ศาลแพ่งยกฟ้องเพื่อไทย ขอไต่สวนฉุกเฉินเบรคศาลรธน.



ศาลแพ่ง ย. กฟ้อง ส.ส. "เพื่อไทย" ร้อง 8 ตุลาการ ศาล รธน.ละเมิดรับเรื่องวินิจฉัยแก้ รธน.

ศาลนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลข 2854/2555 ที่นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 8 คน ที่มีมติรับคำร้องขอให้วินิจฉัยการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ขัดมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญฯ ปี50 หรือไม่ เป็นจำเลยที่ 1-8 โดยขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อขอให้ศาลสั่งระงับคำสั่งวินิจฉัยกรณีดังกล่าวในวันที่ 13 ก.ค. นี้ไว้ก่อน               โดยศาลพิเคราะห์คำฟ้องของโจทก์แล้วเห็นว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งแปด ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นองค์คณะพิจารณาคำร้องขอให้วินิจฉัยการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ขัดมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญฯ ปี50 หรือไม่ 5 สำนวน ประกอบด้วยสำนวนหมายเลข 18-22 /2555 ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรค 1 บัญญัติว่า บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้ โดยวรรค 2 ของบทบัญญัติดังกล่าวระบุว่า กรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรค 1 ผู้ทราบการกระทำดังกล่าว ย่อมมีสิทธิที่เสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว               ขณะที่รัฐธรรมนูญมาตรา 216 วรรค 1 บัญญัติว่าองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะนั่งพิจารณาและทำคำวินิจฉัยต้องประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่า 5 คน และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเสียงข้างมาก โดยวรรค 2 ระบุว่า ตุลาการซึ่งเป็นองค์คณะทุกคนจะต้องทำความเห็นในการวินิจฉัยในส่วนของตน พร้อมแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุมก่อนการลงมติ จึงเห็นได้ว่าจำเลยทั้งแปดมีอำนาจในการวินิจฉัยสั่งการคำร้องของผู้ร้องในคดีมาตรา 68 ทั้ง 5 รายว่า มีการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่
การที่จำเลยทั้งแปดลงมติรับคำร้องทั้ง 5 เรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาโดยไม่ไต่สวน รวมทั้งการกระทำอื่นของจำเลยทั้งแปดตามฟ้อง จึงเป็นการใช้ดุลพินิจการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ คดีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นอีกต่อไป พิพากษายกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลมีคำสั่งแล้ว ทำให้ต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความโดยยกเลิกวันนัดทั้งหมด ด้านนายคารม พลพรกลาง ทนายความ กล่าวหลังจากฟังคำพิพากษาศาลแพ่งว่า คดีนี้ตนจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อไป เพราะเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญกระทำการละเมิดสิทธิจริง ส่วนที่จะมีการยื่นหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่นั้นจะปรึกษากับทางทีมทนายอีกครั้ง นายคารม ระบุต่อว่า วันพรุ่งนี้เช้า (13 ก.ค.)  ตนตั้งใจจะนำสำนวนที่ส่งฟ้องต่อศาลแพ่งในวันนี้ไปยื่นต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อชี้ให้เห็นว่าใน องค์คณะผู้พิจารณาคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดมาตรา 68 และผู้ถูกร้องมีคดีพิพาทกันทำให้องค์คณะไม่มีสิทธิที่จะพิจารณาคดีนี้ และการที่ตนยื่นอุทธรณ์ในคดีนี้อยู่ แสดงให้เห็นว่ากระบวนการพิจารณายังไม่ถึงที่สิ้นสุด ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในมาตรา 68 จะเป็นคำสั่งที่ชอบธรรมหรือไม่ 




ขอขอบคุณ bangkokbiznews

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved