ราชภัฏซาบซึ้ง..สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน “พระบรมราโชบาย” ปรับยุทธศาสตร์ใหม่..ชูพัฒนาท้องถิ่น


ราชภัฏ ปรับแผนยุทธศาสตร์ใหม่ สนอง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 มุ่งยกระดับการผลิตครู การจัดการศึกษา ควบคู่การพัฒนาท้องถิ่น ของบ 200 ล้านบาท ผุดโครงการหมู่บ้านต้นแบบ - พัฒนาครู

รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ (ทปอ.มรภ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ทรงมอบพระบรมราโชบายด้านการศึกษาผ่านองคมนตรี

ใจความตอนหนึ่งว่า

ให้แนะนำมหาวิทยาลัยราชภัฏ ให้ทำงานให้เข้าเป้าในการยกระดับการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่นในท้องที่ตน 



ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองพระบรมราโชบาย ทางกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎทั้ง 38 แห่ง จึงได้ร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อพัฒนาท้องถิ่น  4 ด้าน

ได้แก่

1. ด้านการพัฒนาท้องถิ่น

2. ด้านการผลิตและพัฒนาครู

3. ด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษา

และ 4. ด้านระบบริหารจัดการ

เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนผลิตและพัฒนาครู ยกระดับคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ควบคู่ไปกับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ



นอกจากนั้น ปีงบประมาณ 2561 มหาวิทยาลัยราชภัฏ เสนอของบประมาณ 200 ล้านบาท สำหรับนำมาดำเนินงาน 2 โครงการสำคัญ

คือ 1. โครงการพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบ

และ 2. โครงการพัฒนาครู ที่จะทำให้เด็กสามารถอ่านออกเขียนได้ และคิดวิเคราะห์เป็น

เชื่อว่า ทำให้เกิดความตื่นตัวในการระดมพลัง เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพการศึกษาในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง

“มหาวิทยาลัยราชภัฎ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์สนพระทัย และทรงห่วงใยมหาวิทยาลัยราชภัฎ

แสดงให้เห็นชัดเจน ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ที่พระองค์เสด็จพระราชทานปริญญาบัตรให้แก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยราชภัฏ



ดังนั้น กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎจะทุ่มเทการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ในการพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฎให้เป็นสถาบันที่ช่วยพัฒนาท้องถิ่นและประเทศชาติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” รศ.ดร.สมบัติกล่าว

สำหรับกระทรวงอุดมศึกษาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น มหาวิทยาลัยราชภัฎก็จะเป็นส่วนหนึ่งในกระทรวงอุดมศึกษา

ซึ่งจะเป็นกระทรวงที่มุ่งเน้นความเป็นอุดมศึกษาที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน มหาวิทยาลัยราชภัฎ ก็ยังคงมีบทบาทที่ชัดเจนในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อท้องถิ่น

ไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัยที่แข่งขันกับใคร หรือจะไปเทียบกับมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่เน้นการทำงานวิจัย หรืองานระดับชาติคงไม่ได้

ดังนั้น กระทรวงอุดมศึกษาต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยราชภัฎทำงานตามบทบาทได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด.


...........................


ทีมา : http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290328

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved