พลังงานทดแทน…หลักการองค์ความรู้มิติที่ 4 แห่งศาสตร์ของพระราชา

         พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงห่วงใยในเรื่องสถานการณ์ของน้ำมันในโลกซึ่งเป็นทรัพยากรที่นับวันจะค่อยๆ หมดไปและอาจเกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนขึ้นได้ในอนาคต จึงทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาพลังงานทดแทนซึ่งจะเข้ามามีบทบาทแทนน้ำมันได้ในอนาคต ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ว่า

"...ถ้าน้ำมันเชื้อเพลิงหมดแล้ว ก็ใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นได้ มี แต่ต้องขยัน หาวิธีที่ทำให้เชื้อเพลิงเกิดใหม่ เชื้อเพลิงที่เรียกว่าน้ำมันนั้นมันจะหมด ภายในไม่กี่ปีหรือไม่กี่สิบปีก็หมด... ถ้าไม่ได้ทำเชื้อเพลิงทดแทน เราก็เดือดร้อน...”

         พระองค์จึงทรงริเริ่มการศึกษาวิจัยเรื่องพลังงานทดแทนรูปแบบต่างๆ ผ่านโครงการส่วนพระองค์สวน จิตรลดาอย่างเป็นรูปธรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีพระราชดำริให้นำพืชผลการเกษตรมาผลิตเป็นพลังงานทดแทน เพื่อให้คนไทยสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในด้านพลังงาน รวมทั้งรองรับปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ตลอดจนเป็นการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาทำประโยชน์ให้คุ้มค่าที่สุดและสร้างระบบนิเวศให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน เช่น

          การทำเชื้อเพลิงแท่งจากวัสดุเหลือใช้และการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลโค โดยมีพระราชดำริว่า ควรนำแกลบมาใช้งานให้เป็นประโยชน์ ทั้งด้านการทำเป็นปุ๋ยสำหรับปรับปรุงสภาพดิน และทำเป็นเชื้อเพลิง โดยได้ทดลองนำวัสดุต่างๆ อาทิ แกลบบด ผักตบชวา และขี้เลื่อยจากถุงเพาะเห็ดมาอัดเป็นเชื้อเพลิงแท่งที่ให้ความร้อนได้ดี รวมทั้งผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลโคนมในการดำเนินงานโรงโคนมสวนจิตรลดา เพื่อไม่ให้มูลโคเหล่านี้ถูกขนไปทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ โดยนำมาเก็บใส่ถังหมักเพื่อผลิตแก๊สชีวภาพเพื่อใช้ในโรงโคนมต่อไป

          การวิจัยและพัฒนาโรงงานแปรรูปปาล์มน้ำมัน หรือไบโอดีเซล พระองค์ทรงค้นพบว่า ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ให้ปริมาณน้ำมันสูงกว่าพืชน้ำมันชนิดใดๆ ในโลก จึงมีพระราชดำริให้ทำการวิจัยและพัฒนาโรงงานแปรรูปปาล์มน้ำมัน โดยได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทำการวิจัยและพัฒนาโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็กให้กลุ่มเกษตรกรสวนปาล์มรายย่อย และจัดสร้างโรงงานทดลองขึ้นที่สหกรณ์นิคมอ่าวลึก จังหวัดกระบี่ จนกระทั่งปี 2531 ได้รับสั่งให้สร้างโรงงานแปรรูปน้ำมันปาล์มขนาดเล็กครบวงจรที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส ต่อมาโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา และกองงานส่วนพระองค์ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เริ่มการทดลองใช้น้ำมันปาล์มเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล และจากการทดสอบพบว่าน้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ สามารถใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลโดยไม่ต้องผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงอื่นๆ ซึ่งทำให้มีการเคลื่อนไหวและตื่นตัวในการศึกษาค้นคว้าทดลอง และทำวิจัยเกี่ยวกับการนำน้ำมันพืชมาใช้เป็นเชื้อเพลิงกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่เป็นการนำน้ำมันพืชและน้ำมันมะพร้าวมาใช้ในเครื่องยนต์และเรียกเชื้อเพลิงที่ได้จากน้ำมันพืชนี้รวมๆ ว่า “ไบโอดีเซล”

        แก๊สโซฮอล์ พลังงานทดแทนน้ำมันเบนซิน พระองค์มีพระราชดำรัสให้ศึกษาต้นทุนการผลิตเอทานอลจากอ้อย เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคตที่อาจจะเกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนหรือราคาอ้อยตกต่ำมาตั้งแต่ปี 2528 เพราะทรงเล็งเห็นว่าการนำอ้อยมาแปรรูปเป็นเอทานอลเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนเป็นแนวทางหนึ่งที่จะแก้ปัญหาได้ซึ่งแม้ว่าในช่วงปี 2528-2530 น้ำมันเบนซินยังคงมีราคาถูกแต่พระองค์ยังทรงให้ศึกษาวิจัย ปรับปรุงและพัฒนาเอทานอลอย่างต่อเนื่องมาตลอด ดังนั้นเมื่อเกิดวิกฤตราคาน้ำมันขึ้นสูง จึงได้มีการนำผลการศึกษาวิจัยพลังงานทดแทนตามพระราชดำริมาต่อยอดขยายผลในเชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็วทันสถานการณ์

            นอกจากนี้ สำหรับพลังงานด้านอื่นๆ พระองค์ทรงศึกษาเกี่ยวกับน้ำอย่างละเอียดลึกซึ้ง ทำให้ทรงทราบถึงปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านต่างๆ และพระราชทานข้อสังเกต แนวทางแก้ปัญหาแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำไปพัฒนาการใช้พลังงานน้ำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมถึงพระราชดำริเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์และสร้างกระแสไฟฟ้าให้ชุมชนในละแวกใกล้เคียงในพื้นที่ชนบทห่างไกล และมีพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาพลังงานลมซึ่งส่วนใหญ่นำมาใช้ในการสูบน้ำ เช่น มีพระราชดำริให้ปลูกป่าด้วยการนำพลังงานลมมาใช้สูบน้ำขึ้นไปบนภูเขา เพื่อให้ดินมีความชุ่มชื้น สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยทรงนำไปใช้ประโยชน์ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นจำนวนมาก

          จะเห็นได้ว่าโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวล้วนเกิดขึ้นด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกลในเรื่องพลังงาน พระองค์จึงมีพระราชดำริให้ศึกษา ค้นคว้า และทรงริเริ่มการพัฒนาพลังงานทดแทนโดยเป็นไปตามหลักการ "พึ่งตนเอง” คือลดการนำเข้าจากต่างประเทศเพราะสามารถผลิตใช้เองได้บางส่วน กล่าวได้ว่าพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงจัดตั้งโครงการพลังงานทดแทนช่วยให้ประเทศมีพลังงานหลากหลายรูปแบบที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างทันท่วงที รวมถึงส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

 

ขอขอบคุณ ห้องสมุดมั่นพัฒนา

ดูข้อมูลเพิ่มเติม หนังสือพระมหากษัตริย์นักพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขสู่ปวงประชา

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved