พระราชอารมณ์ขัน..เมื่อหมอห้ามทรงดนตรีเครื่องเป่า


เมื่อในหลวง ร.๙ ทรงเลี่ยงคำสั่งแพทย์ “ห้ามเป่าแซกโซโฟน” ที่อ่านกี่ครั้ง ก็อดอมยิ้มตามไม่ได้....คงมีเพียงพระองค์ท่านที่คิดได้..

ด้วยพระอัจริยภาพทางดนตรี ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นประจักษ์แก่สายตาปวงชนชาวไทย รวมไปถึงชาวต่างชาติทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งทรงได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2529 ให้เป็นองค์อัครศิลปินแห่งชาติ

โดยพระองค์ทรงเล่นได้เครื่องดนตรีหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็น แซกโซโฟน, เปียโน, ทรัมเปต, กีตาร์, ไวโอลิน, ขลุ่ย, คลาริเนต, แตร

แต่ที่ทรงโปรดที่สุด ก็คือ แซกโซโฟน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นมาตั้งแต่อายุ 13 พรรษา ขณะประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กับครูชาวอัลซาส ชื่อนายเวย์เบรชต์

<<ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริฯ  ซึ่งต่อมาในหลวง รัชกาลที่ ๙ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอิสริยยศและเฉลิมพระนาม หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ขึ้นเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ) >>




ขอนำบทความจาก “หนังสือจ้าวแผ่นดินไทย ราชันแห่งโลก” ที่กล่าวถึง หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ เมื่อครั้งประทานเล่าถึงความฝักใฝ่ในการทรงดนตรีของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยมีเนื้อความว่า ในสมัยที่(ในหลวง รัชกาลที่ 9) ทรงจำเริญพระชันษาขึ้นวัยรุ่นแล้ว ขณะประทับอยู่ที่พระตำหนักวิลล่าวัฒนา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ครั้งหนึ่งประชวรด้วยพระโรคทางเดินหายใจ (หวัด) แพทย์ถวายการรักษาแล้ว

ขอพระราชทานพระราชานุญาต “ห้ามทรงดนตรีเครื่องเป่า” ไว้สักระยะหนึ่ง



แต่เมื่อ “พระอารมณ์ศิลปิน” เกิดขึ้น ทรงพระราชดำริทำนองเพลงปรากฏขึ้นมาในพระจินตนาการ ก็ทรง “รอไม่ได้” เพราะทรงเกรงว่าถ้ารอไว้อาจจะทรงลืมเลือนหรือแปรเปลี่ยนไปเสียอีก

ดังนั้นอีกครู่หนึ่ง ต่อมา เสียงแซกโซโฟน ก็กังวานแว่วขึ้นได้ยินไปทั่วพระตำหนักอย่างไพเราะเพราะพริ้ง

สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และบรรดาข้าราชบริพารได้ยินเสียงก็พากันตกพระทัย ต่างรีบไปห้องประทับอย่างชุลมุน

พลางคิดหาคำพูดไว้กราบบังคมทูลทัดทานและประเมินผลสำเร็จอยู่ในใจ

เพราะต่างรู้กันอยู่ว่า “หมอห้าม”

แต่แล้วทุกพระองค์และทุกคนต่างก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ และอดที่จะขำขันกับภาพที่ได้เห็นนั้นไม่ได้

เพราะที่เห็นคือ หม่อมเจ้าจักรพันธ์ฯ ประทับนั่งขัดสมาธิอยู่กับพื้น มีแซกโซโฟนห้อยอยู่ที่คอ โอษฐ์ทรงอมลิ้นแซกโซโฟน เป่าจนแก้มโป่ง สองกรยันองค์อยู่

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับคุกพระชานุ (เข่า) อยู่เบื้องปฤษฎางค์ (หลัง) ของหม่อมเจ้าจักรพันธ์สองพระกรโอบองค์หม่อมเจ้าจักรพันธ์ ไป ทรงไล่นิ้วแซกโซโฟนอยู่ข้างหน้า

เป็นอันว่าหม่อมเจ้าจักรพันธ์ทรงเป่าลมให้ออกเสียง

ส่วนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงไล่นิ้วเสียงให้เป็นไปตามทำนองเพลง

 

เป็นภาพที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน  (**ท่านผู้อ่านนึกภาพออกหรือไม่** ใช้คำสามัญอธิบายได้ว่า เหมือนในหลวงโอบกอดอยู่เบื้องหลัง ท่านชายจักรฯ และทรงเล่นแซกโดยไม่ได้เป่า แต่ผู้เป่าคือ ท่านชายจักรฯ)



(05 Jul 1960, Manhattan, New York, New York, USA --- Swing Session. New York, New York: Benny Goodman (right) and King Bhumiphol of Thailand entertain each other at an impromptu jam session at the former's apartment here, July 5. The Thailand king was given a rousing three-band ticker tape welcome to the city, July 5. The king, who writes music and plays alto sax, was born in Cambridge, Massachusetts and is currently on a tour of the United States with his wife, Queen Sirikit. July 5, 1960. --- Image by © Bettmann/CORBIS)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ จะทรงเป็นเช่นนี้เสมอมา คือ เมื่อทรงสนพระราชหฤทัยในสิ่งใดจะทรงทุ่มเท ฝักใฝ่จริงจังกับสิ่งนั้น ไม่สำเร็จไม่รู้ผลจะไม่ทรงเลิกราเป็นอันขาด

แม้ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมประชาชนก็เช่นเดียวกัน เมื่อทรงตั้งพระราชหฤทัยว่าวันนี้จะเสด็จไปไหน ไปถึงไหนแล้ว ไม่ว่าจะค่ำมืดดึกดื่น

 หนทางจะทุรกันดารเพียงไร จะต้องเสด็จฯ จนครบตามจุดหมายที่ทรงกำหนดไว้เสมอ.


...........................................




ขอบคุณข้อมูล : หนังสือจ้าวแผ่นดินไทย ราชันแห่งโลก

เรียบเรียงโดย : ศรัญญา สิงขรณ์ ทีมข่าวภูมิภาคทีนิวส์

http://www.tnews.co.th/contents/214756

bloggang.com และ ผู้จัดการ


มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอิสริยยศและเฉลิมพระนาม หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ขึ้นเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2537

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved