มูลนิธิบุคคลพอเพียง

ประวัติความเป็นมาของชมรมคนรักในหลวง และ มูลนิธิบุคคลพอเพียง

a01


          ที่มาของชมรมคนรักในหลวง กำเนิดขึ้นประมาณต้นปี พ.ศ. 2554 เมื่อ พ.อ.อ.วีรพงษ์ สิทธิจันทร์เสน กับครอบครัว เกิดความเบื่อหน่ายจากการใช้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนในการทำมาหากินอยู่ในกรุงเทพฯ จึงตัดสินใจเดินทางกลับไปบ้านเกิดที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โดยได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่เคยเป็นทั้งลูกจ้างบริษัท และค้าขายอาหาร หันกลับมาใช้แนวทางการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่บนพื้นที่นาของตนเอง ซึ่งแม้จะขาดรายได้จากเดิมเดือนละประมาณ 2-3 หมื่นบาท แต่ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ อย่างมีความสุขกับธรรมชาติในชนบทที่บ้านของตนเอง ทำให้กลายเป็นต้นแบบการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงเป็นที่รับรู้ของญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ชาวบ้านใกล้เคียง ไปจนถึงส่วนราชการ เมื่อสามารถรวมกลุ่มประชาชนที่ให้ความสนใจกับแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง จึงได้มีการเสนอให้ตั้งชื่อกลุ่มไว้ใช้สำหรับเรียกขานว่า “ชมรมคนรักในหลวง” ด้วยเหตุผลเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นผู้พระราชทานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งชาวไทย และชาวโลกนั้นเอง

          ต่อมาได้มีผู้ร่วมอุดมการณ์ให้การสนับสนุนงบประมาณในการขยายเครือข่ายชมรมฯ ไปยังจังหวัดอื่นๆ และเพื่อความสะดวกในการบริหารงานจึงได้จัดตั้งองค์กรขึ้น ใช้ชื่อว่า “คณะบุคคลพอเพียง” ในเดือนพฤศจิกายน 2554 แต่เนื่องจาก ครม. ได้มีมติเรื่องอัตราภาษีของคณะบุคคล ซึ่งมีผลกระทบต่อการเสียภาษีเพิ่มจำนวนมาก จึงได้มีการจัดตั้ง “บริษัท บุคคลพอเพียง จำกัด” ในเดือนมกราคม 2556 ให้ทำหน้าที่แทน สุดท้ายเห็นว่าเนื่องจากการดำเนินงานมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ต่อสังคม โดยไม่มีเรื่องธุรกิจใดๆ การใช้ชื่อบริษัทดูไม่เหมาะสม จึงเห็นควรที่จัดตั้งเป็น “มูลนิธิบุคคลพอเพียง” แทนบริษัทฯ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556

หน้าที่และความสัมพันธ์ของมูลนิธิฯ กับ ชมรมฯ

          เนื่องจากชมรมฯ ได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2557 มีจำนวน 40 จังหวัดแล้ว ดังนั้น เพื่อให้ทุกชมรมฯ ได้ดำเนินงานไปในแนวทางเดียวกันจึงจำเป็นต้องกำหนดกรอบการดำเนินงานประจำปีเอาไว้ โดยในปี 2558 จะมีกรอบกิจกรรมให้ชมรมฯ ดำเนินงาน จำนวน 5 กิจกรรม ได้แก่

  1. กิจกรรมมอบเสื้อสัญลักษณ์ ฉายวีดีทัศน์ บรรยายเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ และเศรษฐกิจพอเพียง

  2. กิจกรรมทัศนศึกษาที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา หรือที่อื่นๆ

  3. กิจกรรมถวายพระพรในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร่วมกับส่วนราชการ

  4. กิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติ

  5. กิจกรรมฝึกวิชาชีพ (ชมรมที่ตั้งใหม่ตั้งแต่ มิถุนายน 2558 งดจัดกิจกรรมนี้)


 วัตถุประสงค์ของมูลนิธิบุคคลพอเพียง

  1. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ และดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

  2. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และมีส่วนร่วมในการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

  3. เพื่อส่งเสริมการทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ และสาธารณกุศล รวมถึงเพื่อการรณรงค์ส่งเสริมหรือปลูกจิตสำนึกคุณธรรมต่อสังคม

  4. ดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์

  5. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด


          หน้าที่ความรับผิดชอบของมูลนิธิฯ จะทำหน้าที่ขอรับบริจาคเงิน มอบนโยบาย กำกับดูแลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ กำหนดกรอบการดำเนินงานของชมรมฯให้สอดคล้องกับงบประมาณ แต่งตั้งประธานชมรมฯ และให้การสนับสนุนทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของชมรมฯ

          หน้าที่ความรับผิดชอบของชมรมฯ มีหน้าที่ในการจัดตั้งคณะกรรมการ จัดหาสมาชิก และดำเนินงานตามกรอบกิจกรรม ประจำปีที่มูลนิธิฯกำหนดขึ้นในแต่ละปี

          ความสัมพันธ์ระหว่างมูลนิธิฯ กับ ชมรมฯ ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ต้องการให้มีความสัมพันธ์ในรูปแบบเป็นเพื่อนร่วมงานไม่ใช่รูปแบบการบังคับบัญชา การที่มูลนิธิฯ มีหนังสือแต่งตั้งประธานชมรมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชมรมฯ ได้มีองค์กรที่รองรับในการจัดตั้งขึ้นมา มูลนิธิฯ เป็นองค์กรส่วนกลางที่ให้การสนับสนุน และชมรมฯ เป็นองค์กรในพื้นที่ ทำงานด้านการปฏิบัติงาน เนื่องจากเป็นองค์กรเอกชนทำงานด้วยจิตอาสา ไม่ใช่หน่วยงานราชการ จึงห้ามมิให้คิดว่าเป็นความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หรือเจ้านายกับลูกน้อง โดยเด็ดขาด

          เมื่อชมรมฯ จัดกิจกรรมที่สำคัญ ผู้บริหารมูลนิธิฯ จะไปร่วมงานเพื่อให้กำลังใจ โดยจะไม่เข้าไปก้าวก่ายในการปฏิบัติงานของชมรมฯ ที่ผ่านมาความยุ่งยากสับสนกลับเป็นเรื่องธุรการด้านการเงิน สาเหตุสำคัญประการหนึ่งเป็นเพราะความเห็นต่างในความเหมาะสมเรื่องของการใช้เงิน ประการที่สองคือ การรวบรวมหลักฐานที่เป็นทั้งใบเสร็จ และ/หรือ ใบแทนใบเสร็จ นำส่งมูลนิธิฯ เพื่อใช้หนี้เงินที่ได้เบิกไปดำเนินกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้า ซึ่งจำเป็นต้องยึดถือระเบียบของทางราชการในการแสดงรายจ่ายของมูลนิธิฯ ต่อสรรพกร ดังนั้นทางมูลนิธิฯ จึงต้องแม่นยำว่าเรื่องใดที่จำเป็น เรื่องใดที่ไม่จำเป็น อย่าไปเหมาว่าจำเป็นเสียทั้งหมด จะกลายเป็นจู้จี้จุกจิก แต่จะปล่อยว่าไม่จำเป็นทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะเมื่อผิดระเบียบจะมีปัญหากับทางสรรพกรอย่างแน่นอน ทางชมรมฯ เองก็ต้องเข้าใจด้วย

          ดังนั้นการประสานงานที่ดีจะช่วยแก้ปัญหาได้ อย่าใช้อารมณ์หรือการจับผิดในการประสานงาน จะกลายเป็นการประสานงาทำให้เกิดความรุนแรง ปัญหาบานปลายจนมีผลกระทบต่อองค์กรในที่สุด

วัตถุประสงค์และหลักการของชมรมคนรักในหลวง

          วัตถุประสงค์ของชมรมฯ

                   - ดำเนินงานสนับสนุนให้ประชาชนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตเพื่อให้ประสพความสำเร็จ และมีความสุขอย่างยั่งยืน

                   - สนับสนุนให้ประชาชนได้ร่วมกันแสดงออกในความจงรักภักดี (ทั้งด้านการเทิดทูน และการปกป้อง) ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

          หลักการของชมรมฯ

                   - ชมรมฯ จะไม่สร้างความขัดแย้งเป็นศัตรูกับกลุ่มใดๆ เว้นแต่บุคคลที่จาบจ้วงบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์

- ชมรมฯ จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ในนามของตัวชมรมฯ จะไม่ไปให้การสนับสนุนหรือโจมตี พรรคการเมืองและนักการเมือง ทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ แต่สำหรับสมาชิกชมรมฯ จะชอบพรรคใด นักการเมืองผู้ใด ย่อมเป็นสิทธิส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคน

                   - ชมรมฯ จะไม่แบ่งแยกประชาชนไม่ว่าจะเป็นสีใด ถ้ารักสถาบันฯ รักในหลวง ยินดีต้อนรับเข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรมฯ ทุกคน

          ดังนั้นเมื่อมีการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมใดๆ หรือเมื่ออยู่ในสถานที่ประชุมของชมรมฯ จึงห้ามมิให้พูดคุยวิจารณ์ เรื่องการเมือง และกลุ่มเสื้อสีใดๆ เพราะจะทำให้เกิดการแตกความสามัคคีขึ้นได้

แนวทางการจัดตั้งชมรมคนรักในหลวง

                    - เมื่อจังหวัดใดมีผู้ที่มีอุดมการณ์ในทางเดียวกัน และมีจิตอาสาที่จะรับดำเนินงาน ทางมูลนิธิฯ จะได้มีหนังสือแต่งตั้งประธานชมรมฯทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการชี้แจงที่มาของชมรมฯว่ามาจากไหน ที่ผ่านมาก็มักจะมีบุคคลให้ความสนใจสอบถาม ซึ่งถึงว่าเป็นเรื่องปกติ

                   - เนื่องจากชมรมฯ ถือว่าเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานทั้งจังหวัด ดังนั้น การจัดองค์กร นอกจากจะมีประธาน ที่ปรึกษา รองประธาน เลขานุการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายการเงิน และตำแหน่งอื่นๆ แล้วแต่ละชมรมฯ จะพิจารณาตามความเหมาะสม เรื่องที่จำเป็นได้แก่ ควรจะมีตำแหน่ง สำหรับผู้ที่จะรับหน้าที่เป็นแกนนำในแต่ละอำเภอจะให้เป็นตำแหน่งรองประธาน หรือกรรมการประจำอำเภอก็ได้ และทุกตำแหน่งไม่ควรรีบร้อนจนเกินไป ควรพิจารณาความเหมาะสมว่าเขาจะทำได้หรือไม่ อย่างรอบคอบ บางตำแหน่งที่ยังหาไม่ได้สามารถว่างเว้นไว้ก่อน แล้วค่อยหาบุคคลเข้ามาบรรจุในภายหลังได้ ต้องคิดว่าการแต่งตั้งนั้นง่ายแต่การบอกยกเลิกอาจจะทำให้เกิดความไม่สบายใจทั้งสองฝ่ายได้ อย่างไรก็ตามหากมีปัญหาเกิดขึ้นต้องมีการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุด อย่าปล่อยให้คาทิ้งไว้จนเกิดผลกระทบต่อองค์กร

                   - ประธานฯ และ เลขาฯ ชมรมฯ ต้องสร้างความสัมพันธ์กับแกนนำชมรมฯประจำอำเภอต่างๆอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพูดคุยทางโทรศัพท์ และการไปเยี่ยมเยียน

                   - คุณสมบัติของบุคคลที่จะมาเป็นกรรมการ หัวข้อพิจารณาที่สำคัญ ได้แก่ เป็นผู้ที่รักสถาบันฯ เป็นผู้ที่คุ้นเคยรู้จักกันมาก่อน มีศักยภาพทางงานมวลชน ไม่เป็นคนที่มีบุคลิกทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นบ่อยๆ

                   - ทุกคนตั้งแต่ประธาน กรรมการ และสมาชิก ต้องเป็นผู้ที่เข้ามาเพื่อร่วมทำงานด้วยจิตอาสา มีความเสียสละ ไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ

การรับสมัครสมาชิกชมรมฯ

16


                   - ไม่มุ่งเน้นที่จะได้สมาชิกฯจำนวนมากจนเกินจำนวนโควต้าเสื้อ แต่ต้องการสมาชิกฯ ที่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมในโอกาสต่างๆ และมีการพบปะปรึกษาหารือกันได้เสมอตามโอกาสอันควร สมาชิกจึงควรมีลักษณะเป็นตัวแทนเช่น คนในครอบครัวไม่ควรเป็นสมาชิกทุกคน มีตัวแทนเพียง 1 คนก็เพียงพอ คนในชุมชนคัดเอาที่สามารถร่วมกิจกรรมได้สัก 5 – 10 คน(ต่อ 1 ชุมชน)เป็นผู้แทนก็พอ

                   - การจัดหาสมาชิกฯขอให้ชมรมฯพิจารณาคละกันไปทั้งประเภท เยาวชน และประชาชน

                   - มีความจำเป็นที่ต้องกำหนดจำนวนสมาชิกในแต่ละอำเภอว่าควรจะมีจำนวนประมาณกี่คน ซึ่งจะไม่เท่ากันทุกอำเภอ เพื่อให้สามารถวางแผนงานที่จะทำในแต่ละปีให้สอดคล้องกับการกำหนดจำนวนสมาชิกในแต่ละอำเภอ บางอำเภออาจมีปัญหามีผู้สมัครเป็นสมาชิกจำนวนน้อยก็ไม่ต้องกังวลใจค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ถ้าไม่วางแผนกำหนดจำนวนสมาชิกเอาไว้ก่อน อาจเกิดปัญหาอำเภอหนึ่งมีสมาชิกเป็นหมื่นคน แต่อีกหลายอำเภอมีสมาชิกไม่กี่คน โควตาเสื้อที่จะได้รับการสนับสนุนปีละประมาณ 3,000 ตัว ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาจำนวนสมาชิกให้กระจายทั่วถึงทั้งจังหวัด

                   - กลุ่มบุคคลที่มีศักยภาพในการแนะนำสมาชิกให้กับชมรมฯ ได้แก่ ข้าราชการ พระภิกษุ ครู อาจารย์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สหกรณ์ อสม. เจ้าของโรงงาน บริษัท ประธานชมรมฯอื่นๆ ฯลฯ

คำถามที่มักจะได้ยินอยู่เสมอ

          คำถาม : ทำไมต้องมีชมรมคนรักในหลวง ในเมื่อคนไทยทั่วไปก็รักในหลวงอยู่แล้ว

          คำตอบ : ถูกต้องแล้วที่ว่าคนไทยทั่วไปรักในหลวงทุกคน แต่ในความเป็นจริงจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา เมื่อมีบุคคลเลวทรามที่แสดงพฤติกรรมออกมาจาบจ้วง ดูหมิ่น หมิ่นประมาท และอาฆาตมาดร้ายต่อในหลวง จะเห็นว่ามีคนไทยน้อยมากที่ออกมาปกป้องพระองค์ท่านเป็นเพราะเหตุใด ไม่ทราบข่าวที่เกิดขึ้น หรือทราบรู้เห็นแต่ตัวคนเดียวจึงไม่กล้าที่จะแสดงออกในการปกป้องเพราะกลัวอันตราย ดังนั้นคนรักในหลวงจึงเป็นแค่พลังเงียบ รักอยู่ในใจ รักแต่ปาก เมื่อถามก็บอกว่ารัก ในอดีตความรักแบบนี้ไม่มีปัญหาเพราะผู้ที่ออกมาจาบจ้วงให้ร้ายสถาบันฯมีจำนวนน้อยไม่ค่อยกล้าออกมาแสดงพฤติกรรมอย่างเปิดเผย เนื่องจากรัฐบาลดูแลเอาใจใส่ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบปฎิบัติงานตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาได้มีกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลในบ้านเมืองให้การสนับสนุนทั้งอำนาจรัฐ และการเงินในการบ่อนทำลายสถาบัน ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนด้วยความเกรงกลัวภัยบ้าง ต้องการเอาอกเอาใจบ้าง จึงปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด เป็นสาเหตุให้พวกที่จ้องบ่อนทำลายสถาบันฯได้ใจออกมาแสดงพฤติกรรมหมิ่นสถาบันฯอย่างเปิดเผย

          ชมรมคนรักในหลวงจึงได้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้คนไทยที่รักในหลวงแต่ละพื้นที่ได้มีกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์รักในหลวงด้วยกันสามารถพบปะพูดคุย ปรึกษาหารือ รวมทั้งร่วมกันแสดงออกในการเทิดทูน และปกป้องสถาบันฯด้วยความสามัคคีเป็นปึกแผ่น ศัตรูของพวกเราคือบุคคลที่มีพฤติกรรมล้มล้างสถาบัน        ทำไมจึงมีคนรักเมืองเพชรในเมื่อคนเมืองเพชรก็รักเมืองเพชรอยู่แล้ว ทำไมจึงมีชมรมคนรักเชียงใหม่ในเมื่อคนเชียงใหม่ก็รักเมืองเชียงใหม่อยู่แล้ว

          คำถาม : ชมรมฯ เอาเงินจากไหนมาทำงาน (เป็นคำถามที่ผู้ถามคิดว่าผู้ที่ให้การสนับสนุนต้องการผลประโยชน์ตอบแทน หรือเป็นกลุ่มการเมืองที่มาเคลื่อนไหว)

          คำตอบ : มูลนิธิบุคคลพอเพียง เป็นผู้ให้การสนับสนุน โดยไม่ได้หวังผลประโยชน์ใดๆ นอกจากเป็นไปตามวัตถุประสงค์ 2 ข้อ เท่านั้น มูลนิธิฯ ได้รับบริจาคเงินจากผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันคือ คนรักในหลวง

          คำถาม : มาเป็นสมาชิกชมรมฯ แล้วจะได้อะไร

          คำตอบ : ได้รับความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ได้รับทราบเรื่องราวเกี่ยวกับสถาบันฯ ได้มีเพื่อนที่รักในหลวงด้วยกัน และมีโอกาสร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวง

          คำถาม : คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกชมรมฯ ถือว่าเป็นคนที่ไม่รักในหลวง หรือไม่

          คำตอบ : ปกติการจัดตั้งกลุ่ม หรือชมรมฯขึ้นมามีวัตถุประสงค์ต้องการที่จะรวมกลุ่มของผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อที่จะได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมตามที่เห็นควร จำนวนคนในกลุ่มจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ความเหมาะสม คนที่ไม่ได้เข้ามาร่วมไม่ได้หมายความว่ามีอุดมการณ์ไม่ตรงกันแต่อย่างใด คนที่รักในหลวงแต่ไม่สามารถที่จะมาเป็นสมาชิกชมรมฯ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ไม่สะดวก เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ ไม่มีเวลาเนื่องจากงานธุรกิจ ไม่ทราบเรื่องของชมรมฯ หรือชมรมฯ มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถรับสมาชิกได้ทั้งหมดทันที ต้องทยอยเปิดรับสมัคร ดังนั้นคนที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกของชมรมฯ เมื่อเขาเป็นคนที่รักในหลวงอยู่แล้ว เขาก็ยังคงเป็นคนที่รักในหลวงอยู่ต่อไป ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปคิดเป็นเรื่องในทางลบแต่อย่างใด

เรื่องอื่นๆ

                   - ชมรมฯจะไม่รับบุคคลต่อไปนี้เป็นสมาชิกได้แก่ บุคคลที่เป็นภัยต่อสถาบันฯ ผู้ค้ายาเสพติด เจ้าของบ่อนการพนัน พวกมิจฉาชีพ บุคคลอันธพาล และบุคคลวิกลจริต

                   - ชมรมฯจะให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของทางราชการตามขีดความสามารถที่ทำได้

                   - การใช้จ่ายของชมรมฯให้ยึดถือตามวัตถุประสงค์ คือ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และการแสดงความจงรักภักดี โดยดำเนินงานตามกรอบกิจกรรมประจำปีที่กำหนดไว้ ไม่สมควรที่จะคิดกิจกรรมอะไรขึ้นมาก็ได้แล้วลงท้ายอ้างว่าเพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน แบบนี้จะทำให้จับหลักไม่ได้เลยว่าสิ่งใดที่ควรกระทำบ้าง

                   - ให้ชมรมฯหลีกเลี่ยงในการที่จะสนับสนุนเงินให้แก่หน่วยงานอื่นๆ งบประมาณที่ตั้งเอาไว้เพื่อสำหรับให้ชมรมฯใช้ในการดำเนินงานตามกิจกรรมต่างๆประจำปีเท่านั้น

                   - ห้ามทำพิธีมอบเสื้อในช่วงที่มีการเลือกตั้งทางการเมือง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก กกต.แล้ว

                   - เสื้อควรจะใส่เฉพาะในงานของชมรมฯ งานราชการที่เข้าไปร่วม งานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม งานพิธีที่เป็นมงคล

                   - ห้ามใส่เสื้อชมรมฯไปร่วมกิจกรรมใดๆของพรรคการเมือง กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง กลุ่มเสื้อสีต่างๆที่มีความขัดแย้งกัน ใส่เสื้อเข้าไปในสถานที่ไม่เหมาะสม เช่น บ่อนการพนัน สถานที่ค้ายาเสพติด เป็นต้น

                   - ชมรมคนรักในหลวงจัดตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้รับรู้ และดำรงชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุมีการจาบจ้วงบ่อนทำลายสถาบันฯ ขอความร่วมมือให้ชมรมฯได้ช่วยกันปกป้องสถาบันฯตามความเหมาะสม เช่น ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการลบรูปภาพ หรือข้อความที่มีการกระทำความผิดมาตรา 112 ทาง Internet เร่งรัดให้มีการสืบสวน และจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีอย่างเคร่งครัดโดยเร็วไม่ว่าจะทำความผิดด้วยวิธีการใดก็ตาม

                   - เนื่องจากหลักการของชมรมคนรักในหลวงจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง จึงขอให้ประธาน และกรรมการทุกคนได้วางตัวให้เป็นไปตามหลักการนี้อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามประธาน กรรมการ และสมาชิกฯจะชอบพรรคการเมือง หรือนักการเมืองคนใดย่อมเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่กระทำได้ เว้นแต่ต้องไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองในนามของชมรมฯ หรือหากมีผู้ที่จะลงสมัครเลือกตั้งในตำแหน่งต่างๆทางการเมืองตลอดจนการเป็นหัวคะแนนช่วยในการหาเสียง ก็ขอให้ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็น ประธาน กรรมการ และสมาชิกเสียก่อน

                   - ในปี 2558 ประธานชมรมฯท่านใดที่มีความจำเป็นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ขอได้กรุณาแจ้งต่อมูลนิธิล่วงหน้าได้ตั้งแต่บัดนี้ เพื่อจะได้เตรียมการจัดตั้งใหม่ได้ทัน

                   - เรื่องการบริจาค ถ้ามีสมาชิกหรือบุคคลภายนอกแสดงความประสงค์ที่จะบริจาคเงิน หรือสิ่งของเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของชมรมฯ ขอให้ทางชมรมฯได้แจ้งเรื่องให้ทางมูลนิธิฯได้พิจารณาก่อน ทั้งนี้เพื่อป้องกันข้อครหาว่าชมรมฯมีการเรี่ยไรเงินมีผลประโยชน์แอบแฝง สำหรับการบริจาคเล็กๆน้อยๆ เช่น น้ำดื่ม น้ำแข็ง สามารถดำเนินการได้

                   - ในกรณีที่มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ให้เกียรติมาร่วมกิจกรรม หรือให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของชมรมฯ ก็ขอให้ผู้บริหารชมรมฯได้ให้ความสำคัญ และให้เกียรติอย่างเหมาะสมกับสถานะของบุคคลผู้นั้น แต่ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้มีภาพลักษณ์ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าชมรมฯให้การสนับสนุนทางการเมืองต่อคนผู้นั้น แต่ในฐานะส่วนตัวคนที่รู้จักสนิทสนมกันมีอุดมการณ์รักสถาบันฯเหมือนกัน ย่อมมีสิทธิที่จะให้การสนับสนุนตามความชอบของแต่ละบุคคล

                   - เพื่อให้การประชาสัมพันธ์กิจกรรมของชมรมฯผ่านทางสื่อต่างๆเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีความน่าเชื่อถือ การส่งรายงานผลการดำเนินกิจกรรม จึงขอให้มีคำบรรยายที่ครอบคลุมชัดเจนได้แก่ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ชื่อบุคคลสำคัญในงาน จำนวนสมาชิกที่มาร่วมงาน และรูปภาพประกอบที่เห็นบุคคลสำคัญ และจำนวนสมาชิกที่มาร่วมงาน

                   - ชมรมฯสามารถดำเนินการปกป้องสถาบันฯโดยสันติวิธี ได้แก่ การแสดงพลังต่อต้านการกระทำของบุคคลที่จาบจ้วงให้ร้ายต่อสถาบัน การใช้สื่อต่างๆในการประชาสัมพันธ์ตอบโต้ การยื่นหนังสือเปิดผนึกแก่หน่วยราชการ และ การฟ้องดำเนินคดีตามมาตรา 112

.........................................................


แถลงการณ์ประณามไทย พีบีเอส


          สัญลักษณ์ของความเป็นไทยที่สำคัญประการหนึ่งคือการดำรงอยู่ของ "สถาบันพระมหากษัตริย์" ที่มีความต่อเนื่องยาวนานมากว่า 700 ปีแล้ว  ชาวไทยทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบัน ที่ทรงตรากตรำประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทย และประเทศชาติมาตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ แม้ขณะทรงพระประชวรก็ยังทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของประชาชนอยู่เสมอ

          รายการตอบโจทย์ของสถานีโทรทัศน์ Thai PBS เมื่อวันที่ 11 - 14 และ 18 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมาผู้ร่วมรายการได้แก่นาย สุลักษณ์ ศิวรักษ์ และ นาย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลได้แสดงความคิดเห็นต้องการให้ยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 อันเป็นกฎหมายคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งประเทศต่างๆใน   โลกนี้ก็มีกฎหมายคุ้มครองประมุขของเขาเช่นเดียวกัน  นอกจากนั้นยังได้วิจารณ์ให้ร้ายต่อสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ และ เสนอห้ามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระราชดำรัสสดต่อปวงชนชาวไทย

          จึงเห็นได้ชัดเจนว่ารายการตอบโจทย์ของสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ซึ่งมีพฤติกรรมแสดงออกตามที่กล่าวมาแล้วนั้น  มีวัตถุประสงค์เคลือบแฝงที่ต้องการทำลายความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  การกระทำของสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนไทยทุกคนที่จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสมือนกับนำน้ำมันเข้าไปราดในกองไฟแห่งความแตกแยกของคนไทยที่ยังคุกรุ่นอยู่

          พวกเราชมรมคนรักในหลวงได้สาบานไว้แล้วว่าจะยอมพลีชีพเพื่อปกป้องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ขอประณามการกระทำของสถานีโทรทัศน์ Thai PBS พร้อมทั้งจะดำเนินการเอาผิดทั้งทางกฎหมาย และ ทางสังคมกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด

.........................................................


ชมรมคนรักในหลวง จังหวัด......................


ที่.........     

                         .......... มกราคม 2557


เรื่อง    ขอให้ดำเนินการในการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112

เรียน   นายกรัฐมนตรี

          จากกรณีนายเอกภพ เหลือรา (ตั้ง อาชีวะ) ได้กระทำการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท บนเวทีปราศรัย ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในห้วงวันที่ 27-30 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอให้ศาลออกหมายจับแล้วนั้น ปัจจุบันได้มีคลิปการกระทำดังกล่าวปรากฏอยู่ในยูทูป อันเป็นลักษณะของการเผยแพร่อยู่ตลอดเวลา ย่อมถือว่าเป็นการกระทำผิดด้วย

          ชมรมคนรักในหลวงจึงขอเรียกร้องให้ทางรัฐบาลได้เห็นความสำคัญและพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินการต่อการกระทำความผิดทั้ง 2 กรณี ด้วยการแก้ไขให้มีการลบคลิปดังกล่าวและจับกุมตัวผู้กระทำความผิดให้ได้โดยเร็ว เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีความจริงใจในความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์โดยมิได้ขาดความเอาใจใส่ละเลยในเรื่องนี้แต่อย่างใด

 

                                                                                 ขอแสดงความนับถือ

                                                                     ..............................................................

                                                                    ( ............................................................. )

                                                                  ประธานชมรมคนรักในหลวง จังหวัด............

 .........................................................


ชมรมคนรักในหลวง จังหวัด.........................


ที่.........

                          .......... มกราคม 2557


เรื่อง    ขอให้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยเร็ว

เรียน   ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

          จากกรณีนายเอกภพ เหลือรา (ตั้ง อาชีวะ) ได้กระทำการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท บนเวทีปราศรัย ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในห้วงวันที่ 27-30 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอให้ศาลออกหมายจับแล้วนั้น เนื่องจากนายเอกภพ เหลือรา ได้กล่าวปราศรัยจาบจ้วงอย่างรุนแรงในที่เปิดเผย โดยไม่เกรงกลัวต่อการกระทำความผิดและได้มีนักการเมืองขึ้นมากล่าวยกย่องมอบเงินรางวัลให้กับนายเอกภพ เหลือรา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำเลยน่าจะมีผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

          ชมรมคนรักในหลวงจึงขอเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้ความสำคัญต่อคดีนี้ โดยขอให้ดำเนินการจับกุมตัวผู้กระทำความผิดโดยเร็ว เพื่อแสดงให้เห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความจริงใจในความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มิได้ขาดความเอาใจใส่ละเลยในเรื่องนี้แต่อย่างใด

                                                                              ขอแสดงความนับถือ

                                                                   ..........................................................

                                                                  (............................................................)

                                                               ประธานชมรมคนรักในหลวง จังหวัด............

.........................................................


แถลงการณ์ชมรมคนรักในหลวง


เรื่อง    เรียกร้องให้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา ป.อาญา มาตรา 112 ตามหมายจับโดยเร็ว

          กรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีการออกหมายจับ นายเอกภพ เหลือรา หรือ “ตั้ง อาชีวะ” ในข้อหาหมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกรณีได้ไปปราศรัยในที่ชุมนุม ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ระหว่างวันที่ ๒๗ – ๓๐ พ.ย. ๕๖ และปัจจุบันยังมีคลิปวีดีโอปรากฏในโซเชี่ยลมีเดียอยู่ในขณะนี้

          ในฐานะที่พวกเราชมรมคนรักในหลวงทั่วประเทศตามรายชื่อท้ายนี้ได้รวมตัวทำกิจกรรมเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ มาตลอดเวลา เห็นว่าการกระทำของนายเอกภพ เหลือรา หรือ "ตั้ง อาชีวะ" เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยเปิดเผยและกระทบกระเทือนจิตใจของพสกนิกรผู้จงรักภักดีทั่วประเทศ

          จึงขอเรียกร้องนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่รักษาการอยู่ในขณะนี้ สั่งการให้ดำเนินการจับกุมบุคคลตามหมายจับโดยเร่งด่วนและดำเนินการลบคลิปหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ดังกล่าวโดยเร็วเพื่อแสดงความจริงใจในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากพฤติกรรมล่วงละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง ไม่ควรปล่อยให้ความเสียหายดำเนินต่อไปโดยไม่กระทำการใดๆ

 

                                                                                                มกราคม ๒๕๕๗

 

๑. ลงชื่อ วีรพงษ์ สิทธิจันทรเสน ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัด มหาสารคาม

๒. ลงชื่อ ปรีชา เข็มบุปผา ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัด บุรีรัมย์

๓. ลงชื่อ สุวัฒน์ โคตะสิน ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัด อุบลราชธานี

๔. ลงชื่อ รติรส กาญจนธาร ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัด สงขลา ฯลฯ

.........................................................


ที่         /๒๕๕๗

                                เมษายน ๒๕๕๗


เรื่อง     ขอให้ดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒

เรียน    ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

          ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวสารการเผยแพร่คลิปวีดีโอของ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” ที่ได้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว “VICE NEWS” โดยมีเนื้อหาเข้าข่ายความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ อย่างชัดเจน นั้น

          พฤติกรรมของ นายวุฒิพงศ์ฯ มีลักษณะเช่นเดียวกับกรณีของ นายเอกภพ เหลือรา หรือ “ตั้ง อาชีวะ” ซึ่งถือว่ามีเจตนาที่จะล่วงละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน บุคคลทั้ง ๒ ต่างมุ่งหวังที่จะโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนและบุคคลโดยทั่วไปมีความเข้าใจผิดต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ทรงมีส่วนเกี่ยวข้องในทางการเมือง การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง

          ดังนั้น ในฐานะพสกนิกรชาวไทย ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   กอปรกับเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง “มูลนิธิบุคคลพอเพียง” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวทางของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสนับสนุนให้ประชาชนชาวไทยได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงขอเรียกร้องให้ท่านในฐานะผู้รักษากฎหมายได้ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวอย่างถึงที่สุด

          และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้การบังคับบัญชาของท่านจะสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้เกิดขึ้นกับพสกนิกรชาวไทยที่ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดไป

          จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ

                                                                    ขอแสดงความนับถือ

                                                          พลโท

                                                                       (ผดุง นิเวศวรรณ)

                                                          ประธานกรรมการมูลนิธิบุคคลพอเพียง

.........................................................


แบบแสดงความจำนงขอจัดตั้งชมรมคนรักในหลวง


จังหวัด………………………………

     รูปถ่าย


      (ถ้ามี)


ข้าพเจ้า ( นาย,นาง,นางสาว ) ..................................................................................................อายุ..............ปี

หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน...........................................................อยู่บ้านเลขที่......................หมู่.....................

ตำบล...........................อำเภอ..............................................จังหวัด.......................................รหัสไปรษณีย์.................

หมายเลขโทรศัพท์...................................................ประกอบอาชีพ.............................................................................

            ขอแสดงความจำนงจัดตั้งชมรมคนรักในหลวง จังหวัด....................................... ด้วยความเต็มใจยิ่ง และ พร้อมที่จะดำเนินกิจกรรม ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ คือการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสนับสนุนให้ประชาชนเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อเสริมสร้างความผาสุกให้แก่ตนเอง ตลอดจนครอบครัว และสนับสนุนให้ประชาชนได้มีโอกาสร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

            ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและจะปกป้องพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต

 

ลงชื่อ...................................................................ผู้แสดงความจำนง

         (                                                     )

                   .............. / ............... / ..............

ข้อมูลของผู้จัดตั้งชมรมคนรักในหลวง


ชื่อ....................................................          นามสกุล...............................................

ชื่อบิดา.............................................         ชื่อมารดา..............................................

ชื่อสามี (ภรรยา)........................................อาชีพ...............................................................

ชื่อ     บุตร – ธิดา

        นาย................................................   อายุ..............  อาชีพ........................................

        นาง................................................   อายุ.............   อาชีพ........................................

นางสาว..........................................   อายุ..............  อาชีพ........................................

ชื่อ     พี่ น้อง

        นาย...............................................    อายุ..............  อาชีพ........................................

        นาง...............................................    อายุ..............  อาชีพ........................................

นางสาว..................................        อายุ..............  อาชีพ........................................

ภูมิลำเนาเดิมเกิดที่.............................................................................................................

...........................................................................................................................................

ภูมิลำเนาปัจจุบัน...............................................................................................................

...........................................................................................................................................

การศึกษา...........................................................................................................................

ตำแหน่งทางราชการ..........................................................................................................

ตำแหน่งอื่นๆ......................................................................................................................

อาชีพทั้งในอดีต และ ปัจจุบัน............................................................................................

...........................................................................................................................................

คณะกรรมการที่จะร่วมในการดำเนินงาน ( ชื่อ ตำแหน่ง )

.......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................               แบบแสดงความจำนงเป็นสมาชิก “ ชมรมคนรักในหลวง ”

รูปถ่าย


(ถ้ามี)


ข้าพเจ้า ( นาย,นาง,นางสาว ) ..................................................................................................อายุ..............ปี

หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน...........................................................อยู่บ้านเลขที่......................หมู่.....................

ตำบล...........................อำเภอ..............................................จังหวัด.......................................รหัสไปรษณีย์.................

หมายเลขโทรศัพท์...................................................ประกอบอาชีพ.............................................................................

           

            ขอแสดงความจำนงเข้าร่วมเป็นสมาชิก “ ชมรมคนรักในหลวง ” ด้วยความเต็มใจยิ่ง และ พร้อมสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของชมรม ฯตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ คือการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อให้ประสบความสำเร็จ มีความสุขอย่างยั่งยืน และ ร่วมกันถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

            ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและจะปกป้องพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต

 

ลงชื่อ...................................................................ผู้แสดงความจำนง

         (                                                           )

                   .............. / ............... / ..............

แบบแสดงความจำนงขอจัดตั้งชมรมคนรักในหลวง

แบบแสดงความจำนงเป็นสมาชิก “ ชมรมคนรักในหลวง ”

 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved