พระคู่บารมี สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ


พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส





117-2-1089759644



วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสพระราชทานตามโบรารณราชประเพณี ณ วังสระปทุม


จวบจนวันนี้ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงปฏิบัติสมดังพระราชหฤทัยเคียงพระวรกายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงแบ่งเบาพระราชภาระทั้งปวงในการขจัดทุกข์บำรุงสุขพสกนิกรชาวไทยทั้งแผ่นดินมาโดยตลอด




พระราชประวัติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์


พระบรมราชินีนาถ


พระราชินีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2475 ณ บ้านของเจ้าคุณตา พลเอกเจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ ที่ถนนพระราม 6 กรุงเทพมหานคร เดิมมีฐานันดรศักดิ์เป็นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร พระนาม “สิริกิติ์”พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้าฯพระราชทาน มีความหมายว่า ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากรเป็นพระธิดาองค์ ใหญ่ของหม่อมเจ้า นักขัตรมงคล และหม่อมหลวงบัว (สนิทวงศ์) กิติยากร ที่มีพี่ชายสองคน และน้องสาวหนึ่งคนตามลำดับ คือ หม่อม ราชวงศ์กัลยาณกิติ์ หม่อมราชวงศ์อดุลยกิติ์ และหม่อมราชวงศ์บุษบา สธนพงษ์


ในวัยเด็กอยู่ในความดูแลของเจ้าคุณตา เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) และคุณยาย คุณบาง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ซึ่งต่อมาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นคุณท้าววนิดาพิจาริณี ผู้เคยถวายงานในฐานะนางพระกำนัลในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗


พระราชินี



เนื่องจากหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เจริญวัยในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และสงครามโลกครั้งที่ ๒ จึงได้รับการปลูกฝังให้ใช้ชีวิตอย่าง เรียบง่าย สมถะ แต่ก็โปรดการเล่นเปียโนมาก จนเมื่อสงครามสิ้นสุดลง และหม่อมเจ้านักขัตรมงคลได้รับแต่งตั้งเป็นอัครราชทูตประจำสำนักเซนต์เจมส์ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จึงติดตามไปอยู่ที่นั่น และเมื่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคลย้ายไปดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตประจำประเทศเดนมาร์กและฝรั่งเศส หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จึงย้ายตาม และเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยดนตรีในกรุงปารีส



ทรงพบกันครั้งแรกในหลวง สมเด็จ


ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ ขณะที่หม่อมเจ้านักขัตรมงคลรับราชการในฐานะเอกอัครราชทูตนั่นเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จจากเมืองโลซาน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มายังชานเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ครอบครัวของหม่อมเจ้านักขัตรมงคลจึงได้มาเฝ้ารับเสด็จ


ในครั้งนั้น สมเด็จพระราชชนนีมีรับสั่งให้พระราชโอรสทอดพระเนตรหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรด้วยว่าสวยน่ารักไหม ท่านผู้หญิงเกน หลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เขียนเล่าใน บันทึก เป็น อยู่ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถว่า หม่อมเจ้านักขัตรมงคลก็ไม่ไช่ใครอื่น เป็นหลานแท้ๆของสมเด็จย่า และเป็นคนดี หม่อมหลวงบัวก็เป็นลูกสาวเจ้าพระยาวงศาฯ ซึ่งเป็นคนดี ซื้อตรง และยังทรงกำชับว่า ถึงปารีสแล้วโทรฯ บอกแม่ด้วย ท่านผู้หญิงเกนหลงทรงเล่าในบันทึกต่อมาว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯถึงปารีสแล้ว จึงโทรศัพท์ตอบคำถามพระราชชนนีว่า เห็นแล้วน่ารักมาก



พระคู่บารมี สมเด็จพระนางเจ้าฯ




ในหลวง พระราชินีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เยือนปารีสอีกเพื่อทอดพระเนตรรถยนต์ และทรงเริ่มคุ้นเคยกับครอบครัวของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล พร้อมกับทรงต้องพระราชอัธยาศัยของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ในด้านดนตรีด้วย คราวหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุรถยนต์ที่นอกเมืองโล ซาน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ครอบครัวหม่อมเจ้านักขัตรมงคลเข้าเฝ้าฯ ณ โรงพยาบาล


“ตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุ ก็มีรับสังให้ครอบครัวเราเข้าเฝ้า เพราะทรงได้รับบาดเจ็บที่พระเนตรและพระเศียร คุณแม่ก็เข้าไปก่อน ตอนเข้าเฝ้าฯ ก็ให้จับพระหัตถ์ท่านแล้วบอกชื่อ พอถึงสมเด็จฯ ท่านก็ทูลว่า หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เพคะ พระเจ้าอยู่หัวท่านทรงจับมืออยู่นานพอสมควรเลย.. ท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงษ์ เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นในหนังสือ ด้วยพลังแห่งรัก


ต่อมาสมเด็จพระราชชนนี ทรงขอให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์มาศึกษาที่ประเทศสิสเซอร์แลนด์ โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเป็นผู้ปกครอง และเป็นธุระให้เข้าศึกษาที่โรงเรียนประจำซึ่งสอนวิชากุลสตรี และอยู่ใกล้ตำหนักในเมืองโลซาน



117-1-1089754946




นับจากวันที่ทรงพบกันครั้งแรก และทรงเริ่มมีความคุ้นเคยกัน ในวันที่ ๑๙ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ สมเด็จพระราชชนนีได้รับสั่งขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ต่อหม่อมเจ้านักขัตมงคล โดยพิธีหมั้นได้จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่โรงแรมวินด์เซอร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสวมพระธำมรงค์เป็นของหมั้นต่อหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ ซึ่งเป็นพระธำรงค์องค์เดียวกับที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงมอบต่อสมเด็จพระบรมราชชนนี


จนวันที่ ๑๒ สิงหาคม ปีเดียวกัน ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีงานเลี้ยงรับรองเล็กๆ ที่อบอุ่นเกิดขึ้น นอกจากจะเป็นวันครบรอบวันเกิด ๑๗ ปี ของหม่อมราชวงส์สิริกิติ์ กิติยากร แล้ว ยังเป็นวันสำคัญที่น่าปลื้มปิติสำหรับคนไทยทุกคน เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศข่าวทรงหมั้นให้คนไทยทราบในงานเลี้ยงอันเรียบง่าย ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ


ข่าวอันเป็นสิริมงคลนี้ ทำให้คนไทยเกิดความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ประหนึ่งดังแสงสว่างที่ส่องสู่หัวใจทุกดวง ท่ามกลางข่าวอันน่าเศร้าสลดที่จะทรงมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๓








พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส


ราชาภิเษกสมรส วังสระปทุมวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ สมเด็จพระสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส พระราชทานตามแบบโบราณราชประเพณี ณ วังสระปทุม และทรงประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรเป็น สมเด็จพระราชินี สิริกิติ์” พร้อมรับพระราชทานสายสะพายขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ราชาภิเษกสมรส






จากนั้นทั้งสองพระองค์เสด็จออก ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณในพระบรมมหาราชวัง ประทับคู่กันเหนือพระราชอาสน์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร และในวันรุ่งขึ้น เสด็จเป็นการส่วนพระองค์โดยรถไฟไปประทับพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา ๓ วัน ตามโบราณราชประเพณี โดยโปรดเกล้าฯให้มีผู้ตามเสด็จน้อยมาก ตลอดระยะทางมีประชาชนมากมายต่างพากันมาเฝ้า อย่างเนืองแน่น ทุกดวงหน้าล้วนเบิกบานแจ่มใส



สมเด็จพระนางเจ้า


หนึ่งความคิดบน “พระคู่บารมี สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

  1. Pingback: doogdigg.com

  2. Pingback: pligg.com

  3. ท่านทั้ง สอง ทรงเหมาะสมกันมาก ท่านทั้ง สองทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ต่อปวงชนชาวไทยตลอดมา หนูขอให้คุณพ่อ และ คุณแม่ ของแผ่นดินไทยอยู่คู่คนไทย ปวงชนชาวไทยลูกหลานของท่านไปนาน ทรงพระเจริญ

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved