ศาสตร์พระราชา… ศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน



“เป้าหมายในการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ ‘การพัฒนาที่ยั่งยืน’ เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของคน โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ให้คนมีความสุข โดยต้องคำนึงเรื่องสภาพภูมิศาสตร์ ความเชื่อทางศาสนา เชื้อชาติ และภูมิหลังทางเศรษฐกิจ สังคม แม้ว่าวิธีการพัฒนามีหลากหลาย แต่ที่สำคัญคือนักพัฒนาจะต้องมีความรัก ความห่วงใย ความรับผิดชอบ และการเคารพในเพื่อนมนุษย์ จะเห็นได้ว่าการพัฒนาเกี่ยวข้องกับมนุษยชาติ และเป็นเรื่องของจิตใจ”

ระราชดำรัส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

จากหนังสือพระมหากษัตริย์นักพัฒนาเพื่อประโยชน์สุขสู่ปวงประชา  พุทธศักราช 2554, หน้า 28-29

 

         นับแต่ปี 2493 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 64 ปีแล้วที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามสมดังพระปฐมบรมราชโองการโดยแท้ แม้ทุกวันนี้พระองค์จะมิได้เสด็จฯ ไปทรงงานตามสถานที่ต่างๆ เหมือนก่อน หากแต่ "องค์ความรู้" ที่ทรงใช้ในการพัฒนาเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขราษฎรนั้น ยังคงต่อยอดขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผ่านผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานในโครงการพระราชดำริต่างๆ

         ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้สัมผัสและริเริ่มนำองค์ความรู้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปใช้และเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมได้ให้นิยามองค์ความรู้ที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี้ว่าเป็น "ศาสตร์พระราชา" โดยกล่าวว่า

         "ศาสตร์พระราชา คือ การลงไปศึกษาเรียนรู้จากชุมชน ให้ชุมชนบอกว่าปัญหาคืออะไร ความต้องการของชาวบ้านคืออะไร พระเจ้าอยู่หัวทรงทำให้เห็นมาตลอด หรือแม้แต่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงไปนั่งคุยกับชาวบ้าน ผ้าเอามาดูทีละชิ้นแล้วบอกว่า อันนี้ดี อันนี้ไม่ดี และควรจะทำยังไงต่อ คุณภาพของผ้าจึงดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่มีพระองค์ ป่านนี้ผ้าไหมคงสูญหายไปจากเมืองไทยแล้ว และนี่ก็คือ ศาสตร์พระราชินี"

         ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ทำงานสนองคุณแผ่นดินมาเกือบ 5 ทศวรรษยังบอกว่า นอกจากศาสตร์พระราชาแล้ว ยังมีศาสตร์พระราชินี ศาสตร์สมเด็จย่า ศาสตร์สมเด็จพระเทพฯ โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น "ผู้นำ" ของศาสตร์ทุกศาสตร์ นั่นเอง

         “เท่าที่พบร้อยละ 90 ของปัญหาคือเรื่องหนี้สิน พระบาทสมเด็จพะรเจ้าอยู่หัวเรียนรู้จากชุมชนแล้วมาศึกษาจนได้หนทางแก้ไข ผมก็เรียนรู้จากพระองค์ท่านโดยเอาศาสตร์พระราชามาศึกษากับชุมชนว่าปัญหาคืออะไร ความต้องการคืออะไร แล้วดูว่ามีโครงการพระราชดำริไหนของพระองค์ไหนที่จะนำไปแก้ไขได้ ผมไปศึกษาความรู้ของพระองค์แล้วได้คำตอบมาน่าจะเป็นแบบนี้ๆ แล้วก็ให้ชาวบ้านมาดูโครงการพระราชดำรินั้นๆ ถ้าชาวบ้านบอกว่าใช่ก็จะนำไปปฏิบัติจริงต่อไป ศาสตร์ของพระราชาเป็นการทำจากล่างขึ้นบน”

          ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ศาสตร์พระราชา เป็นศาสตร์ที่ทันสมัยมาตั้งแต่เมื่อ 60 กว่าปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน เพราะมีศูนย์กลางการเรียนรู้และการแก้ปัญหาคือ “คน” นั่นเอง โดย ม.ร.ว.ดิศนัดดาได้กล่าวสรุปรวบยอดถึงคุณูปการของศาสตร์พระราชาและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า

"พระองค์มิได้ทรงเป็นครูที่ดีของผมเท่านั้น แต่ทรงเป็นครูที่ดีของคนไทย และของโลกด้วย"

 

 

 

ขอขอบคุณ ห้องสมุดมั่นพัฒนา

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศาสตร์พระราชาได้ที่

  1. หนังสือพระมหากษัตริย์นักพัฒนาเพื่อประโยชน์สุขสู่ปวงประชา

  2. คลิปรายการ Hard Core ข่าว ตอน ศาสตร์พระราชา

  3. หน้า 33, มติชนรายวัน ฉบับวันพุธที่ 5 ธันวาคม 2555

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved