เฉลิมพระเกียรติ “แม่ของแผ่นดิน” เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗ รอบ ตอน พระราชประวัติ

10505362_600908673354525_3011819453583150830_n


       เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ วันที่ 12 สิงหาคม 2559 โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ขอเชิญชมสารคดีเฉลิมพระเกียรติ ชุด "แม่ของแผ่นดิน" ซึ่งจะนำเสนอทุกวันเสาร์ โดยจะออกอากาศวันเสาร์นี้เป็นตอนแรก 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชินีแห่งสยาม มีพระนามเดิมว่า หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เป็นพระธิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร พระราชสมภพ เมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2475 ณ บ้านของพลเอกเจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ บิดาของหม่อมหลวงบัว โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า "สิริกิติ์" อันมีความหมายว่า "ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร"

aa1


เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ทรงเริ่มการศึกษาชั้นอนุบาล ที่โรงเรียนราชินี ต่อมาทรงย้ายไปศึกษาต่อ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ เนื่องจากขณะนั้นเป็นช่วงที่บ้านเมืองต้องเผชิญกับภาวะสงครามมหาเอเชียบูรพา ณ โรงเรียนแห่งนี้ นอกจากจะทรงศึกษาตามหลักสูตรปกติแล้ว ยังทรงเลือกเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และเปียโน เป็นวิชาพิเศษ ด้วยทรงมุ่งหวังที่จะเรียนดนตรีเพื่อเป็นวิชาชีพในอนาคต

ในปี 2489 เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง รัฐบาลได้แต่งตั้งให้พระบิดาไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำสำนักเซ็นต์เจมส์ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จึงได้ตามเสด็จไปอยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้า โดยทรงศึกษาภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ควบคู่กับการเรียนเปียโน ในเวลาต่อมา เมื่อพระบิดาทรงย้ายไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ประจำประเทศเดนมาร์กและฝรั่งเศส ที่ฝรั่งเศสนี้เอง หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ มีโอกาสได้รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และโปรดที่จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังกรุงปารีส เพื่อทอดพระเนตรโรงงานรถยนต์อยู่เสมอ ทำให้ทรงคุ้นเคยกับครอบครัวกิติยากรเป็นอย่างดี

 ด้วยความน่ารัก สดใส ประกอบกับพระอุปนิสัยที่สุภาพอ่อนน้อม และความสนพระทัยในสิ่งเดียวกันหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะการดนตรี ทำให้เป็นที่ต้องพระราชอัธยาศัย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ครั้งแรกพบ ในเดือนตุลาคม 2491 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประสบอุปัทวเหตุทางรถยนต์ ขณะทรงขับรถพระที่นั่งออกจากเมืองโลซานน์ ทำให้ต้องทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ระหว่างนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เข้าเยี่ยมพระอาการเป็นประจำจนพระอาการดีขึ้น นับเป็นช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ มีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

วันที่ 19 กรกฎาคม 2492 ทรงหมั้นกันเป็นการภายใน อย่างเรียบง่าย ณ โรงแรมวินด์เซอร์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ด้วยพระธำมรงค์เพชรหนามเตยรูปหัวใจ ซึ่งเป็นพระธำมรงค์องค์เดียวกับที่สมเด็จพระบรมราชชนก พระราชทานแด่สมเด็จพระบรมราชชนนี จนเมื่อเดือนมีนาคม 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จนิวัติพระนคร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ตามเสด็จพระราชดำเนินกลับมายังประเทศไทยด้วย

ทั้งสองพระองค์ ทรงเข้าสู่พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 ท่ามกลางความปีติยินดี ของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พร้อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุด ตามโบราณราชประเพณี และในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ทรงสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินี

ตลอดระยะเวลา แห่งการดำรงพระอิสริยยศพระราชินี จนถึงสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ ทั้งในฐานะ "พระผู้เป็นที่พึ่งของปวงชนชาวไทย" และในฐานะ "คู่บุญคู่พระราชหฤทัย" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภาระ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร อันเป็นที่ประจักษ์ และรักยิ่งของอาณาประชาราษฎร์จวบจนปัจจุบัน

....................................


ที่มา : สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และ BUGABOO.TV

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved