ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ : ตามรอยพ่อ “ปลูกผักเลี้ยงน้อง”

 


โดย ณดาว


“ห้วยฮ่องไคร้” ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเนื้อที่ 8,500 ไร่ บนพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้ ป่าขุนแม่กวง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2525 สำหรับการศึกษา พัฒนา ทดลอง และ วิจัย ด้านป่าไม้ และการเกษตร ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ต้นน้ำลำธารของภาคเหนือ


ที่นี่เอง ได้มีพบและมีโอกาสพูดคุยกับ คุณ อดุลย์ มีสุข  หรือ พี่อดุลย์ เจ้าหน้าที่นักวิชาการเกษตรประจำศูนย์ห้วยฮ่องไคร้ ซึ่งได้เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของศูนย์ห้วยฮ่องไคร้ ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้น กระจายอยู่ตามภาคต่างๆ ตามหลักการทรงงานพัฒนาประเทศตามสภาพภูมิสังคม ที่ประกอบไปด้วย ภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ สภาพื้นที่ ภูมิอากาศ ขนบธรรมเนียมประเพณี โดยอีก 5 ศุนย์ที่เหลือก็คือ ศูนย์ฯพิกุลทอง จังหวัด นราธิวาส / ศูนย์ฯ เขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา / ศูนย์ฯ อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี / ศูนย์ฯ ภูพาน จังหวัด สกลนคร และ ศูนย์ฯบ้านห้วยทราย ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

ซึ่งในโอกาสที่ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี เมื่อปี 2549 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง เทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน ศูนย์ห้วยฮ่องไคร้ ได้เนรมิตพื้นที่ 20 ไร่ จัดเป็น “สวน 6 ศูนย์” ที่ได้มีการนำเอาไฮไลท์ ภาระกิจเด่นๆของทั้ง 6 ศูนย์มาจัดแสดงไว้ที่นี่


... โชคดีมากที่ได้เห็นพระราชกรณียกิจ โครงการในพระราชดำริเพื่อประโยชน์สุขของราษฎรของพระองค์ท่าน

ซึ่งในการหาพื้นที่เพื่อจัดตั้งศูนย์ศึกษาพัฒนาทั้งหมดนี้ พี่อดุลย์ เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จพระราชดำเนินดู และเลือกพื้นที่ด้วยพระองค์เอง

และที่ ห้วยฮ่องไคร้ นี้ก็เช่นกัน ...

เส้นทางถนนลูกรัง ดินแดง 2 ข้างทางเป็นป่าเป็นป่าเสื่อมโทรม ที่เสด็จพระราชดำเนินด้วยรถยนต์พระที่นั่งที่ทรงขับเอง เมื่อ ปี 2525 ... 27 ปี ที่แล้ว !!!

 


        ชาวห้วยฮ่องไคร้เขาถือว่าถนนสายนี้เป็นถนนสายประวัติศาสตร์ที่พวกเขาต้องรักษาคงสภาพเดิมไว้ ไม่ราดยาง และไม่แม้แต่จะการปรับผิวถนนให้เรียบ ก็เพื่อรำลึก สำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่แม้สภาพหนทางจะยากลำบาก แต่ก็ทรงเสด็จมา

แต่แม้จะพยายามคงสภาพเพียงใดแต่ก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจนได้ ... แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี !!!

จากป่าเสื่อมโทรมเมื่อ 27 ปีก่อน วันนี้สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ ต้นโตสูงใหญ่ ใบเขียว ดินที่แห้งแล้งทุรกันดารก็กลับมาชุมชื้น เพาะปลูกอะไรก็ขึ้น สัตว์ป่าที่หายไปก็กลับคืนมา ... พี่อดุลย์เล่าให้ฟังระหว่างที่พาขับรถตามรอยพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบนถนนสายประวัติศาสตร์ โดยชี้ให้สังเกตป่าไม้สองข้างทาง ที่เต็มไปด้วย

... ต้นไม้ของพ่อ ...

ต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริแนะนำให้คนห้วยฮ่องไคร้ปลูก ตามหลัก “ไม้ 3 อย่าง 4 ประโยชน์” หรือ ปลูกไม้  3 อย่าง เพื่อให้ประโยชน์ 4 ประการ !!! นั่นก็คือ ไม้ผล  ไม้โตเร็ว และไม้เศรษฐกิจ ประโยชน์ที่ได้ คือ กินได้ ใช้สอยได้ ขายได้ และ ช่วยอนุรักษ์ดินและต้นน้ำลำธารได้ด้วย พระองค์ทรงเน้นให้ปลูกพันธุ์ไม้ที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น  เพราะสามารถเจริญเติบโตได้ มีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่อยู่แล้ว  จึงไม่เป็นการเสี่ยงต่อภาวะการรอดตาย และเป็นที่รู้จักของราษฎรในท้องถิ่นอย่างดี และทรงแนะให้ปลูกลักษณะเสริมลงไปในธรรมชาติ  ไม่ใช่จับต้นไม้มาปลุกแบบเข้าแถวเรียงกัน ซึ่งการปลูกเสริมตามลักษณะธรรมชาติ  เมื่อต้นไม้โตขึ้นก็จะมีสภาพเป็นป่าธรรมชาติ และที่นี่คือ...

ป่าของพ่อ !!!

งานจากศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ ทำให้ความเป็นอยู่ของราษฎรทั้ง 11 หมู่บ้านรอบศูนย์ ดีขึ้น มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืน และพอเพียง จากเดิมที่ชาวบ้านมีรายได้เพียงปีละไม่ถึงหมื่น ทุกวันนี้มีรายได้จากการทำเกษตรพอเพียงปีนึงมากกว่า 1 แสนบาท หรือ บางครอบครัวสูงถึงปีละ 3 แสนบาท

เม็ดเงินอาจจะไม่มากมายที่จะทำให้พวกเขาร่ำรวยจนถูกจัดอันดับในสถิติหนังสือนิตยสารชื่อดังเล่มไหน แต่ที่แน่ๆรายได้ในระดับนี้สามารถทำให้พวกเขาอยู่ได้สบายๆอย่างยั่งยืน ด้วยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อ


และที่ศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสิรินธร ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงจัดตั้งขึ้น เพื่อให้การดูแลบุตรหลานของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ และราษฎรที่อาศัยอยู่รอบศูนย์ ... วันนั้นได้มีโอกาสออกแรงจับจอบ จับเสียม ... แม้จะไม่ถนัดเท่าจับปากการเขียนข่าวเขียนหนังสือก็เถอะ... ยกแปลงปลูกผักไว้ให้น้องๆเขาด้วย


...จะขอตามรอยของพ่อ ท่องคำว่าเพียงว่าพอจากหัวใจ จะขอตามรอยของพ่อ ด้วยความรัก ด้วยภักดี ตลอดไป...

 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved