สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ดังนี้


เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2560 เวลา 19.49 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ดาโต๊ะ นาซีระห์ บินตี ฮุสซัยน์ (Dato' Nazirah binti Hussain) เอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลาในโอกาสที่พ้นจากหน้าที่

เวลา 19.59 น. พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นำพลเรือเอกพงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ในการนี้มีพระราชดำรัสความว่า

เวลา 21.03 น. นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และคณะผู้บริหารบริษัทฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2560 และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน เพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย และเพื่อสมทบมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

เวลา 21.13 น. ศาสตราจารย์บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน ซึ่งเป็นเงินที่ผู้ร่วมงาน "วันที่ระลึกวันทรงดนตรี" ประจำปี 2558-2559 บริจาคสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล

เวลา 21.22 น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ ผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดา และรองศาสตราจารย์คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบพระบาท เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และรับพระราชทานพระราโชบายเกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงเรียนจิตรลดา และวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา


และเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 60 เวลา16.45 น. เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนเป็นเครื่องทรงฤดูฝน ถวายพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต

โอกาสนี้ ทรงถอดมงกุฎจากพระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร แล้วทรงหยิบพระมหาสังข์ประจำพระองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรที่ตั้งอยู่ด้านข้าง ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมหารัตนปฏิมากร แล้วทรงรับพระมหาสังข์เพชรน้อยจากเจ้าพนักงาน ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมหารัตนปฏิมากร ทรงรับผ้าขาวจากเจ้าพนักงานเช็ดพระองค์ฯ เสร็จแล้ว ทรงสวมมงกุฎประจำฤดูฝน ถวายที่พระเศียรพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงกราบ จากนั้น ทรงหยิบผ้าขาวที่ซับองค์พระพุทธมหารัตนปฏิมากร ชุบน้ำพระสุคนธ์ในโถแก้ว แล้วทรงบีบลงในโถแก้วและหม้อน้ำ

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปที่ฐานชุกชีประดิษฐานพระสัมพุทธพรรณี ทรงถอดยอดพระรัศมีพระสัมพุทธพรรณี แล้วทรงรับยอดพระรัศมีประจำฤดูฝนจากเจ้าพนักงาน ทรงสวมถวายเปลี่ยนใหม่ ทรงพระสุหร่าย ทรงวางกระทงดอกไม้บนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และพระสัมพุทธพรรณี จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์, พระพุทธเลิศหล้านภาไลย และทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับพระมหาสังข์เพชรน้อย แล้วสรงที่พระเศียร

จากนั้น พระราชทานน้ำพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏแก่พระราชวงศ์ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พร้อมกันนี้ทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์แก่ข้าราชการที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทภายในพระอุโบสถ เมื่อพราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียน ครบ 3 รอบ และเจิมที่ฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแล้ว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ แล้วทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์ สรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิกรแก่ประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ เพื่อความเป็นสิริมงคล



เวลา 17.50 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลเข้าพรรษา

โอกาสนี้ ทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ ถวายพุ่มเทียนบูชาพระพุทธชินสีห์ แล้วทรงถวายพุ่มเทียน และทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์, พระรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส, พระรูปสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ และพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการและเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินไปถวายพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินออกจากพระอุโบสถ ไปทรงจุดเทียนพรรษาบูชาพระรัตนตรัย ถวายพุ่มเทียนบูชา ณ ปูชนียสถาน ภายในพระอาราม

เทศกาลเข้าพรรษา เป็นเทศกาลทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญในประเทศ โดยพระภิกษุสงฆ์ต้องจำพรรษาตลอด 3 เดือน เพื่อพักการเผยแผ่ศาสนายังสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งเดินทางยากลำบากในฤดูฝน และเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการเหยียบย่ำธัญพืชของชาวบ้าน โดยพระภิกษุสงฆ์จะได้ศึกษาพระธรรมวินัยเพื่อสร้างความสามัคคีในหมู่สงฆ์ ส่วนพุทธศาสนิกชนสามารถบำเพ็ญกุศลแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาตั้งใจปฏิบัติธรรม และละเว้นความชั่ว

เวลา 18.45 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายชีมอน โรเดด (Mr. Simon Roded) เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลาในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่

ที่มา : สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และ BUGABOO.TV , เพจ ชมรมคนรักพระมหากษัตริย์ของชาติไทย, เพจ We Love HRH Prince Dipangkorn Rasmijoti. 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved