มากกว่าความสัมพันธ์ใด..สองพระองค์ทรงผูกพัน..



พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย พระองค์ไม่เพียงทรงเป็นในหลวงของแผ่นดิน ผู้สถิตอยู่ในใจของปวงชน

หากแต่ยังทรงเป็น “พระบรมราชชนก” ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ผู้ทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี

ในบทบาทของพระราชา พระราชกรณียกิจตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ พิสูจน์ชัดถึงพระปรีชาสามารถและน้ำพระทัยอันไม่เคยเหือดแห้ง ทรงทุ่มเทพระวรกาย อีกทั้งพระราชหฤทัยเพื่อประชาชนอย่างจริงแท้ เฉกเช่นเดียวกับบทบาทของความเป็นพระราชบิดา

ทรงเตรียมเครื่องอัดเสียงและถ่ายรูป ในวันพระประสูติกาล ’เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณž’

ย้อนกลับไปในช่วงเย็นของวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2495 อันเป็นวันพระราชสมภพ ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร

ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล ได้เล่าถึงบรรยากาศในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างละเอียด พิมพ์เผยแพร่ในหนังสือ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร กรมศิลปากรจัดพิมพ์เนื่องในพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร วันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2515Ž”

เนื้อหาส่วนหนึ่งระบุถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งประทับอยู่อย่างใกล้ชิดขณะสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงประชวรพระครรภ์ ทั้งยังทรงเตรียมเครื่องอัดเสียงและถ่ายรูปไว้อย่างพร้อมมูล

ข้อความบางส่วน มีดังนี้

“วิทยุกระจายเสียงของรัฐบาลได้นัดหมายกับประชาชนในการที่จะแจ้งข่าวการประสูติอย่างละเอียด พร้อมที่จะถ่ายทอดเสียงจากภายในพระราชฐานให้ประชาชนได้ทราบ นับเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของชาติไทยที่แจ้งข่าวการประสูติด้วยวิธีนี้

“สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงประชวรถี่เข้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ในบริเวณอันใกล้ชิด ทรงสนพระราชหฤทัยยิ่งกว่าผู้อื่นใดทั้งสิ้น ทรงเตรียมเครื่องอัดเสียงและถ่ายรูปสำหรับการนี้อย่างพร้อมมูล

นายแพทย์ได้ตรวจพระอาการและเฝ้าถวายรายงานอยู่ทุกระยะ ดวงใจทุกๆ ดวงต่างก็มุ่งอยู่ที่ความประสงค์อันเดียวกัน คือ อยากให้ประสูติเป็นพระราชโอรส ซึ่งจะทรงดำรงตำแหน่งสยามมกุฎราชกุมารŽ”



ครั้งเสด็จฯ เยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2503 ทรงแวะประพาสสวนสนุก “ดิสนีย์แลนด์”



 

ทรงจรดพระแสงกรรไกรไทยขลิบพระเกศา

ครั้นต่อมา เมื่อทรงเจริญพระชนมายุได้ 1 เดือน กับ 18 วัน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ ในวันที่ 14 และ 15 สิงหาคม พุทธศักราช 2495 ณ ห้องประชุมในพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

มีทั้งพิธีพราหมณ์ พิธีสงฆ์ และถวายเห่กล่อม ในพระราชพิธีนี้ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ได้ทรงมีพระลิขิตไปถวายพระพรชัยมงคลในพระนามแห่งคณะสงฆ์ไทย เนื่องในอภิลักขิตสมัยมหามงคลสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่แด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ ด้วย

ม.ร.ว.สุมนชาติ ยังระบุว่า แม้พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงได้รับการศึกษาจากต่างประเทศ แต่ยังทรงเห็นว่าประเพณีบางอย่างที่สืบมาแต่โบราณซึ่งควรรักษาไว้ ก็ยังมี

ส่วนหนึ่งของพิธี ถูกบันทึกไว้ ดังนี้

“ทรงหลั่งพระน้ำเต้าน้ำพระพุทธมนต์ลงในขันพระสาครนั้น แล้วพระมหาพระราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณลอยกรงกุ้งปลาทองเงิน และมะพร้าวทองมะพร้าวเงินลงในขันพระสาครนั้น เสร็จแล้วถึงพระฤกษ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์พระราชทานแด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ แล้วทรงจรดพระแสงกรรไกรไทยขลิบพระเกศา และทรงหลั่งน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์จากพระเต้าพระราชทาน แล้วทรงผูกด้ายพระขวัญ ทรงเจิมพระราชทานแด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอŽ”



เครื่องเขียนภาพสีน้ำมัน

นอกเหนือจากพระราชพิธีตามโบราณขัตติยราชประเพณีที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชโอรสแล้ว ยังมีเรื่องราวระหว่างพระบรมราชชนกและในหลวงรัชกาลที่ 10 ในมุมที่ไม่แตกต่างจากสามัญชน ดังเช่นที่ ลาวัณย์ โชตามระ เรียบเรียงไว้ในหนังสือ “สี่เจ้าฟ้า” ฉบับปรับปรุงใหม่

โดยเล่าว่า ในช่วงเช้าของวันเสาร์-อาทิตย์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชินี ประสงค์ให้ทูลกระหม่อมทุกพระองค์เสด็จออกกลางแจ้ง ให้ได้รับอากาศและแสงแดดให้มากที่สุด ให้ออกพระกำลัง เช่น ทรงฟุตบอล หรือว่ายน้ำจนถึงเวลาเสวย

ซึ่งหากไม่มีแขกพิเศษ จะได้ทรงร่วมเสวยพระกระยาหารกลางวันพร้อมกัน ส่วนในวันธรรมดา เมื่อเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณเสด็จกลับจากโรงเรียนแล้ว

ก่อนเสด็จเข้าบรรทมตอนหัวค่ำ จะต้องเข้าเฝ้าพระราชบิดาและพระราชมารดาเพื่อรับพระบรมราโชวาทและทรงสวดมนต์ก่อน โดยทั้งสองพระองค์ทรงได้รับสมุดรายงานการศึกษา ซึ่งทรงตรวจตราวินิจฉัยอย่างถี่ถ้วน แสดงถึงความใส่พระทัยเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ยังเล่าถึงตอนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานเครื่องใช้ในการเขียนภาพสีน้ำมันให้เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ เนื่องจากทรงโปรดการวาดเขียนมาก

เมื่อได้รับแล้ว ก็มิได้ทรงหวงแหน ทรงแบ่งมหาดเล็กไว้ใช้ด้วย โดยในตอนบ่ายหลังเลิกเรียน มักทรงชวนมหาดเล็กถีบจักรยานไปเลือกมุมใดมุมหนึ่งของสวนจิตรลดา แล้วประทับเขียนรูปอย่างตั้งพระทัย

แต่ภาพที่ได้แทนที่จะเป็นสวน กลับเป็นภูเขาในหมอก เหมือนภูมิประเทศที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ หรือบางครั้งเป็นภาพเรือรบในทะเล



นอกจากนี้ ยังทรงปั้นดินน้ำมันรูปเรือยนต์และเรือรบได้เหมือนจริงมาก เมื่อทรงเจริญพระชันษาขึ้น ทรงสนพระทัยในกิจการเกี่ยวกับกองทัพอยู่เสมอ เสด็จฯเยี่ยมที่ตั้งกองทหารหน่วยต่างๆ และทรงเอาพระทัยใส่ในความเป็นอยู่ของทหารและตำรวจที่ปฏิบัติราชการ

พระบรมราชชนกทรงทราบในข้อนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ เสด็จฯ จากประเทศอังกฤษไปทรงศึกษาวิชาการทหาร ณ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีหลักสูตรสอนกว้างขวาง และมีการฝึกอบรมเข้มงวด



ทรงแซกโซโฟน เครื่องดนตรีทรงโปรดทั้ง 2 พระองค์

ทรงดนตรีร่วมกัน

ส่วนหนึ่งของภาพคุ้นตาสำหรับปวงชนชาวไทย คือ ภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะทรงแซกโซโฟน พร้อมกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

นพ.ธำรงรัตน์ แก้วกาญจน์ เลขาธิการมูลนิธิมหาวชิราลงกรณ เคยให้สัมภาษณ์มติชนเมื่อปี 2555 ซึ่งเป็นปีมหามงคลที่่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ



โดยระบุว่า ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี ทรงโปรดแซกโซโฟนตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และโปรดร้องเพลง ทรงชอบดนตรีแนวป๊อปสบายๆ อาทิ Spanish Eyes, La Vie En Rose, Moulin Rouge ส่วนเพลงไทย โปรดเพลงสุนทราภรณ์ เช่น เพลงคำหอม

“แต่ก่อน พระองค์ทรงแซกโซโฟนบ่อย แต่หลังๆ ทรงโปรดที่จะร้องเพลง ทรงร้องเพลงได้ดีมาก ดนตรีเป็นสิ่งที่ทรงสนพระทัย ยามว่างจากพระราชกรณียกิจŽ”

กิจกรรมการทรงดนตรี จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ในหลวงทั้ง 2 พระองค์ ทรงทำร่วมกัน

สืบพระราชปณิธาน ยึดแนวทางการทรงงานของพระบรมราชชนก

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงยึดแนวทางการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการดูแลช่วยเหลือราษฎรในเรื่องปัญหาดินและน้ำในลักษณะต่างๆ โดยมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาแหล่งน้ำในหลายพื้นที่ เช่น ศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาด้านเกษตรกรรมเกษตรกรวิชญา บ้านกองแหะ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านกูแบสีรา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี การสร้างอ่างเก็บน้ำพร้อมระบบส่งน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำให้ราษฎรหลายหมู่บ้านใน ต.หนองแคน และ ต.ดงมอน อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณสูงยิ่งต่อปวงชนชาวไทย



พระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ให้ดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2515

แม้พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 จะเสด็จสู่สวรรคาลัย แต่จะทรงประทับอยู่ในหัวใจราษฎรซึ่งอิงอาศัยในสยามประเทศไทยใต้ร่มเงาพระบารมีจากนี้สืบไปเมื่อหน้า ในรัชกาลที่ 10 แห่งบรมราชจักรีวงศ์

ที่มา : มติชน โดย พรรณราย เรือนอินทร์ (มติชนรายวัน เผยแพร่ 5 ธ.ค. 59)

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved