สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ดังนี้



วานนี้(30 พ.ย.60) เวลา 16.10 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษกพระสัมพุทธโคดม สิริกิติ์บรมราชินีนาถจตุราสีติวรรษมงคล พระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งคณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม ร่วมกับรัฐบาล และพุทธศาสนิกชน ร่วมกันจัดสร้างขึ้น เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 โดยเป็นพระพุทธรูป ที่มีพุทธลักษณะเดียวกับพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 แต่พระพุทธรูปองค์ฯ นี้ ยกพระหัตถ์ขวา ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ ความสูงตลอดพระรัศมี 38 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ประดิษฐานบนแท่นฐานแปดเหลี่ยม ทำด้วยทองคำขาว น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานนามว่า "พระสัมพุทธโคดมสิริกิติ์บรมราชินีนาถจตุราสีติวรรษมงคล" อันมีความหมายว่า "พระสัมพุทธโคดม องค์เป็นมงคลสร้างเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา"

ทั้งนี้ พระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา มีพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเท่าจำนวนปีแห่งพระชนมพรรษาเพิ่มเจริญขึ้นแต่ละปี พระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา เริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า ส่วนพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร เป็นพระพุทธรูปประจำวันพระบรมราชสมภพของพระมหากษัตริย์ หรือ พระบรมวงศ์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นตามประเพณีนิยมของพุทธศาสนิกชน เพื่อถวายสักการะบูชา



เวลา 17.41 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่ จำนวน 18 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ดังนี้ พลเอกฉัตรชัย  สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อีกตำแหน่งหนึ่ง, พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นายอุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม



ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกวิลาส อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย

โอกาสนี้ ได้พระราชทานพระราชดำรัส เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ความว่า

"ในโอกาสนี้อำนวยพรให้ทุกท่านมีกำลังใจ กำลังกายและกำลังปัญญา ที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณไว้ สรุปคือ ความมั่นคงของชาติ ความสุขและความปลอดภัยของประชาชน และชื่อเสียงตลอดจนวัฒนธรรมของประเทศชาติเรา ซึ่งมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน มีสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์ สถาบันคุ้มครองประเทศมาตลอด

การทำงานมาแน่นอนต้องเจอปัญหาที่ขัดข้อง ปัญหาต่างๆ และเกิดข้อบกพร่อง ผิดพลาดตลอด เป็นมาตามประวัติศาสตร์ แต่ใช้ปัญญา พร้อมกำลังใจและความมุ่งมั่นที่ดี จะรู้จักแก้ไขข้อขัดข้อง ข้อบกพร่องและอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะความสุขส่วนรวม ภาพรวม ตลอดจนความมั่นคงของชาติประชาชนเป็นสิ่งสำคัญของประเทศไทย มีวิธีการทำงานมากมายหลายอย่าง แต่ความมุ่งมั่น ตั้งปณิธานรับใช้ประชาชน ประเทศและสถาบันอันสูงสุดต่างๆ ของชาติ มีความสำคัญ ประชาชนอยากมีความสุข อยากมั่นใจ ปลอดภัย และพร้อมจะเดินก้าวหน้าไปในทางที่ถูกที่ควร ครม.ก็มีหน้าที่ขับเคลื่อน ดูแลปกป้อง คุ้มครองประเทศชาติแผ่นดินของเรา

ขอให้คำนึงถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านทรงรับสั่งไว้ ทรงปฏิบัติมามากมาย ถ้าศึกษาพระราชกรณียกิจ พระราชปณิธาน คงเป็นแนวทางที่ดีของชาติที่จะสืบสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์และแน่ใจประชาชนต้องการแบบนั้น ขอให้โชคดี"



เวลา 17.54 น. พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเงิน จำนวน 10.318 ล้านบาท เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือแก่โรงเรียนและครอบครัวของผู้ประสบอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม - 18 กันยายน 2560 โดยพระราชทานเพื่อเป็นค่าครุภัณฑ์ โต๊ะ-เก้าอี้ ของโรงเรียนที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากอุทกภัยจำนวน 52 แห่ง และพระราชทานทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องแก่บุตร หรือผู้อยู่ในความอุปการะของครอบครัวผู้เสียชีวิต จำนวน 11 คน จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี



ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยในภูมิภาคต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 ได้พระราชทานเงิน จำนวน 40 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยและโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 12 จังหวัด ที่ประสบอุทกภัย ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 - 9 กุมภาพันธ์ 2560 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 99 คน และมีบุตรหรือผู้ที่อยู่ในความอุปการะของผู้เสียชีวิตที่อยู่ในวัยศึกษา จำนวน 27 คน ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องจนจบปริญญาตรี และพระราชทานเงินสำหรับจัดหาครุภัณฑ์ที่จำเป็น ได้แก่ โต๊ะ-เก้าอี้ครูและนักเรียนของโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย จำนวน 267 แห่ง นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของพระราชทานเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระราชหฤทัยให้องคมนตรี ติดตามผลการพระราชทานความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง และนำความกราบบังคมทูลถวายรายงานเพื่อทรงพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทโดยตลอด

เวลา 18.03 น. พระราชทานพระราชวโรกาสให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย จำนวน 9 แห่ง เพื่อใช้ประโยชน์เป็นสถานที่ทำงานและเพื่อประโยชน์ในทางราชการตลอดไป ดังนี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโฉนดที่ดิน เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่จำนวน 79 ไร่ 2 งาน 60.9 ตารางวา ให้แก่กองทัพบก เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารโครงการพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าของแผ่นดิน

นายชูเกียรติ มาลินีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโฉนดที่ดินวังปารุสก์ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื้อที่จำนวน 9 ไร่ 26.5 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโฉนดที่ดินวังปารุสก์ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื้อที่จำนวน 4 ไร่ 3 งาน 1.5 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกองบัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์

พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโฉนดที่ดินวังปารุสก์ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื้อที่จำนวน 19 ไร่ 2 งาน 52 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกองบัญชาการตำรวจนครบาล

พลตรี สุรินทร์ นิลเหลือง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ที่ 15 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโฉนดที่ดิน พระรามราชนิเวศน์ วังบ้านปืน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่จำนวน 21 ไร่ 1 งาน 48.5 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 และพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ของชาติ และศิลปะจังหวัดเพชรบุรี

พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโฉนดที่ดิน ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่จำนวน 584 ไร่ 2 งาน 99.5 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

พลตำรวจโท อรรถชัย เกิดมงคล ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโฉนดที่ดิน ค่ายพระรามหก พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่จำนวน 1,244 ไร่ 24.2 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และพิพิธภัณฑ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโฉนดที่ดิน พระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่จำนวน 148 ไร่ 2 งาน 88.8 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกระทรวงมหาดไทย และพิพิธภัณฑ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เข้ารับพระราชทานโฉนดที่ดินคลอง 6 อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่จำนวน 300 ไร่ เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ และสถานที่ทำงานขององค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

เวลา 18.15 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการกองบัญชาการต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานตัวอย่างสีผ้าพระราชทาน เพื่อไปใช้เป็นเครื่องแบบของข้าราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ที่มาคลิปข่าว : สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และ BUGABOO.TV , โพสต์ทูเดย์ https://www.posttoday.com/social/royal/528113 , ข่าวสด https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_652952

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved