“สวนลุงเครา”ปลูกผักอินทรีย์ส่งออก เลียบเส้นทาง “นนทบุรี-นครปฐม”



         แม้จะจบการศึกษาแค่ ป.4 แต่ สมศักดิ์ จุ้ยนาม หรือลุงเครา แห่ง ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

         มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการทำเกษตรแบบครบวงจร จนสามารถเปลี่ยนเกษตรเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ 100% เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศในปัจจุบัน

         และยังเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ต้นแบบของหน่วยราชการที่มีผู้สนใจมาศึกษาดูงานไม่ขาดสายในแต่ละวัน

        ไม่ว่าจะเป็น คะน้า มะเขือ ผักกูด มะนาว และพืชผักตระกูลพริก ที่สำคัญสามารถบังคับให้ผลผลิตพืชบางชนิดออกนอกฤดูได้ด้วย เช่น การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ซึ่งปัจจุบันที่ให้ผลผลิตแล้วมีทั้งหมดกว่า 400 ต้น และกำลังจะปลูกเพิ่มอีก 500 ต้น จนทำให้เจ้าของสวนมีรายได้ทั้งรายวัน รายเดือนและรายปี

        โดยเฉพาะผลผลิตที่ได้ทุกวันนี้มีไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย จนต้องขยายเครือข่ายไปสู่ตำบลใกล้เคียง โดยใช้สวนลุงเคราเป็นต้นแบบ พร้อมทำตลาดให้ด้วย



        ลุงเคราเริ่มวิถีเกษตรอย่างจริงจังเมื่อปี 2519 จากการทำนาเพียงอย่างเดียวด้วยเนื้อที่เพียง 15 ไร่ 

        จากนั้นในปี 2528 ก็หันมาปลูกไม้ผลเสริม อาทิ ส้มเขียวหวาน มะม่วง พุทรา ลำไย ฯลฯ พร้อมกับขุดบ่อเลี้ยงปลา การทำนาและไม้ผล

         แต่ก็ใช้ปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืชอย่างเต็มที่หวังให้มีผลผลิตเพิ่ม

         แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เหตุเพราะค่าปุ๋ยค่ายาที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่แมลงศัตรูพืชก็เกิดอาการดื้อยา ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นมาก ส่วนผลผลิตก็ขายไม่ได้ราคา

        "ผมมาเจ๊งกับส้มในปี 2539 เพราะลงทุนไปมาก อัดเข้าไปเต็มที่ทั้งปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง สุดท้ายล้มไม่เป็นท่า ส้มเกิดโรคระบาด ผลส้มร่วงเต็มไปหมด ทั้งที่ใกล้จะเก็บผลผลิตได้แล้ว ตอนนั้นเป็นหนี้ทันทีเกือบ 5 แสน ต้องไปกู้ ธ.ก.ส.มา 1 ล้านบาท โปะหนี้เก่าหมดที่เหลือใช้ทำทุนต่อ ถูกตราหน้าจากชาวบ้านว่า 5 แสนยังไม่มีปัญญาใช้ กู้ใหม่มา 1 ล้านจะไหวเหรอ ตอนนั้นยอมรับว่ากดดันมาก" ลุงเคราย้อนอดีตอันขมขื่น

        หลังจากนั้นลุงเคราก็ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใหม่ด้วยการแปลงสวนส้มเป็นสวนมะนาวในบ่อซีเมนต์ แปลงที่นากว่า 15 ไร่เป็นแปลงปลูกผักคะน้า ต้นหอมและพริก แล้วก็ทำโรงเลี้ยงไส้เดือนเพื่อใช้ในการพื้นฟูดิน

         ปลูกพืชสมุนไพรไล่แมลง โดยหันหลังให้สารเคมีทุกชนิดตั้งแต่บัดนั้นมา แม้ช่วงแรกๆ อาจจะยากลำบาก เนื่องจากการปรับสภาพของดินยังไม่ดีพอ แต่ทุกวันนี้พื้นที่การเกษตรภายในสวนลุงเครา ทุกขั้นตอนการผลิตเป็นเกษตรอินทรีย์ 100%



         "ขณะนี้มะนาวมีอยู่ 400 ต้น ซึ่งใช้ผลผลิตแล้วและกำลังจะลงเพิ่มอีก 500 ต้น แต่ละต้นจะให้ผลผลิตเฉลี่ย 500 ผลต่อต้นต่อปี ในสวนมี 400 กว่าต้น คิดดูเอาแค่ขายลูกละบาทก็พอ ขณะที่ต้นทุนดูแลอยู่ที่ 3-4 บาทต่อต้นต่อปีเท่านั้น

           ส่วนที่ปลูกในบ่อซีเมนต์ก็เพราะสามารถบังคับให้ออกนอกฤดูได้เท่านั้นเอง ส่วนคะน้าและพริกเหลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 60 ตันต่อรอบ แต่ละรอบมีระยะเวลาปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน และผลผลิตส่วนนี้จะส่งออกอย่างเดียว คะน้าราคาส่งอยู่ที่ 18-20 บาทต่อกิโล" เจ้าของสวนลุงเคราเผย

        สวนลุงเครา นับเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ต้นแบบครบวงจร ที่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดินและการใช้ประโยชน์จากที่ดินทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้สนใจโดยทั่วไป.

................................................................

ใส่ความเห็น

© Copyright 2014 Welovethaiking.com , all rights reserved