มะม่วง “มหาชนก” มีสารต้านมะเร็ง



มะม่วงนามพระราชทาน “มหาชนก” ลูกผสมระหว่างพ่อแม่มะม่วงพันธุ์ซันเซทกับพันธุ์หนังกลางวัน มีลักษณะเด่นที่รูปร่างหน้าตาแตกต่างจากมะม่วงทั่วไป

ลักษณะผลกลมยาว ปลายงอนเล็กน้อย เนื้อแน่น มะม่วงมหาชนกมีลักษณะสีผิวสวย เมื่อดิบสีผิวเขียวเรียบเนียน เมื่อผลแก่จะมีสีเขียวอมแดง และเมื่อสุกจัดจะมีสีเหลืองทองอมส้มหรือสีแดงแก้มแหม่ม ส่วนรสชาติเมื่อยังดิบจะเปรี้ยวจัด แต่เมื่อแก่จัดและสุกจะมีรสชาติหวาน และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์



ภาพจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

.... ม.นเรศวรประสบความสำเร็จในการทำให้มะม่วงมหาชนกเพิ่มสารต้านมะเร็ง สร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายมนุษย์

ทั้งยังลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ลดต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม มั่นใจช่วยเพิ่มมูลค่าให้มะม่วงพันธุ์นี้เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2560 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก นำสื่อมวลชนเข้ารับฟังการบรรยายการศึกษาสารต้านอนุมูลอิสระในมะม่วงมหาชนก เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนา และนำไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ภายใต้การสนับสนุนของทุน คปก.

ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท อาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการอาหารที่มาจากธรรมชาติ มีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ จึงทำให้มีการศึกษาถึงองค์ประกอบทางเคมีของพืชชนิดต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

และในปัจจุบันพบว่า “แคโรทีนอยด์” มีประโยชน์ทางด้านช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น ช่วยในการรวมตัวเองเข้ากับเยื่อบุเซลล์เหมือนกับวิตามินอี

ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้ถึง 40%

อีกทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อกระจก และโรคจอประสาทตาเสื่อม



นอกจากนี้ สารต้านอนุมูลอิสระที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่งคือ แอนโทไซยานิน

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดอุดตันในสมอง ช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร

ผศ.ดร.พีระศักดิ์กล่าวว่า มะม่วงมหาชนกเป็นมะม่วงพันธุ์ลูกผสมที่เกิดจากการผสมกันระหว่างพันธุ์ซันเซตของอเมริกา และพันธุ์หนังกลางวันของไทย

มีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่ามะม่วงพันธุ์อื่น คือ เปลือกผลเมื่อแก่หรือสุกจะมีผิวสีแดงม่วงสวยงาม หรือเหลืองเข้มปนแดง

ระดับของแคโรทีนอยด์ระหว่างการสุกแก่มากกว่ามะม่วงที่ไม่ใช้สาร 50% โดยพบมากที่สุดในช่วงวันที่ 5-6 ของการเก็บรักษา (ระยะพร้อมรับประทาน)

อีกทั้งการประยุกต์ใช้สารเมทิลจัสโมเนส และเอทิฟอน ยังสามารถควบคุมกระบวนการสุกและปรับปรุงคุณภาพทางโภชนาการของผลมะม่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสารดังกล่าวมีความปลอดภัยสูง ปราศจากสารตกค้าง

“งานวิจัยนี้จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมะม่วงมหาชนกให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ทั้งนี้ ในฤดูกาลจะให้ผลผลิตในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน และนอกฤดูในช่วงเดือนมิถุนายนถึงมีนาคม หากสามารถทำให้มะม่วงมหาชนกมีสีแดงสม่ำเสมอและสวยงาม จะเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น” ผศ.ดร.พีระศักดิ์กล่าว.

ที่มา : บางส่วนจากไทยโพสต์ (ต้องการอ่านเต็ม คลิก ที่นี่)

และ อ่านจาก มติชน คลิกที่นี่

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved