รำลึก ๒๘ ธันวาคม “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”

aa21


พระราชประวัติ


พระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสิน หรือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้บันทึกไว้ในหนังสืออภินิหารบรรพบุรุษ ว่า เสด็จพระราชสมภพใน พ.ศ.๒๒๗๗ ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา บิดาชื่อไหยฮอง มารดาชื่อนกเอี้ยง (ต่อมาได้รับพระยศเป็น กรมพระเทพามาตย์ หรือ กรมหลวงพิทักษ์เทพามาตย์) บิดาเป็น ขุนพัฒน์ เป็นนายอากรบ่อนเบี้ย

เรื่องพระชาติภูมิ สรุปได้ว่าทรงเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน บิดามาจากมณฑลกวางตุ้ง มารดาเป็นคนไทย และจากเอกสารราชวงศ์ชิง และเอกสารภาคเอกชนจีน กล่าวถึงพระนาม “เจิ้งเจา” ซึ่งแปลว่า กษัตริย์ แซ่เจิ้ง(ตรงกับเสียงจีนแต้จิ๋ว “แต้”) และพระนามเดิม คือ สิน

ครั้นเติบใหญ่ศึกษาเล่าเรียนในสำนักพระอาจารย์ทองดี มหาเถระ ณ วัดโกษาวาสน์ จากนั้นได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ได้รับยศเป็นหลวงกระบัตร แล้วได้เลื่อนเป็นพระยาตาก

สมเด็จพระเจ้าตากสิน พระราชสมภพ เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๒๗๗ ยึดจดหมายเหตุโหรว่าเสด็จสวรรคตเมื่อพระชนมพรรษาได้ ๔๘ พรรษา ๑๕ วัน (วันที่ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕)

 (ประชาชนทั่วไปขนานนาม สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช , พระนามที่เรียกกันตามหนังสือประวัติศาสตร์ทั่วไป เรียก สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี , พระราชพงศาวดารฉบับราชหัตถเลขา เรียก สมเด็จพระบรมราชาที่ 4)

Monument_of_King_Taksin_in_Wat_Kungtapao


เหตุการณ์ก่อนเสียกรุง


ในสมัยพระเจ้าเอกทัศ การรับทัพของไทยนั้นคาดการณ์ผิดไม่คิดว่าพม่าจะเข้าถึงกรุง พม่าจึงเดินทัพเข้ามาได้ พวกที่ต่อสู้อย่างเข้มแข็ง  คือ ชาวบ้านบางระจัน ต่อสู้ตีพม่าแตกไปได้บ้าง เนื่องจากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากในกรุงเลย

ค่ายบางระจันจึงต้องแตก พ.ศ.๒๓๐๙ พม่าสามารถเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยา ตั้งค่ายอยู่ที่บ้านโพธิ์สามต้น เข้าล้อมกรุงอยู่ตลอดฤดูฝนจนถึงฤดูแล้ง พม่าล้อมอยู่นานทำให้พลเมืองอดอยาก พม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่ ๑ ปี กับ ๒ เดือน กรุงศรีอยุธยาก็เสียแก่พม่าเป็นครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ.๒๓๑๐

เหตุการณ์หลังเสียกรุงศรีอยุธยา(ครั้งที่ ๒) ในระหว่างสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ เมื่อครั้งพระยาตากซึ่งได้เลื่อนเป็นพระยาวชิรปราการเจ้าเมืองกำแพงเพชร ได้ถอนตัวจากการป้องกันพระนครพร้อมกับทหารจำนวนหนึ่งตีฝ่าวงล้อมเพื่อไปตั้งมั่นโดยนำทัพผ่านบ้านโพสามหาร บ้านบางดง หนองไม้ทรุง เมืองนครนายก เมืองปราจีนบุรี พัทยา สัตหีบ ระยอง

aa20


การกู้ชาติ


ภายหลังอยุธยาเสียแก่พม่าในปี พ.ศ.๒๓๑๐ ไม่นาน พระยาตากผู้รวบรวมกำลังไพร่พล  ตีได้เมืองจันทบุรี และตราด พระยาตากจึงไปตั้งมั่นอยู่ที่เมืองจันทบุรี จนสามารถรวบรวมกำลังผู้คน อาวุธ และเสบียงอาหารได้พอสมควร และได้นำกำลังทัพออกจากจันทบุรีโดยทางเรือ เข้ามาทางแม่น้ำเจ้าพระยา และสามารถขับไล่กองทัพพม่าออกไปจากกรุงศรีอยุธยาได้

การสถาปนากรุงธนบุรี  พระยาตากได้รับการยกย่องขึ้นเป็นผู้นำหลังจากขับไล่พม่า และสามารถปราบก๊ก เจ้าเมือง กลุ่มชุมนุมในสมัยที่บ้านเมืองแตกแยก ระส่ำระสายลงได้

โดยได้สถาปนาเมืองธนบุรีขึ้นเป็นราชธานีแทนกรุงศรีอยุธยา

พระยาตากได้ปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ปกครองราชอาณาจักร และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับบ้านเมืองต่อไป จนได้รับการถวายพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”

ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ตามที่กล่าวมาแล้ว ประชาชนทุกหมู่เหล่าจึงพร้อมใจกันถวายพระนาม “มหาราช” แด่ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”

ต่อมา รัฐบาล ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเหล่าพสกนิกรชาวไทย ได้พร้อมใจกันสร้างพระราชานุสาวรีย์ประดิษฐาน ณ วงเวียนใหญ่ ฝั่งธนบุรี ซึ่งศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี คณบดีประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรขณะนั้น เป็นผู้ออกแบบ  

ทางราชการได้ประกอบพระราชพิธีเปิดและถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๗

และในวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๙๗ จึงมีรัฐพิธีเปิดเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ

ต่อมาทางราชการจึงกำหนดให้วันที่ ๒๘ ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสวยราชย์ปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ไทย เป็นวันถวายบังคมพระบรมราชอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ถือเป็นงานบรมราชานุสาวรีย์สำคัญของชาติวันหนึ่ง ซึ่งสำนักพระราชวังได้ออกหมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ.

aa22


...................................


ที่มา ; สำนักข่าวเจ้าพระยา

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved