันนัก ก็เป็นลุงรวย

ผมจึงบอกว่าชาวบ้านในแถบนี้อยากได้ถนนเป็นอย่างมาก เพราะลำบากมากเวลาขนพืชผักไปขายยังตลาดหัวหิน

แล้วพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ ก็ทรงถามว่าพอจะรู้บ้างไหมว่าที่ใกล้ ๆ แห่งนี้ มีเขาดินลูกรังที่ไหนบ้าง

ผมจึงบอกกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ว่าที่เขานกกระจิบ

หลังจากนั้นไม่นาน ก็พบว่ามีรถแทร็กเตอร์เข้ามาไถพื้นที่ มีการนำเอาดินลูกรัง มาทำถนน โดยเริ่มทำมาจากช่องเขาด่าน มาถึงนี่ก็นับระยะทางได้สิบกว่ากิโลเมตรเห็นจะได้

จากวันนั้น หลังถนนเสร็จพวกเราก็ใช้เวลาในการขนพืชผักต่าง ๆ ไปขายยังตลาดหัวหินได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

และในเวลาต่อมาพระองค์ท่านก็เสด็จอีก และพระราชทานชื่อให้ใหม่ ว่า “บ้านห้วยมงคล” มาจนถึงทุกวันนี้

ทำให้ผมรู้สึกปลาบปลื้มใจถึงวันนั้นมาจนวันนี้

แม้วันนี้ พระองค์ท่านก็ยังไม่ทิ้งพวกเรา ตอนนี้โครงการพระราชดำริของพระองค์ท่านก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง



ดาบตำรวจละออ จงศรี วัย ๖๗ ปี อดีตตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เล่าให้ฟังถึงความประทับใจและถือเป็นมงคลสูงสุดในชีวิตที่ได้มีโอกาสถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า

ในอดีตตนรับราชการเป็นตำรวจพลร่มที่ค่ายนเรศวร ปัจจุบันคือ กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายนเรศวร ทำให้ตนได้มีโอกาสเข้าเฝ้าและได้ถวายงานในหลวง

 โดยได้รับมอบหมายจากหน่วยงานต้นสังกัดให้ทำหน้าที่ขับรถแทรกเตอร์พระราชทาน เป็นรถบลูโดเซอร์เพื่อก่อสร้างถนนสายห้วยมงคล โดยทรงพระราชทานพร้อมกับรถจิ๊บอีกหลายคัน

สำหรับถนนห้วยมงคล เดิมชื่อห้วยคต เชื่อมกับเมืองหัวหินระยะทางกว่า ๑๑ กิโลเมตร เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๑๐ มีความยากลำบากเพราะเป็นถนนทาง รกทึบ ต้องใช้รถจิ๊บในการเดินทาง

ประกอบกับมีโรคไข้มาลาเรียมาก ทีมงานสร้างถนนต้องทำงานพร้อมกับช่วยเหลือประชาชน พาหมอไปรักษาดูแลสุขภาพให้ประชาชนไปด้วย

การสร้างทางจึงใช้ระยะเวลานานกว่า ๘ เดือนจึงสำเร็จ ซึ่งปัจจุบันรถพระราชทานได้เก็บรักษาไว้ที่ค่ายนเรศวร และทำการบำรุงรักษาอย่างดี

ด้วยพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระราชดำริให้แก้ไขปัญหาให้กับราษฎร ที่เดือดร้อนจากการเดินทางและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรระหว่างหมู่บ้านห้วยมงคล กับตัวเมืองหัวหิน



ซึ่งถือว่าเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการคมนาคมโครงการแรกของประเทศที่ทรงพระราชทานให้กับประชาชน จนปัจจุบันทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนอยู่ดีกินดีประกอบอาชีพได้อย่างไม่ลำบาก

จึงรู้สึกโชคดีที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสถวายงานถือเป็นมงคลสูงสุดในชีวิต และจะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสเรื่องความพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิต

โดยจะใช้คุณธรรมนำชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข ทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตมีความสุขตามรอยพ่อหลวง

...

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

.............................................................


Cr : https://www.posttoday.com/social/local/461334

และ เพจ นิทรรศการพลังแผ่นดิน อัศจรรย์งานศิลป์แผ่นดินสยาม ต้องการติดตาม คลิกที่นี่ โพสต์เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๖๑

 

 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved