ทรงรักที่จะเป็น “แม่” มากที่สุด

a31


เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา หนังสือพิมพ์ นิวยอร์ค ซันเดย์ นิวส์ ซึ่งมี ยอดจำหน่ายกว่า ๓ ล้านฉบับ ประจำวันอาทิตย์ที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้อัญเชิญพระฉายาลักษณ์พร้อมพระราชเสาวนีย์มาให้ชาวโลกได้ประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ ของสมเด็จพระบรมราชินีที่ได้รับการยกย่อง ว่า งดงามที่สุด

ทรงมีพระราชเสาวนีย์ในครั้งนั้น ว่า ทรงเสียดายอยู่อย่างเดียวเท่านั้น ที่พระราชภารกิจในตำแหน่งหน้าที่ของพระองค์ ทำให้ไม่อาจใช้เวลาอยู่กับผู้ที่พระองค์ทรงเรียกว่า "บุคคลในครอบครัวของข้าพเจ้า" อย่างเต็มที่ได้

มีรับสั่งว่า "ทรงพอพระราชหฤทัยในพระราชภารกิจต่างๆ ในฐานะสมเด็จพระราชินี แต่ทว่า ทรงรักที่จะเป็นแม่มากที่สุด"



ขอขอบคุณ thaimiss.com


เป็นที่ประจักษ์ว่านับตั้งแต่เสด็จเข้าสู่พิธีราชาภิเษกสมรสเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ แล้วจากนั้นต้องตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ไปต่างประเทศ และเสด็จนิวัติกลับมาพร้อมด้วยทูลกระหม่อมหญิงใหญ่

ได้ประทับอยู่ในพระราชอาณาจักรจนมีพระประสูติกาล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 , ทูลกระหม่อมน้อย(สมเด็จพระเทพรัตนฯ) และทูลกระหม่อมเล็ก(สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ) ตามลำดับ

แม้จะทรงมีพระราชภารกิจมากมายสุดจะพรรณนา เป็นพระราชภารกิจที่ต้องใช้ทั้งกำลังพระวรกายและพระทัยอย่างมหาศาลในการจัดการงานทุกสิ่งให้ลุล่วง

แต่ทรงให้ความสำคัญกับหน้าที่ของพระมารดาอย่างดียิ่ง


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ มีพระราชเสาวนีย์ในวโรกาสพระราชทานอนุปริญญาบัตรแก่นักศึกษาที่สำเร็จวิชาพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ข้อความว่า

“มีอยู่สมัยหนึ่งที่สตรีทั่วโลก พากันคิดว่า การอยู่บ้านเลี้ยงลูกเป็นการกระทำที่ล้าสมัยและไม่สำคัญ จึงเป็นเหตุให้โลกเราทุกวันนี้ ประสบปัญหาเรื่องอาชญากรวัยรุ่นและคนที่ขมขื่นเกลียดโลก

ถ้าผู้เป็นมารดาและครอบครัวเห็นว่าการอบรมลูกให้มีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์นั้นสำคัญ เด็กเหล่านั้นเมื่อเติบโตขึ้นก็จะเป็นพลเมืองดี เป็นกำลังที่เข้มแข็งของประเทศชาติต่อไป

ตลอดเวลาสตรีไทยเราตระหนักดีในความรับผิดชอบที่สำคัญยิ่งข้อนี้ จึงไม่ขวนขวายที่จะเรียกร้องสิทธิเสมอภาคกับบุรุษ

โดยถือว่าตนมีส่วนร่วมในการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่บ้านเมืองอยู่แล้วตลอดมา”

418422_311928342194255_98301846_n


ตามพระราชประเพณีโบราณ เมื่อแรกที่พระราชโอรส พระราชธิดาประสูติ จะต้องมีสตรีสูงศักดิ์เป็นผู้เบิกพระโอษฐ์ คือ ถวายนมให้ทรงดูดก่อน แล้วจึงให้พระนมหรือนางนมถวายนมให้เสวย ประเพณีนี้ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงรัชกาลที่ ๖

แต่สำหรับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แล้ว ไม่ทรงโปรดที่จะปฏิบัติพระองค์เยี่ยงแม่สมัยใหม่ที่ไม่ชอบให้ลูกน้อยรับประทานนมของตนเอง เพราะเกรงสุขภาพและความงามจะเสื่อมถอยตามความเชื่อ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงนำหลักการแพทย์สมัยใหม่ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่ว่า “ไม่มีอาหารใดวิเศษยิ่งไปกว่า นมมารดา”

1_display (5)


ด้วยเหตุนี้ สมเด็จเจ้าฟ้าทุกพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงได้เสวยอาหารที่วิเศษสุดจากแม่ของพระองค์ตั้งแต่แรกประสูติ จนแต่ละพระองค์มีพระชันษาครบ ๓ เดือน จึงเปลี่ยนมาเสวยแป้งและนมวัว

โดยทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าชายวชิราลงกรณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงให้เสวยแป้งนมลิบบี้ อันเป็นแป้งนมธรรมดาและมีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด ส่วนทูลกระหม่อมฟ้าหญิงอีก ๒ พระองค์เสวยนมวัว

_15_175


ทรงพระเกษมสำราญทุกครั้งที่เสด็จเยี่ยมราษฎรแล้วมีคำถามแปลกๆ เกี่ยวกับความเป็นพระมารดา อาทิ คำถามของคุณยายชาวอีสาน ที่กราบบังคมทูลถาม ว่า

"ท่านยังสาวมากนะเจ้าคะ"

ทรงพระสรวล และตรัสว่า "ฉันลูกสี่คนแล้วนะจ๊ะ"

_13_140


สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงโปรดให้พระราชโอรสพระราชธิดาเรียกพระองค์ว่า “แม่” และทรงเอาพระทัยใส่และเลี้ยงดูพระโอรสพระธิดาด้วยพระองค์เองอย่างใกล้ชิด

ดังเช่นเมื่อราษฎรผู้เฒ่าผู้แก่ในต่างจังหวัดทูลถามด้วยความห่วงใยพระองค์ว่า

“แม่คุณ ลูกยังเล็กนักไม่ใช่หรือ ให้ใครเลี้ยง กินนมแม่หรือนมกระป๋อง”

ครั้นเมื่อรับสั่งออกไปว่า “ฝากคุณยายเลี้ยง ธรรมดาเคยกินนมแม่ แต่ตอนนี้ต้องกินนมกระป๋อง”

ผู้เฒ่าผู้แก่ต่างแย่งกันกราบบังคมทูลว่า ให้กินนมแม่นะดีแล้ว ขอให้เสวยแกงเลียงมากๆ จะได้มีน้ำนมเยอะๆ และจะได้มีทูลกระหม่อมอีกหลายๆ องค์

ทรงรับสั่งตอบว่า "หลายคนนัก เลี้ยงไม่ไหว"




ขอขอบคุณ thaimiss.com

เมื่อครั้งเสด็จประพาสอเมริกาและยุโรปใน ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ มีคำถามจากนักข่าวที่เข้าเฝ้าฯ ขอพระราชทานสัมภาษณ์ว่า "ทรงลงพระอาญาพระราชโอรสและพระราชธิดาบ้างหรือไม่"

มีพระราชดำรัสตอบ ว่า "ฉันตีแกเหมือนกัน "

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ มีพระราชดำรัสบ้าง ว่า "ฉันเองเป็นคนตี"

สมเด็จพระนางเจ้าฯ ตรัส ว่า "ฉันเองก็ตีด้วย"

538321_579406965420517_991686518_n


สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ ซึ่งทรงเป็นพระราชโอรสที่มีความผูกพันกับพระราชมารดาอย่างมาก เคยรับสั่งว่า "เมื่อครั้งพระองค์ทรงมีพระชนม์ ๘-๙ พรรษา ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประพาสประเทศสวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกา

เมื่อทรงปฏิบัติพระราชกิจในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยสักเพียงใด พอเสด็จกลับมาถึงที่ประทับ

สมเด็จแม่จะมาหาพระราชโอรส พระราชธิดาก่อน เพื่อไถ่ถามลูกๆ ทุกพระองค์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง"

A10908992-47


ทรงรับสั่งต่อไปว่า "เมื่อนึกถึงตอนเด็กๆ จะมีความสุขมาก เมื่อทูลหม่อมพ่อและสมเด็จแม่พาพวกเราไปนั่งรถปิกนิกกันอย่าง Family ..เมื่อนึกถึงทีไรก็นึกถึงสิ่งที่อบอุ่นเรื่องนี้ตลอดเวลา ..เมื่อทูลหม่อมพ่อขับรถไป สมเด็จแม่ก็จะทรงเล่าประสบการณ์ที่พระองค์ได้เห็นในต่างประเทศในต่างแดน ..ทรงเล่าถึงพระองค์เองเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ เมื่อติดตามท่านพ่อของพระองค์ซึ่งเสด็จไปเป็นทูตไทยประจำประเทศต่างๆ ในยุโรป ..ทรงเล่าให้ฟังว่าเมืองอังกฤษมีสนามหญ้าที่เขียวสวยงามเพียงไร ตลอดเวลาที่ลูกๆ ได้ฟัง ก็ตื่นเต้นกันมาก.."

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๑๐) ทรงเล่าด้วยว่า “..ยังทรงจำได้ดี ว่าตลอดเวลาทูลกระหม่อมพ่อและสมเด็จแม่ของพระองค์มักจะพระราชทานคำสั่งสอนอยู่เสมอ ว่า ..ความสุขของพระองค์ท่านทั้งสองนั้น จะไม่มีสิ่งใดยิ่งไปกว่าการที่ได้ทรงเห็นพระราชโอรสพระราชธิดามีความผูกพันรักใคร่ช่วยเหลือกัน และเป็นกำลังสำคัญของพระราชวงศ์ในการรับใช้ชาติบ้านเมือง..”

58


พระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญในฐานะพระอัครมเหสีและพระราชชนนีของพระราชโอรสและพระราชธิดาทุกพระองค์แสดงให้เห็นเด่นชัดถึงการบำเพ็ญเพียรตามหลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนาในพระมงคลกถา "ภริยา ปรมา สขา อันมีความหมายว่า ภรรยาเป็นเพื่อนสนิทใกล้ชิด ร่วมทุกข์ร่วมสุขของสามี ควรได้รับการทำนุบำรุงอันดี มีความนับถือยกย่อง"

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงเป็นแบบอย่างแห่งขัตติยราชนารี ที่มีพระจริยาวัตรส่วนพระองค์งามเลิศ และน้ำพระราชหฤทัยสุดประเสริฐ ประดุจนางแก้วคู่บุญญาบารมีของแผ่นดิน ประทับเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการทรงงานเพื่อความผาสุกของพสกนิกร.


c17 a86


..............................


ขอบคุณข้อมูล.Web_สกุลไทยออนไลน์

และขอขอบคุณ พระบรมฉายาลักษณ์-พระฉายาลักษณ์ จากสื่อสังคมออนไลน์ทุกแขนง..หากไม่ทราบนามเจ้าของภาพ ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย

ที่มา : เพจ เรารัก สมเด็จพระเทพ ฯ : Our Beloved Princess Maha Chakri Sirindhorn

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved