สิ่งแวดล้อม…หลักการองค์ความรู้มิติที่ 6 แห่งศาสตร์ของพระราชา

         การพัฒนาทางเศรษฐกิจและความเจริญก้าวหน้าของประเทศต่างๆ มักเกิดปัญหาสำคัญประการหนึ่งควบคู่กันมาคือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ ยิ่งการพัฒนารุดหน้าไปเท่าใด ปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและภาวะมลพิษก็ยิ่งก่อตัวและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ประเทศไทยเองก็ประสบกับปัญหาดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้เพราะการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยการนำเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์โดยขาดการวางแผนการจัดการที่เหมาะสมเพื่อรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่เหลืออยู่มีสภาพเสื่อมโทรมลงจนส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและระบบนิเวศโดยรวม

          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงห่วงใยต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยทรงยึดมั่นในแนวพระราชดำริการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าควบคู่กับการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้ดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน จึงได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวิธีการปรับปรุงสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น โดยในด้านการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้น ทรงเน้นงานการอนุรักษ์และฟื้นฟู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของปัญหาน้ำเน่าเสียและปัญหาขยะ ทรงใช้หลักการพลิกฟื้นคืนชีวิตด้วยวิถีแห่งธรรมชาติผสมผสานกับหลักวิชาการตามแนววิทยาศาสตร์เพื่อให้สามารถจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตามพระราชประสงค์ เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยพระราชดำริ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการจัดการน้ำเสียและขยะเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นสรุปได้ดังนี้

           การใช้น้ำคุณภาพดีมาช่วยบรรเทาน้ำเน่าเสีย หรือที่เรียกกันว่า "น้ำดีไล่น้ำเสีย" ได้แก่ การใช้น้ำที่มีคุณภาพดีช่วยผลักดันน้ำเน่าเสียออกไปและช่วยให้น้ำเน่าเสียมีสภาพเจือจางลง ทั้งนี้โดยรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาหรือจากแหล่งน้ำภายนอกส่งไปตามคลองต่างๆ เช่น คลองบางเขน คลองบางซื่อ คลองแสนแสบ คลองเทเวศร์ หรือคลองบางลำภู ซึ่งกระแสน้ำจะไหลแผ่กระจายขยายไปตามคลองซอยที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้านหนึ่ง ดังนั้นเมื่อมีการกำหนดวงรอบเกี่ยวกับการไหลของน้ำไปตามคลองต่างๆ นับแต่ปากคลองที่น้ำไหลเข้ามาจนถึงปลายคลองที่น้ำไหลออกได้อย่างเหมาะสม โดยน้ำสามารถไหลเวียนไปตามลำคลองได้ตลอดแล้ว จะทำให้สามารถเจือจางน้ำเน่าเสียและชะล้างสิ่งโสโครกออกไป ซึ่งจะเป็นวิธีการช่วยบรรเทาน้ำเน่าเสียในคลองต่างๆ ตอนช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี

           การบำบัดน้ำเสียโดยใช้เครื่องกรองน้ำธรรมชาติ โดยการนำผักตบชวามาทำหน้าที่ดูดซับความสกปรกและโลหะหนัก รวมทั้งสารพิษจากน้ำเน่าเสีย หรือที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเรียกว่า “ใช้อธรรมปราบอธรรม” ในโครงการปรับปรุงบึงมักกะสันที่ทรงศึกษาด้วยพระองค์เอง ซึ่งจากการทดสอบคุณภาพน้ำในบึงพบว่ามีค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำตามจุดต่างๆ มีปริมาณเพิ่มขึ้น แสดงว่าน้ำในบึงเมื่อได้รับการปรับปรุงโดยทั่วไปมีคุณภาพดีขึ้นดังพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2528 ความตอนหนึ่งว่า “...บึงมักกะสันนี้ ทำโครงการ ที่เรียกว่าแบบคนจน โดยใช้หลักว่าผักตบชวาที่มีอยู่ทั่วไปนั้น เป็นพืชดูดความโสโครกออกมาแล้วก็ทำให้น้ำสะอาดขึ้นได้ เป็นเครื่องกรองธรรมชาติใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และธรรมชาติของการเติบโตของพืช...”

            การบำบัดน้ำเสียด้วยการผสมผสานระหว่างพืชน้ำกับระบบเติมอากาศ ด้วยทรงห่วงใยในปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกิดขึ้นในหนองหาน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นแหล่งรับน้ำเสียจากครัวเรือนในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร ที่มีสภาพเกินขีดความสามารถในการรองรับของเสีย จึงพระราชทานแนวพระราชดำริทฤษฎีการบำบัดน้ำเสียด้วยการผสมผสานระหว่างพืชน้ำกับระบบการเติมอากาศ ณ บริเวณหนองสนม-หนองหาน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างวิธีธรรมชาติกับเทคโนโลยีแบบประหยัด โดยมีกรมประมงร่วมกับกรมชลประทานดำเนินการศึกษาและก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียในบริเวณดังกล่าว โดยมีระบบบำบัดด้วยพืชน้ำซึ่งเป็นวิธีการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติ

            การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบ่อบำบัดและพืชน้ำ ทรงนำวิธีการทางธรรมชาติมาใช้บำบัดน้ำเสียชุมชน โดยมีตัวอย่างที่เห็นผลชัดเจนคือ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นพื้นที่ศึกษาทดลองการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบ่อบำบัดและวัชพืชตามแนวพระราชดำริ โดยนำน้ำเสียจากเทศบาลเมืองเพชรบุรีส่งต่อด้วยระบบท่อมายังพื้นที่โครงการฯ โดยการบำบัดเริ่มจากระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย กักพักน้ำเสียไว้ในระยะเวลาที่เหมาะสม เติมออกซิเจนด้วยกระบวนการสังเคราะห์แสงของแพลงก์ตอนและสาหร่ายอาศัยแรงลมช่วยเติมอากาศ การย่อยสลายสารอินทรีย์ ระบบพืชและหญ้ากรองน้ำเสีย ใช้พืชช่วยบำบัด ระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม ทำแปลงหรือบ่อน้ำเพื่อบำบัดน้ำเสียโดยปลูกพืชน้ำ 2 ชนิดคือ กกกลม (กกจันทรบูร) และธูปฤาษี ช่วยในการบำบัดน้ำเสีย ระบบแปลงพืชป่าชายเลน ใช้หลักการเจือจางระหว่างน้ำเสียกับน้ำทะเล ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าระบบบำบัดน้ำเสียด้วยบ่อบำบัดและพืชนี้สามารถบำบัดน้ำเสียได้เป็นอย่างดี

            กังหันน้ำชัยพัฒนา ทรงสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับอุปกรณ์การเติมอากาศ และทรงค้นคิดทฤษฎีบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการเติมอากาศ ซึ่งเป็นรูปแบบสิ่งประดิษฐ์ที่เรียบง่าย ประหยัด ใช้หลักการให้ใบพัดเคลื่อนน้ำและช่องรับน้ำไปสาดกระจายเป็นฝอยเพื่อให้สัมผัสกับอากาศได้อย่างทั่วถึง ทำให้ออกซิเจนในอากาศสามารถละลายเข้าไปในน้ำได้อย่างรวดเร็ว และในช่วงที่น้ำเสียถูกยกขึ้นมากระจายสัมผัสกับอากาศตกลงไปยังผิวน้ำจะทำให้เกิดฟองอากาศจมตามลงไป ก่อให้เกิดการถ่ายเทออกซิเจนอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งกังหันน้ำชัยพัฒนาจะใช้ประโยชน์ได้ทั้งการเติมอากาศ การกวนแบบผสมผสาน และการทำให้เกิดการไหลตามทิศทางที่กำหนดเพื่อใช้ในการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากแหล่งชุมชนและแหล่งอุตสาหกรรม และได้มีการนำไปใช้งานทั่วประเทศ

             การกำจัดขยะแบบครบวงจร นับวันขยะมีแต่จะเพิ่มขึ้นในขณะที่มีพื้นที่ทิ้งลดลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการกำจัดขยะที่ผ่านการทดลองและใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมคือ ทำให้สามารถใช้ก๊าซที่เกิดจากขยะก่อน จากนั้นให้นำขยะไปร่อนแยกส่วนประกอบแล้วนำเอาสารปรับปรุงดินไปใช้ในการปลูกพืช ส่วนที่เหลือใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ ให้นำเอาไปเผาเพื่อนำเอาพลังงานความร้อนมาใช้ประโยชน์ นอกจากนั้นส่วนที่เหลือให้นำเอาไปอัดแท่งนำไปใช้ประโยชน์ในทางก่อสร้าง ครั้นพื้นที่ขยะที่นำออกไปใช้ประโยชน์แล้วว่างลง ก็สามารถนำขยะชุดใหม่เข้าไป แล้วทำในลักษณะเดียวกัน ยังผลให้เกิดพื้นที่รองรับขยะหมุนเวียนกันไป

 

 

 

 

ขอขอบคุณ ห้องสมุดมั่นพัฒนา

ข้อมูลเพิ่มเติม มูลนิธิชัยพัฒนา, หนังสือสัจธรรมแห่งแนวพระราชดำริสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved