สมเด็จพระเทพรัตน ฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดอุทัยธานี ดังนี้


วานนี้(10 ม.ค.61) เวลา 09.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลอุทัยธานี ทรงวางศิลาฤกษ์อาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุฉุกเฉิน ที่กระทรวงสาธารณสุขให้งบประมาณก่อสร้างขึ้น เพื่อเป็นอาคารบริการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และตรวจรักษาโรคแผนกผู้ป่วยนอกทุกสาขา ศูนย์ทันตกรรม ศูนย์ไตเทียม และศูนย์เคมีบำบัด ซึ่งเป็นการพัฒนาให้เป็นโรงพยาบาลที่ทันสมัย รองรับประชาชนในระดับจังหวัด และพัฒนาศักยภาพการบริการให้เป็นศูนย์เชี่ยวชาญดูแลโรคที่เป็นปัญหาของจังหวัด



 

อาทิ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง ไตวายเรื้อรัง มะเร็ง และการดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากจังหวัดอุทัยธานี ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ต้องจัดระบบบริการรองรับให้เป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพดี โดยเป็นอาคารสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 1 เป็นห้องฉุกเฉิน, ชั้น 2 ถึง ชั้น 6 เป็นห้องตรวจโรคแผนกต่าง ๆ และศูนย์ตรวจสุขภาพ, ชั้น 7 และ 8 เป็นสำนักงานฝ่ายบริหาร เวชสถิติ ศูนย์คอมพิวเตอร์ การเงิน การบัญชี และชั้น 9 เป็นห้องทรงงาน และห้องจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2562 โรงพยาบาลอุทัยธานีเป็นโรงพยาบาลทั่วไป ขนาด 350 เตียง มีผู้ป่วยนอกมารับบริการเฉลี่ยปีละกว่า 280,000 คน และผู้ป่วยใน 20,395 ครั้งต่อปี



เวลา 09.39 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามแนวพระราชดำริ ที่สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดอุทัยธานี สนองพระราชดำริจัดตั้งขึ้นบนที่ดินซึ่งนางวงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย สำหรับเป็นศูนย์ฝึกทักษะและพัฒนางานอาชีพ รวมถึงให้ราษฎรมีช่องทางประกอบอาชีพสร้างรายได้เสริมแก่ครอบครัว โดยเป็นอาคารคอนกรีตสูง 2 ชั้น ประกอบด้วยห้องต่าง ๆ อาทิ ห้องเรียน อาหารและขนม, ห้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์, ห้องเรียนภาษาและดนตรีไทย, ห้องอเนกประสงค์, ห้องสำนักงาน


ในการนี้ ทอดพระเนตรห้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โดยนำผลิตภัณฑ์กลุ่มเครือข่ายของศูนย์ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดอุทัยธานี มาจำหน่าย อาทิ กล้วยหมูหยอง กล้วยกรอบธัญพืช สมุดไดอารี่ และน้ำข้าวกล้องงอกจากข้าวสินเหล็ก ห้องเรียนอาหารและขนม มีวิทยากรจากแผนกอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวะศึกษานครสวรรค์ เข้ามาให้ความรู้ในการทำอาหารและขนมไทย อาทิ ข้าวคลุกกะปิ แกงเผ็ดเป็ดย่าง ขนมกล้วย ไดฟูกุ เค้กทุเรียน โดยเป็นการฝึกอาชีพหลักสูตรระยะสั้น 40 ชั่วโมง ปัจจุบัน มีผู้สนใจเข้ามาศึกษา 12 คน ห้องอเนกประสงค์ มีการฝึกสอนการทำเครื่องแขวน การร้อยพวงมาลัยขั้นพื้นฐาน และการแทงหยวกกล้วย เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และให้ราษฎรสามารถนำไปประยุกต์ใช้สร้างรายได้ให้กับตนเอง โดยมีศูนย์กาญจนาภิเษกวิทยาลัยในวัง เข้าไปให้ความรู้



เวลา 13.50 น. เสด็จพระราชดำเนินไปบ้านสะนำ อำเภอบ้านไร่ ทอดพระเนตรต้นไม้ยักษ์ ซึ่งมีชื่อทางการว่า "ต้นเลียงผึ้ง" และชื่อท้องถิ่นคือ "ต้นเซียง" อายุประมาณ 300 ปี เจริญเติบโตอยู่ในที่ดินของนางจีน ชาวป่า มี นายเฮียง ชาวป่า สามีและบุตรหลาน ช่วยดูแล เปิดให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนได้เข้าชมและศึกษาโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และให้คนในชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ ร่วมกันสืบสานและอนุรักษ์มรดกของบรรพบุรุษ


ต้นไม้ยักษ์ หรือ ต้นเซียง เป็นไม้เนื้ออ่อน มีพูพอนเป็นราก ช่วยค้ำยันลำต้นให้คงอยู่ วัดเส้นรอบวงตามพูพอนที่ยื่นออกมา กว้างประมาณ 45 เมตร ใช้คนกางแขนโอบได้ประมาณ 30 คน สูง 53 เมตร ต้นไม้ยักษ์ ยังเป็นศูนย์กลางจิตวิญญาณของคนในชุมชน ปัจจุบันมีศาลแม่นางวิไลวรรณ ที่นักท่องเที่ยวมากราบไหว้บูชา และมีศาลเจ้าบ้านเป็นหอขนาดเล็ก 2 หลัง ที่คนในหมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่อพยพมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเคารพบูชา ทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 จะมีพิธีเลี้ยงเจ้าบ้านและประเพณีปิดบ้าน ที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งที่อพยพมาจากกรุงเวียงจันทน์

ปัจจุบัน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศให้ต้นไม้ยักษ์ เป็นหนึ่งใน 65 ต้นไม้ใหญ่ที่สวยงาม หรือ "รุกข มรดกของแผ่นดิน" เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560 และเพื่อสะท้อนถึงความผูกพันของคนกับธรรมชาติ วัฒนธรรม ความเชื่อ ความศรัทธา ตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

ที่ตั้งของต้นไม้ยักษ์ ปกคลุมไปด้วยป่าหมาก ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ป่าหมากล้านต้น เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำผืนสุดท้าย มีคลองกระเวน และลำธารขนาดเล็กไหลผ่าน เป็นระบบนิเวศสำคัญ ที่มีคุณค่าต่อมนุษย์ พืช และสัตว์ นอกจากนี้ ในพื้นที่ยังมีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นอายุกว่า 100 ปี ที่สำคัญ ได้แก่ ต้นไทรย้อยใบแหลมยืนต้นโอบต้นเสลา ผลเป็นอาหารของนก, ต้นมะเกลือ, ต้นตาเสือ และต้นน่อง สูงกว่า 60 เมตร เปลือกและใบมีฤทธิ์เป็นยาแก้บิด

ที่มาคลิปข่าว : สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และ BUGABOO.TV , FB_สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี , เพจ เรารัก สมเด็จพระเทพ ฯ  : Our Beloved Princess Maha Chakri Sirindhorn


ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved